
โวนปช.ไล่อภิสิทธิ์ยิ่งเพิ่มคะแนนสงสาร
เลขาฯปชป. โว นปช. ตามราวีไล่ อภิสิทธิ์ คะแนนสงสารยิ่ง เพิ่ม เหตุ เห็นใจ นายกฯ แสดงความจริงใจชัดเจน พร้อม ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แนะรอผล นายกฯ หารือ กกต. แก้ กม.ลูก ชี้ อย่ารีบด่วน ต้องเลื่อนวัน ลต. หรือไม่ เชื่อ กกต. ชี้ปัญหามา ส
(8มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ระบุว่า อาจจะยังไม่สามารถแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ได้ทัน อาจจะมีปัญหาถ้ามีการยุบสภา ว่า เรื่องเหล่านี้จะมีความชัดเจนเมื่อรัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้แล้ว และนายกรัฐมนตรีได้ไปหารือกับทางกกต. ถึงวันนั้นก็จะออกมาชัดเจน วันนี้ถ้าวิพากษ์วิจาณร์กันไปก่อนก็จะเป็นความกังวลใจไปเปล่า ๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กกต.บอกว่าต้องรอกฎหมายลูกก่อน จะกระทบทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งรีบไปสรุป รอให้การพูดคุยหารือกันอย่างครบถ้วนทุกประเด็นก่อน เมื่อกกต.ชี้ปัญหามาแล้วเดี๋ยวทางสภาหรือรัฐบางก็คงต้องหาทางออกจนได้
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่มีคนออกมาชูป้ายด่าหรือขับไล่นายกรัฐมนตรีระหว่างปฏิบัติภารกิจต่างๆ จนสำนักงานตำรวจแห่ชาติจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ดูแลนายกฯมองว่าเป็นการแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตำรวจมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีก็ทำหน้าที่ของเขาไป ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องที่ตำรวจจะเข้าไปแก้ได้ ตนเรียนแล้วว่าความขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมยังมีอยู่ แต่ทำไมต้องทำให้เกิดความรุนแรง หรือเป็นชนวนของความร้าวฉานมากมายไปกว่านั้น ในเมื่องรัฐบาลก็เสนอทางออกให้อย่างดีว่าเมื่อต้องการจะเริ่มนับหนึ่งใหม่เราก็กลับไปเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นฝ่ายที่กำลังสร้างความวุ่นวายอยู่ควรจะร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้กระทบต่อคะแนนนิยมของนายกฯ หรือไม่ เพราะในอดีตนายกรัฐมนตรีได้รับความนิยมดี แต่ตอนนี้ไปไหนคนก็ไล่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ตนคิดว่าตรงกันข้ามตนเชื่อว่าวันนี้คน ดี ๆ ทั้งหลายเขาเห็นใจนายกฯ ที่แสดงความจริงใจออกมาชัดเจนแล้วพร้อมที่จะยุบสภเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็ยังมีคนหาเรื่องก่อกวนทุกวัน คิดว่ามีคนเห็นใจนายกฯก็คอยดูคะแนนตอนเลือกตั้งก็แล้วกัน
ปัด“รบ.”เอี่ยวตุกติกลดวันศึกซักฟอก
นายสุเทพ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเลื่อนวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ออกไปและลดจำนวนวันอภิปรายเหลือ 3 วันจากที่ตกลงไว้ 4 วัน ว่า รัฐบาลไม่ได้ลดวัน ตนเรียนตั้งแต่ต้นว่าจะอภิปรายกี่วันพวกตนไม่ได้ติดใจเลย พร้อมที่จะให้อภิปรายหลายวันก็ได้ ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่การบรรจุระเบียบวาระของญัตติเป็นอำนาจหน้าที่ของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านคงมีเหตุผลของท่านคงจะดูเนื้อหาแล่วหรืออย่างไรตนก็ไม่ทราบได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ระบุว่าหลังฟังข้อมูลของฝ่ายค้านแล้วทั้งนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ คงไม่สามารถเดินบนนถนนได้ ถือว่าสบประมาทกันมากเกินไหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า " คุณจตุพรก็ตีปี๊บไปก่อน พูดไปผมคงไม่ตอบโต้อะไร แต่พร้อมที่จะเอาหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหลายไปแสดงในสภา โดยจะแสดงให้เห็นเลยว่าทั้งหมดนี้แกนนำได้มีการเตรียมการ วางแผน สั่งการในการปฏิบัติกันมาอย่างไรของฝ่ายกลุ่มนายจตุพรและกลุ่มคนเสื้อแดง
ผู้สื่อข่าวถามว่า คลิปที่ทั้งสองฝ่ายต่างบอกว่าเป็นของจริง ประชาชนจะมีข้อสังเกตอย่างไรว่าอันไหนของจริงหรือตัดต่อ นายสุเทพ กล่าวว่า สื่อมวลชนก็อยู่ในประเหจุการณ์เมื่อตอนเกิดเหตุ แม้จะลืมเลือนไปบ้างเพราะเกิดเหตุนานหลายเดือนแล้ว แต่เมื่อเห็นภาพก็ต้องนึกออกและเข้าใจได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสื่อมวลชนก็ได้เห็นทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวกันมากมาย
“เราอย่ายอมให้คนโกหกมาทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนซิครับ เราต้องช่วยกันเพราะเป็นบ้านเมืองของเราเหมือนกัน เราอย่าไปส่งเสริมคนชั่วคนเลวคนโกหกที่มาทำให้บ้านเมืองเสียหาย ถ้าเป็นเรื่องจริงเราต้องยอมรับกันแต่ถ้าเอาเรื่องโกหกมาด้วยเจตนาที่จะทำให้บ้านเมืองแตกแยกวุ่นวาย อย่างนี้เราไปสนับสนุนไม่ได้ ” นายสุเทพ กล่าว และว่า ทั้งนี้หลักฐานที่ตนจะนำไปแสดงในสภาก็ไม่ใช่ของใหม่เพราะเหตุการณ์เกิดเมื่อเดือนเม.ย. – พ.ค. 53 ถ้าเป็นของใหม่ก็ของที่ทำขึ้นที่นายจตุพรพวกนี้กำลังตัดต่ออยู่” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือว่าคลิปของฝ่ายค้านเป็นคลิปตัดต่อ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เขาก็ตัดต่อมาหลายทีแล้ว เคยทำมาแล้วเอาไปพูดในสภา จำไม่ได้หรือว่าเมื่อตอนเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองครั้งแรกเมื่อปี 52 ถึงขนาดเอาคลิปกล่าวหาว่าทหารทุบตีประชาชน เอาผู้หญิงไปแสดงในสภา และพอตนเอาคลิปชุดเต็มเปิดขึ้นก็มาก็เข้าใจทันทีว่าเป็นคนละเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านชี้แจงในสภาว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ไม่มีทหารขึ้นไปบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส และไม่มีททหารยิงเข้าไปในวัดปทุมวนาราม แต่ข้อเท็จจริงภายหลังทุกฝ่ายก็ยอมรับว่ามีทหารจริงและยิงเข้าไปในวัดจริง นายสุเทพ กล่าวว่า “ ผมคิดว่าข้อกล่าวหาของคุณผิด เอาสิ่งที่ผมพูดและสิ่งที่คุณถามมันคนละประเด็นคนละเรื่องกัน แต่ไม่มีปัญหาผมก็จะชี้แจงให้ว่าเหตุการณ์ไหนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอย่างไร ”
รมต.เลี่ยงตอบสื่อก่อนถึงศึกซักฟอก
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) ว่า หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและกำหนดวันอภิปรายเป็นที่เรียบร้อย รัฐมนตรีเกือบทั้งหมดต่างลงรถที่ชั้นใต้ดินของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแทนจากเดิมที่จะจอดไว้ด้านนอกและรัฐมนตรีจะเข้าทางด้านหน้าอาคาร ทั้งนี้การคาดการณ์กันว่าที่บรรดารัฐมนตรีต่างเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลบเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พท.อัดรัฐบาลใช้วิชามารลดเวลาซักฟอก
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ล่าสุด นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดวันอภิปรายโดยลดเวลาอภิปรายจาก 4 วัน เหลือ 3 วันว่า ทราบข้อมูลลึกๆว่าหลังจากการบริหารประเทศมา 2 ปี ก็ได้ประมาทฝ่ายค้านว่าไม่มีข้อมูลเด็ดๆ แต่พอมาวันนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าการไม่บรรจุญัตติโดยอ้างว่ามีลายเซ็น 5 ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ตรงนั้น เป็นการยื้อเวลาออกไป และถึงแม้รัฐบาลระบุว่าจะปล่อยเวลาให้อภิปรายล่วงเลยไปหลังเที่ยงคืนได้ก็คงไม่มีประชาชนสนใจฟังอภิปราย
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้ระบุว่าเป็นเรื่องของประธานสภาฯ นั้นเป็นการโยนกลอง เป็นการใช้วิชามารของรัฐบาล จากที่พรรคเพื่อไทยได้มีการสำรวจสอบถามความเห็นของประชาชนจำนวน 1,200คน พบว่าประชาชน ไม่เห็นด้วยกับการลดเวลาอภิปรายของฝ่ายค้านและยังมองว่าเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลเสียรังวัดอย่างมาก เพราะแค่อภิปรายเรื่องปัญหาสินค้าราคาก็กินเวลาไปมากแล้ว จึงไม่ควรไปลดเวลาอภิปรายของฝ่ายค้าน
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าหลังจากนี้วิปฝ่ายค้านจะได้ไปหารือกับวิปรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป และขอคำถามว่านายอภิสิทธิ์ นายสุเทพและนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยหารือกันในการเลื่อนวันอภิปรายว่าเป็นจริงหรือไม่
"เฉลิม"ดีใจปชช.ร้อยละห้าสิบอยากให้ขึ้นอภิปราย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปลี่ยนวันและเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว โดยลดเหลือ 3 วัน ว่า ไม่กล้าแสดงความเห็น แต่ตนมองว่าหากมีหลักฐานเด็ด ผัวะเดียวก็น็อก แต่บางคนบอกต้องจากเบาไปหาหนัก ตนจึงไม่ขอแสดงความเห็น เดี๋ยวจะมองว่าแตกแยก ตนกลุ้มใจอยู่เพราะดุสิตโพลล์ระบุว่าประชาชนเรียกร้องให้ตนอภิปรายกว่าร้อยละ 50 ตนนอนยิ้มเลย แต่กลุ้มใจว่าจะอภิปรายเรื่องใดที่จะมองว่าดี ตนกำลังคิดอยู่ แต่ต้องให้โอกาสนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แต่ตนอาจมาแบบรายการเก็บตก
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะอภิปรายเรื่องการสลายม็อบและความมั่นคง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่าไม่จริง ยังไม่ได้รับมอบหมาย แต่ตนจะเก็บตก เพราะตนส่งข้อมูลน้ำมันปาล์ม สมาร์ทการ์ด คอมพิวเตอร์ไปหมดแล้ว และวันนี้ตนเหลือแค่หัวใจกับชีวิต
"ผบ.ทอ."ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอกเหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิล์ด
ที่กองบิน 601 พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็นประธานพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอาการประจำปี 2554 ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ผมไม่กังวล ความจริงก็คือความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ซึ่งความจริงแล้ว ในช่วงนั้นที่มีเหตุการณ์การพยายามเผาโดยในพื้นที่ต่างๆ ได้มีการร้องขอให้ทหารเข้าไปช่วย เพราะว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้เลย ให้นึกดูเอาแล้วกันว่าคนที่แต่งชุดสีดำแล้วมีอาวุธ ใครเป็นคนเผา แต่ปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงคือสังคมไทย น่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องการพูดความจริงมากกว่า ไม่ใช่ว่าใครพูดเก่ง และไปพูดโกหก ก็กลายเป็นว่าคนสนใจ แต่ที่ผ่านมาพฤติกรรมต่างๆ มีการพูดแล้ว และมีการตรวจสอบว่ามันไม่จริงก็ยังไปติดตาม ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ตนคิดว่า ประชาชนคนไทยน่าจะให้ความสนใจว่า สิ่งที่มีคนออกมาให้ข่าว และใช้เวทีการชุมนุมพูด และอ้างว่าจะมาเปิดเผยความจริงต่างๆ ก็ลองดูว่า ความจริงที่เขาว่า มันน่าเชื่อถือแค่ไหน
เมื่อถามว่า การออกมาพูดจำเป็นจะต้องมีหลักฐาน เพื่อแสดงความยืนยัน ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ความจริงก็คือความจริง ฉะนั้นสิ่งต่างๆ จะต้องระวังให้ดี ทั้งข้อมูลและภาพต่างๆ เดี๋ยวนี้มีกาตัดแต่งง่ายมาก บางครั้งเวลาพูดบางทีก็โกหกหน้าตาเฉย ฉะนั้น เราจะต้องพยายามใช้วิจารณญาณและสติในการรับฟังต่างๆ ไม่ใช่ว่าคนพูดเก่ง หรือพูดในสภา หรือพูดอะไรบางอย่างเราจะต้องวิเคราะห์ว่ามีความจริงแค่ไหน ถ้าเหตุการณ์ที่ว่ามีการเข้าไปจริง ก็คงสามารถพิสูจน์ได้เพราะมีกระบวนการต่างๆ ตรวจสอบ และเมื่อคดีต่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็จะมีการพิจารณาไปตามลำดับ ดังนั้นต้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการตัดสิน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งออกมาพูด แล้วมาอ้างโน่นอ้างนี่ และจะมาโยนว่าทหารเป็นคนธรรม ซึ่งมันไม่ยุติธรรมกับทหาร เพราะเราเป็นทหารโดยอาชีพ ไม่ใช่ไปตั้งโต๊ะคอยปลุกระดม หรืออะไรต่างๆ มันไม่ใช่ ดังนั้น เราจึงเสียเปรียบ เพราะเราพยายามที่จะอยู่ในกรมกองเพื่อไม่ออกไปพูดหรือทำให้เกิดเป็นประเด็นอะไรต่าง ที่ผ่านมาทหารไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยอยากให้การเมืองด้วยการเมืองของเขาเอง
เมื่อถามว่า ในเมื่อ ส.ส.มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง มองเรื่องนี้อย่างไร ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่อยากจะให้ผู้ที่รู้กฎหมายมาให้ความรู้ ผมคิดว่า กฎหมายออกมาเพื่อป้องกันและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิด แต่ว่าสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นตัวอย่างอันหนึ่ง คือเหมือนกับใครทำผิด แล้วไปอยู่ในสภา แล้วมีเอกสิทธิ์ ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่เป็นเอกสิทธิ์ ถ้าไปดูกฎหมายจริงๆ จะเห็นได้ว่า ช่วงไหนบ้างที่ท่านมีเอกสิทธิ์ หรือช่วงไหนถ้าจะดำเนินการให้คนที่กระทำความผิดจะต้องไปถูกสอบสวน ก็จะต้องร่วมมือกันทั้งในสภาด้วย ไม่ใช่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และอ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์
" ผมมองว่า กฎหมายที่มีบังคับใช้ไม่ใช่เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่กระทำความผิด แล้วได้เอกสิทธิ์ ซึ่งทุกคนที่กระทำความผิดจะต้องเข้ามาอยู่ในกระบวนการของศาลยุติธรรม ไม่ใช่มาอ้างว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสิทธิพิเศษ และต่อไป ก็คงจะมีพวกคนที่อยากเคลื่อนไหวสร้างความวุ่ยวายในประเทศก็ไปเป็นนักการเมือง พออยู่ในสมัยประชุมก็จะอ้างเรื่องเอกสิทธิ์ขึ้นมา ดังนั้นอยากให้ผู้ที่รู้เรื่องกฎหมายมาให้ความรู้ ว่า เมื่อกระทำความผิดไปแล้ว ช่วงไหนมีสิทธิ์แค่ไหน เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทุกคนอ้างสิทธิเสรีภาพ แต่ว่าแต่ละคนไปล่วงละเมิดสิทธิคนอื่น หรือเปล่า ในขณะที่คนอื่น ก็อยากมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตปกติ แต่มาอ้างเรื่องประชาธิปไตยต้องมีสิทธิ แต่ท่านกลับไปละเมิดสิทธิคนอื่นเขา " ผบ.ทอ. กล่าว
‘ม็อบไร่อ้อย’ไม่เลิกชุมนุมปักหลักยืดเยื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่กลุ่มสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยกว่า 500 คน ได้ปักหลักค้างแรม 1 คืนที่หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. ภายหลังไม่พอใจต่อคำชี้แจงของนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะนำข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการย้ายและขยายโรงงานไทยเอกลักษณ์ จ.อุตรดิตถ์ ไปยัง จ.สุโขทัย นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เมื่อใด
โดยในช่วงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักรอนำข้อเรียกร้องเสนอนายกรัฐมนตรี ในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในบ่ายวันนี้ ขณะที่บนเวทีปราศรัยบนรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงมีการแสดงดนตรี เพื่อลดความตรึงเครียดให้กับผู้ชุมนุม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน มีชาวบ้านมายืนเต้นรำ ขณะเดียวกันชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งได้ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ส่วนการจราจรบริเวณถนนเศรษฐศิริหน้าพรรคประชาธิปัตย์สามารถใช้การได้เพียง 1 ช่องทางเท่านั้น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด
เครือข่ายบำนาญปชช.ร้องส.ว.ปรับปรุงร่างกม.
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ตึกวุฒิสภา เครือข่ายบำนาญภาคประชาชน นำโดย นายเอนก จิรจิตอาทร ประธานเครือข่าย นายสถิตพงษ์ ธ นวิริยะกุล นักวิชาการประจำเครือข่าย ได้ยื่นหนังสือต่อนายวิเชียร คันฉ่อง ส.ว.ตรัง ฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตติการทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ... (พ.ร.บ.การออม) เพื่อร้องขอให้พิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การออมในมาตรา 39 ให้สิทธิแรงงานนอกระบบได้รับบำนาญตลอดชีพแทนเงินครองชีพ หลังจากผ่านการออมจนอายุ 60 ปี โดยนายสถิตพงษ์ กล่าวว่าสาระหลักของพ.ร.บ.การออมฯ กำหนดให้แรงงานที่อายุตั้งแต่ 15 - 60 ปี สามารถออมเงินได้ขั้นต่ำ 50 - 100 บาท และรัฐบาลจะสบทบตามขั้นอายุเงินออม หลังจากที่เกษียณหรืออายุครบ 60 ปีจะได้สิทธิรับบำนาญไปจนถึงอายุ 80 ปี โดยจะนำเงินออมมาคำนวณเงินจ่ายเป็นรายเดือน แต่ในส่วนของแรงงานนอกระบบนั้นกลับพบว่าไมได้รับประโยชน์จากส่วนดังกล่าว เนื่องจากไมได้อยู่นอกระบบจนถึงเกษียณ แต่พบว่าตลอดชีวิตทำงานอยู่ในระบบและนอกระบบบ้าง ดังนั้นเมื่อไม่เข้าเงื่อนไข เมื่อเกษียณอายุทำงาน รัฐบาลจะนำเงินสะสมดังกล่าวมาคำนวณคืนให้กับผู้ออม โดยเรียกว่าเป็นเงินค่าครองชีพ แทนเงินบำนาญ ดังนั้นทางเครือข่ายของเรียกร้องให้กมธ.วิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.การออม ส.ว. แก้ไขให้เกิดความเท่าเทียมกับแรงงานด้วย
ด้านนายวิเชียร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนจะเสนอเข้าสู่กมธ.วิสามัญ อีกครั้งเพื่อเป็นข้อสังเกต ทั้งนี้ตนคาดว่าในการประชุมกมธ.วิสามัญฯ วันนี้ (8 มี.ค.)จะเป็นนัดสุดท้าย จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะเชิญกมธ. ที่สงวนคำแปรญัตติมาหารือและทบทวนร่างพ.ร.บ.การออมที่มีการแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นในการพิจารณาของกมธ.ส.ว.นั้นได้ปรับปรุงในส่วนของการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะที่จะเป็นกรรมการในส่วนของการลงทุน ให้เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจากสายเศรษฐศาสตร์ การเงิน การลงทุนและเศรษฐกิจ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนครั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ



