
ตัดสินยืนยกฟ้องพจมานยื่นเอาผิดนาม
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง หญิงอ้อ ยื่นเอาผิด นาม ยิ้มแย้ม อดีตปธ.คตส. ทำสำนวนคดีที่ดินรัชดา ฯ ชี้ ฟ้องผิดศาล คตส. ใช้อำนาจกฎหมาย ป.ป.ช. ต้องยื่นผ่านวุฒิสภา ฟ้องคดีศาลฎีกานักการเมือง
ที่ห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 8 มี.ค.54 เวลา 11.00 น. ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ.1770 / 2550 ที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายบุญเฉลียว หรือเฉลียว ดุษดี ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ( คตส.) เป็นจำเลย ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200
ตามคำฟ้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 - 28 ม.ค.50 จำเลยในฐานะประธาน คตส. กลั่นแกล้งหาโจทก์และสามีโจทก์ ในเรื่องการเข้าทำสัญญาซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และจำเลยได้บีบบังคับ ขู่เข็ญ กองทุนเพื่อการฟื้นฟู ฯ ซึ่งเป็นผู้ประมูลขายที่ดินให้กับโจทก์ ทำการกล่าวหาร้องทุกข์เอากับโจทก์และสามีโจทก์ในเรื่องที่โจทก์เข้าทำสัญญาซื้อขายกับกองทุนฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งขณะที่จำเลยกล่าวหาโจทก์และสามีโจทก์ยังไม่มีการตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่มีการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ ไม่มีมติของคณะกรรมการตรวจสอบฯที่ระบุว่าโจทก์และสามีโจทก์ได้กระทำผิดตามกฎหมายข้างต้น เหตุเกิดที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ถ.พระราม 6 ซ.อารีย์สัมพันธ์ แขวงสามเสน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 , 91 , 157 , 200
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.พ.51 ซึ่งวินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจศาล แล้วเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษา ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ฉบับที่ 30 ให้อำนาจ คตส. ตรวจสอบและดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งหากมีการกล่าวหา คตส. ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. ต้องให้ ส.ส. ส.ว.หรือ สมาชิกร่วมทั้ง 2 สภา เข้าชื่อเสนอประธานวุฒิสภา ตรวจสอบและดำเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. คดีจึงอยู่ในศาลอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 อุทธรณ์โจทก์ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน



