ข่าว

บังยีปรับหมากแก้กฎเลือกตั้งนายกบอล

บังยีปรับหมากแก้กฎเลือกตั้งนายกบอล

08 มี.ค. 2554

"บังยี" วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลไทย เตรียมแก้ธรรมนูญเลือกตั้งใหม่ อ้างให้เป็นไปตามข้อบังคับฟีฟ่า โดยจะปรับเปลี่ยนให้สมาชิกมีสิทธิ์เลือกตั้งแต่นายกยันบอร์ด ครบทั้ง 19 คน พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนบอลมีสิทธิ์ลงคะแนนด้วย

"บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยว่า จากการที่ได้ไปร่วมประชุมบอร์ด “ฟีฟ่า” ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 1-6 มีนาคม โดยสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือเรื่องที่ฟีฟ่ากำหนดข้อบังคับมาตรฐานในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลทั่วโลกให้เป็นไปในทางเดียวกัน ในส่วนของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ต้องมีการปรับข้อบังคับหรือธรรมนูญในการเลือกตั้งกรรมการบริหาร รวมทั้งตำแหน่งนายกสมาคมให้สอดคล้องกับฟีฟ่าด้วยเช่นกัน

 สำหรับธรรมนูญการเลือกตั้งใหม่ของสมาคมฟุตบอลที่จะปรับแก้ตามข้อบังคับฟีฟ่า มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1.ต้องมีการเลือกตั้งในทุกตำแหน่งจำนวน 19 ตำแหน่ง ตั้งแต่นายกสมาคม อุปนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหาร โดยต้องมีอุปนายกสมาคมเป็นสุภาพสตรี 1 คน 2.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย สโมสรที่แข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกจำนวน 18 เสียง จากลีก ดิวิชั่น 1 จำนวน 18 เสียง จากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ทั้ง 5 ภาค ตัวแทนภาคละ 2 เสียง รวมเป็น 10 เสียง

 จากกลุ่มทีมสมัครเล่น ถ้วยพระราชทาน ประเภท ข, ค, ง จำนวน 6 เสียง จากผู้แทนผู้เล่น 1 เสียง ผู้แทนผู้ฝึกสอน 1 เสียง ผู้แทนผู้ตัดสิน 1 เสียง ผู้แทนฟุตบอลหญิง 1 เสียง ผู้แทนฟุตซอลและบีชซอคเกอร์ 1 เสียง และผู้แทนจากแฟนบอล 1 เสียง รวมเป็นทั้งหมด 58 เสียง

 นายกลูกหนังไทยกล่าวอีกว่า ในส่วนของกรอบเวลาตามที่ฟีฟ่ากำหนดไว้นั้น ฟีฟ่ากำหนดให้ความเห็นชอบอุมัติธรรมนูญข้อบังคับของสมาคมในวันที่ 15 มีนาคม และกำหนดให้ส่งให้สมาชิกรับทราบ และเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 60 วัน เพื่อให้การเห็นชอบข้อบังคับ และหลังจากนั้นให้กำหนดให้มีการประชุมเลือกตั้งภายใน 45 วัน โดยฟีฟ่าจะส่งคณะผู้แทนมาร่วมในการประชุมใหญ่ทั้ง 2 ครั้งนี้ด้วย

 "จะเห็นได้ว่าฟีฟ่าได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาจากทุกภาคส่วนของฟุตบอล โดยแต่ละภาคส่วน หรือผู้แทนที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีความรับผิดชอบโดยตรงกับการพัฒนาฟุตบอล และมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าเดิม” นายวรวีร์กล่าว

 อย่างไรก็ตาม "คม ชัด ลึก" ได้ตรวจสอบข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พ.ศ.2546 ที่บังคับใช้มาถึงปัจจุบันพบว่า หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ประจำปี หรือในที่ประชุมใหญ่พิเศษ และลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงที่เข้าร่วมประชุม

 โดยการแก้ไขข้อบังคับลักษณะปกครองจะต้องเป็นมติจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีนั้นๆ ของสมาคมฟุตบอลเสียก่อน จากนั้นจึงตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขและต้องนำบทแก้ไขที่เรียบร้อยแล้วเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีในปีถัดไป เพื่อขอมติรับรองจากสโมสรสมาชิก จากนั้นจึงจะดำเนินการไปยื่นขอแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวที่สำนักงานเขตพื้นที่ซึ่งสมาคมตั้งอยู่

 นอกจากนี้การจะแก้ไขข้อบังคับยังต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งในส่วนนี้องค์กรกีฬาระดับสากลจะไม่เข้ามาก้าวก่าย ขณะเดียวกันหากสภารักษาการไม่จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่จะมีวาระเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลภายใน 90 วัน จะถือว่าผิดพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย