
สตรีอาหรับแสดงพลังร่วมขับเคลื่อนกระแสปฏิรูปในภูมิภาค
เบรุต- ชี้สตรีอาหรับกำลังทลายม่านประเพณีและอคติสังคม กลายเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการลุกฮือต่อต้านระบอบอำนาจนิยมในโลกอาหรับ
เมื่อวันจันทร์(7 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานบทบาทสตรีในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ที่ปรากฏให้เห็นในกรุงตูนิส ประเทศตูนิเซีย อันเป็นจุดเริ่มของกระแสเรียกร้องการปฏิรูปและล้มเลิกระบอบอำนาจนิยม เรื่อยมาจนถึงกรุงไคโร ประเทศอียิตป์ กรุงมานามา และซานา ว่า ได้กลายเป็นพลังสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
รายงานอ้างความเห็นของ นาดิม ฮูรี นักวิจัยอาวุโสแห่งองค์กร ฮิวแมนไรท์ส วอทช์ ว่าการที่สตรีหลายหมื่นคนทั้งที่อยู่ในชุดกางเกงยีนเสื้อยืด หรือชุดคลุมและสวมผ้าปิดหน้า ได้ออกมาร่วมชุมนุมตามท้องถนน นับเป็นสัญญาณที่ดี และในอนาคต น่าจะได้เห็นสตรีได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในโครงสร้างการปกครองแบบใหม่ที่จะบังเกิดขึ้นหลังการปฏิวัติ
ทั้งนี้ ในการชุมนุมครั้งใหญ่หลายสัปดาห์ที่จตุรัสตาหรีร์ ในกรุงไคโรเพื่อเรียกร้องโค่นอำนาจนายฮอสนี มูบารัก โดยได้แรงบันดาลใจจากการโค่นอำนาจผู้นำเผด็จการในตูนิเซีย หรือที่บาห์เรน และเยเมน ชาวโลกได้เห็นภาพสตรีจำนวนมากออกมาร่วมแสดงพลังบนถนนอย่างเปิดเผย และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อหน้ากล้อง
นางทาวัคคุล คาร์มาน นักเคลื่อนไหวที่เป็นหัวหอกระดมสตรีออกมาร่วมประท้วงในกรุงซานา กล่าวว่า สตรีในตูนิเซีย อียิปต์และลิเบีย ได้มีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้การปฏิวัติยิ่งมีพลังในทุกๆ เมือง การปฏิวัติที่มีเป้าหมายหลักคือโค่นระบอบเผด็จการ ยังประสบความสำเร็จในการล้มล้างประเพณีคร่ำครึที่ครอบพวกเรามานานว่า สตรีควรอยู่แต่บ้านและเลี่ยงพบปะผู้คน นี่คือการปฏิวัติสังคมรูปแบบหนึ่ง ที่จะช่วยยกสถานะสตรีให้ดีขึ้น
นอกจากสตรีทุกชนชั้นวรรณะที่มองเห็นได้บนถนนแล้ว สตรีรุ่นใหม่มีการศึกษา ยังได้หันไปใช้สื่อสังคมออนไลน์ นำการเปลี่ยนแปลงสู่ประเทศชาติ เช่น อัสมา มาห์ฟูส สาวอียิปต์เจ้าของบล็อกวิดีโอ หรือที่เรียกว่า "วีล็อก" ที่เรียกร้องการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลมูบารัก ก็ได้รับการยกย่องว่ามีส่วนอย่างมากในการสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวอียิปต์ออกมาประท้วงเมื่อวันที่ 25 มกราคม
ส่วนซาอุดีอาระเบียที่ยังไม่มีการประท้วงใหญ่เกิดขึ้น ได้เริ่มมีเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ อย่างเช่น #SaudiWomenRevolution ที่ทวีตเรียกร้องให้สตรีซาอุฯ ออกมาประท้วง
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การลุกฮือในโลกอาหรับ ได้เผยให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อทั้งโครงสร้างการเมืองและสังคมในภูมิภาค นัยสำคัญของการประท้วงในอียิปต์และลิเบีย ไม่ใช่เพียงกำจัดจอมเผด็จการ แต่ยังเป็นการกำจัดลัทธิความเชื่อทั้งหลาย อย่างเช่น ลัทธิเหยียดเพศ ที่ทำให้ภูมิภาคแห่งนี้ย่ำอยู่กับความล้าหลัง



