
"สมุทรสาคร"ตื่นรับท่าเรือน้ำลึกทวาย
จังหวัดสมุทรสาครตื่นตัว เตรียมกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนารองรับโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมฯ ทวาย มองได้รับประโยชน์การเชื่อมต่อจากกาญจนบุรี
นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครเตรียมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาโดยอิงกับโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย ในประเทศพม่าเชื่อมต่อกับจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลดีต่อจังหวัดที่เป็นเมืองเชื่อมต่อกับกาญจนบุรี ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครเองก็จะได้ประโยชน์จากโครงข่ายการเชื่อมต่อถนนในเขตทวาย จึงต้องเตรียมแผนการพัฒนาศักยภาพสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการกำหนดทิศทางในการแข่งขันทางการค้าให้สอดคล้องกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่
นายอภิชิต ประสพรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จะหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เร่งจัดอบรมเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น เพราะเห็นว่าจากนี้ไปจังหวัดสมุทรสาครจะต้องพัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวไปข้างหน้า โดยอาศัยโครงการเชื่อมระหว่างกาญจนบุรี-พม่า เป็นแกนการพัฒนา
ด้านนายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกกาญจนบุรี-ทวายว่า หลังจากที่บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าได้ทำข้อตกลงเพื่อก่อสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย และเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทย-สหภาพพม่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดโครงการแล้วเสร็จภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ภายในโครงการดังกล่าวจะมีการก่อสร้าง ได้แก่ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก โรงไฟฟ้า อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่น โรงถลุงเหล็กต้นน้ำ รวมทั้งถนน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งโครงการก่อสร้างต่างๆ เหล่านี้จะทำให้กาญจนบุรีและจังหวัดข้างเคียงได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการพัฒนาเศรษฐกิจเบื้องต้นคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน



