
"ไทยแอร์เอเชีย"เล็งระดมทุนก้อนโตคาดเข้าตลาดหุ้นไทยไตรมาส4-ยันยังไม่ขึ้นค่าตั๋ว
ไทยแอร์เอเชียแต่งตัวเตรียมเข้าตลาดหุ้นไทยไตรมาส 4 ตั้งเป้าระดมทุนอย่างต่ำ 4,500 ล้านบาท ใช้เงินซื้อเครื่องบินใหม่เพิ่มและการลงทุนในอนาคต รับราคาน้ำมันเสี่ยงควบคุมยาก ยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าตั๋วและเก็บค่าต๋งน้ำมัน
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2554 โดยระดมทุนในวงเงินอย่างต่ำ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการลงทุนในอนาคต และรับมอบเครื่องบินใหม่อีก 20 ลำ รวมทั้งจะใช้สำหรับลดขาดทุนสะสมที่มีอยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท และคาดว่าจะลดขาดทุนสะสมลงเหลือ 1,800 ล้านบาท ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
“ปัจจัยที่จะมากระทบแผนเข้าตลาดคือเรื่องการเมือง เศรษฐกิจและภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นในเรื่องการเมืองมากขึ้นระดับหนึ่ง เพราะเมื่อการเลือกตั้งเกิด อะไรๆ ก็น่าจะดีขึ้น ส่วนจะเข้าจดทะเบียนในเดือนไหน ต้องหารืออีกที เพื่อดูจังหวะที่เหมาะสม" นายทัศพลกล่าว
กลยุทธ์ในปี 2554 นั้น จะเปิดเส้นทางการบินใหม่เพิ่มเติม และเน้นการเพิ่มจำนวนรอบการบินให้มากขึ้น รวมทั้งเน้นการขยายศูนย์การบิน (ฮับ) ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศ เช่น จีน และอินเดีย ส่วนแผนระยะยาวภายใน 5 ปี หรือในปี 2559 บริษัทจะมีจำนวนเครื่องบิน 40 ลำ หรือเพิ่มเครื่องบินปีละ 4 ลำ จะช่วยผลักดันรายได้ให้มีการเติบโตได้ในระดับ 35-40% ต่อปี วางเป้าหมายกระแสเงินสดประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน
นายทัศพลกล่าวถึงความเสี่ยงจากราคาน้ำมันว่า ถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บริษัทบริหารจัดการด้วยการประกันความเสี่ยงน้ำมันไว้ 30% ปริมาณน้ำมันที่ใช้ รวมทั้งเพิ่มรายได้เสริมให้เพิ่มขึ้น เพื่อนำมาชดเชยต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าตั๋วเครื่องบิน เพราะสามารถบริหารจัดการได้ ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าตั๋วเครื่องบิน หรือคิดค่าธรรมเนียมน้ำมันจากผู้โดยสารเพิ่ม เพราะไม่ต้องการให้กระทบความรู้สึกผู้บริโภค
“ราคาน้ำมันมองว่าทิศทางยังเป็นขาขึ้น แต่ต้องจับตาดูสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วย ถ้าคลี่คลายในทางที่ดี ราคาก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ มองว่าค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันทั้งปีนี้จะอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่หากราคาน้ำมันไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และปรับขึ้นเกิน 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล บริษัทคงต้องย้อนกลับมาดูว่า รายได้เสริมของบริษัทสามารถนำมาชดเชยส่วนที่เป็นภาระต้นทุนหรือไม่” นายทัศพลกล่าวและว่า ทิศทางการแข่งขันในธุรกิจการบินในไทยมองว่าไม่รุนแรงมากนัก ส่วนกรณีที่มีผู้ให้บริการรายใหม่เกิดขึ้น ยอมรับว่าจะมีการแข่งขันด้านราคาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะสามารถแข่งขันกับรายอื่นๆ และผู้ให้บริการรายใหม่ได้ด้วยประสบการณ์



