
การผลิตคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบการเมืองไทย
แม้ว่าจะมีการพูดถึงการเลือกตั้งที่คงจะมาถึง (สักวัน !) ในแง่ที่หาความหวังไม่ค่อยได้ แต่ผมกลับรู้สึกว่าการเมืองไทยน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคตที่ไม่น่าจะไกลมากนัก
เริ่มจาก นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับบางกอกโพสต์ที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ในหลายเรื่องที่มีความน่าสนใจ (น่าสนใจขนาดหนังสือพิมพ์ไทยไม่ตีพิมพ์) โดยเฉพาะโครงการใหม่ของพรรคที่ชื่อว่า "รุ่นใหม่ อนาคตไทย" (ชื่อภาษาอังกฤษหล่อว่า คือ Future Thai Leader Project)
คุณชำนิ เห็นว่า ที่ผ่านมานั้นการคัดเลือกผู้นำของพรรคนั้นไม่เป็นระบบเท่าไหร่ แม้ว่าจะมีโครงสร้างพรรคที่ชัดเจน แต่เอาเข้าจริงคนที่จะเข้ามาเป็นผู้นำของพรรคนั้นมักจะเข้ามาด้วยโชคชะตา(โชคช่วย) เพราะว่าขึ้นกับแต่ละพื้นที่การหาเสียง ดังตัวอย่างของกรณีของคุณชวน ที่ตอนแรกนั้นเกือบจะไม่ได้ลง เพราะพื้นที่ซ้อนทับกับอดีตตัวแทนของพรรค
แต่โชคดีว่าตัวแทนพรรคนั้นไม่ลง
หรือในกรณีของคุณอภิสิทธิ์เนี่ย ก็ไม่ได้เติบโตมาจากโครงสร้างพรรคเอง ดังนั้นทางพรรคนั้นก็เลยพยายามจะค้นหาคนรุ่นใหม่เข้ามาจากการเปิดรับสมัครจากคนที่มีการศึกษา โดยเฉพาะในระดับปริญญาโท เอก และให้สมัครผ่านอีเมล แล้วก็จะพาไปลงพื้นที่ในอีสานและทางเหนือ แล้วจะอาจจะลงสมัครในพื้นที่เหล่านั้น
จุดเด่นที่คุณชำนิกล่าวถึง ก็คือความแตกต่างของโครงการดังกล่าวกับของ นปช. ที่มีโรงเรียนเสื้อแดง เพราะว่าของ ปชป. จะเน้นเรื่องใหญ่ๆ (big issues) อาทิ อุดมการณ์ประชาธิปัตย์ และ บทบาทของพรรคในการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ
ขยายความในส่วนนี้ โดย คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กล่าวปาฐกถาเรื่อง "อุดมการณ์ประชาธิปัตย์" ในงานสัมมนาในวันถัดมา การเป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชน เคารพสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมกันของประชาชน ไม่เอาเผด็จการ และยึดระบบเศรษฐกิจเสรี ตลอดจนยึดการอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านแบบฉันมิตร ไม่ปลุกระดมความคิดชาตินิยมให้ไปทะเลาะกับประเทศต่างๆ
แต่เราต้องมีกองทัพที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และอยู่กับกองทัพด้วยความเคารพและให้เกียรติกันไม่ใช่เอามาอยู่ใต้อำนาจเหมือนในกรณีคุณทักษิณ (ไทยรัฐ วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม)
ประเด็นโดยสรุปไม่ได้อยู่ที่ว่าแนวคิดของประชาธิปัตย์ผิดหรือถูก หรือคุณสุเทพนั้นคงจะต้องเผชิญกับคำถามว่าสิ่งที่พูดหมายถึงอะไร อาทิ ไม่เอาเผด็จการ คืออะไร ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน คืออะไร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอุดมการณ์ของพรรค ข้อที่ 4 "พรรคจะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใดๆ"
ที่มีในเว็บไซต์ของพรรคและอ้างว่ามีตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2489 โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการทำรัฐประหาร หรือการพยายามไม่ให้เกิดสิ่งนี้
แต่อยู่ที่ความชัดเจนว่าประชาธิปัตย์คงต้องการผลิตผู้นำรุ่นใหม่ที่มีลักษณะของการเป็นชนชั้นนำและแก้ปัญหาเศรษฐกิจในแบบมุ่งส่งเสริมการค้าเสรี และเน้นในการพัฒนานโยบาย
ขณะที่แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ชัดเจนในการได้มาซึ่งการสรรหาคนรุ่นใหม่ (แม้ว่าจะสร้างความฮือฮาในการเปิดตัวผู้สมัครพรรค) แต่การที่ ปชป.มุ่งประเด็นเปรียบเทียบกระบวนการของตนไปที่คนเสื้อแดงและโรงเรียน นปช. กลับมีความแหลมคมยิ่ง ในความเห็นของผมนี่คือตัวแบบที่แตกต่างกัน เพราะทางเสื้อแดงนั้นเน้นการจัดตั้งมวลชน
(แต่มวลชนนั้นมีลักษณะที่ใหม่กว่าแค่ผู้เลือกตั้ง และรูปการณ์จิตสำนึกในหลายเรื่องคงจะเปลี่ยนด้วย) และยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ ปชป.ไม่ได้พูดก็คือการอบรมของคนเสื้อแดงนั้นไม่ได้มีแต่ในโรงเรียนเสื้อแดงแต่ละพื้นที่เท่านั้น แต่หมายถึงการเคลื่อนไหวต่อสู้ในพื้นที่จริงผ่านการชุมนุมด้วย
การเคลื่อนไหวของการสร้างผู้นำระดับสูง กับมวลชนที่พร้อมจะนำและตามในฐานะขบวนการการเมืองขนาดใหญ่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ อย่างน้อยในแง่ของหลักวิชา เพราะทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น (ภายใต้เงื่อนไขของการเคารพกติกา และขันติธรรม) และทำให้เราต้องจับตามองตัวแบบของแต่ละพรรค (ในความหมายกว้าง)ใ นการได้มาซึ่งผู้นำใหม่ๆ
ไม่ว่าจะกรณีของพันธมิตร-การเมืองใหม่ และพรรคอื่นๆ
เรื่องแบบนี้น่าสนใจกว่าการทำข่าวแค่เรื่องของการย้ายพรรคไปมาของนักการเมืองและทายาทนักการเมืองด้วยเรื่องการทับซ้อนพื้นที่มากมายนักครับ และจะช่วยพัฒนาความเข้าใจและการเกี่ยวโยงกับการเมืองมากขึ้นครับผม



