
นิพพานหลวงตาบัว
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ให้หัวข่าวในวันพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เพียงสั้นๆ ว่า นิพพาน คำคำเดียว ที่มีความหมายนับพัน
หลังจากคณะสงฆ์เคลื่อนอัฐิธาตุหลวงตามหาบัวไปเก็บไว้ในกุฏิ ประชาชนนับหมื่นคนที่เดินทางมาร่วมพิธีต่างพากันเก็บแม้เพียงละอองอัฐิธาตุ ที่ปลิวตกบริเวณโดยรอบจิตกาธาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล นั่นเป็นเครื่องแสดงถึงความศรัทธาอันแรงกล้าที่ประชาชนมีต่อหลวงตามหาบัว พระผู้มีคุณทั้งในทางโลกและทางธรรม ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมในการรับบริจาคทองคำแท่ง และเงินสดไปซื้อทองคำ มอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นทุนสำรอง และในทางธรรมที่หลวงตาบัวทรงเป็นพระที่ให้แสงแห่งธรรม สว่างไสวในใจของผู้คนตลอดมา
หลวงตาบัวบอกญาติโยมให้ระลึกถึงความจริงของชีวิต ที่หลายคนหลงลืม และทำให้กำลังของกิเลสกล้าแข็ง กลายเป็นคนหลงโลก “เราจะเอาอะไรเป็นที่พึ่ง สิ่งที่เราดิ้นดีดอยู่ทุกวันนี้ มีแต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย พออยู่ พออาศัย เป็นไปเพียงเท่านั้น แต่อำนาจของจิตใจที่มีกิเลสเป็นเครื่องหนุน มันทำให้เราโลภมาก จนไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่รู้จักเป็น จักตาย ไม่รู้จักป่าช้า ว่าจะตายวันไหน ความระลึกถึงความตายวันหนึ่ง ไม่ค่อยมีกับคนผู้ดีดดิ้นเช่นนั้น” คำว่าดีดดิ้น ให้ความหมายที่วิเศษนัก แปลว่าการให้ความใส่ใจแต่สุขทางกาย ทั้งที่กายนั้นเป็นเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นภาพแห่งความสุขเพียงชั่วคราว
สูงยิ่งไปกว่าความตาย ก็คือนิพพาน คือจิตที่บริสุทธิ์ หลวงตาบอกว่า เมื่อตามถึงจิตแล้ว ก็เท่ากับตามถึงธรรมอันเดียวกัน เรียกว่า วิวัฏจักรวิวัฏธรรม ธรรมที่ไม่หมุนเวียนต่อไปอีก คือความบริสุทธิ์ “เมื่อถึงขั้นบริสุทธิ์ เห็นชัดเจนว่าบริสุทธิ์ แต่ไม่มีคำว่าสูญ ตายแล้วก็ไม่สูญ ยังมีชีวิตอยู่ก็บริสุทธิ์ ตายไปแล้วก็เป็นจิตที่บริสุทธิ์ วิมุตติ พระนิพพานอยู่นั่น เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่าผู้ที่สิ้นกิเลสแล้วในขณะที่ท่านตายไปว่าท่านนิพพาน คือดับหมดในบรรดาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับจิต ยุ่งเหยิงวุ่นวายกับจิตมาแต่ก่อน ขาดสะบั้นไปหมด เหลือแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ...”ฉะนั้น จึงกล่าวว่า หลวงตามหาบัวนิพพาน มิได้มรณภาพ
หลวงตามหาบัวถือกำเนิดในตระกูล “โลหิตดี” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2457 ละสังขารเมื่อยามใกล้รุ่งวันที่ 30 มกราคม 2554 อายุ 97 ปี “เราเกิดในท่ามกลางพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่แท้จริง ศาสนาของพระพุทธเจ้านี่ ประกาศลั่นอยู่ด้วยมรรค ผล นิพพาน เป็นศาสนาที่ถ้าจะเทียบกับตลาด ก็คือตลาดแห่งมรรค ผล นิพพาน เต็มไปด้วยมรรค ด้วยผล โสดา สกทา อนาคา อรหัตตมรรค อรหัตตผล นางฟ้า นางสวรรค์ พรหมโลก ท้าวมหาพรหม เต็มไปหมด เพราะอำนาจแห่งบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากศาสนาที่ท่านได้แนะนำ สั่งสอนแล้วบำเพ็ญตาม ได้ไปเสวยผลบุญกุศล ตลอดจนถึงนิพพาน” คำว่านิพพาน สำหรับหลวงตามหาบัว จึงจริงแท้ แน่นอนยิ่งกว่าความหมายใด



