ข่าว

เอา'วีระ'กลับมาก่อนได้ไหม ?

เอา'วีระ'กลับมาก่อนได้ไหม ?

08 มี.ค. 2554

กลายเป็นเรื่องที่วนกลับมาหารัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งสำหรับกรณี วีระ สมความคิด

 เพราะชัดเจนว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษจากกัมพูชา ที่ใครก็รู้ว่าถ้า ฮุน เซน พยักหน้าก็เรียบร้อยทุกรายไป

 แต่สถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในวันนี้ ยังไม่เข้ารูปเข้ารอย ความบาดหมางมึนตึงยังคุกรุ่น การที่จะเดินเอาหนังสือไปยื่นให้ดื้อๆ แนวโน้มว่าจะถูกเยาะเย้ยถากถาง หรือเตะถ่วงเวลาออกไปมีสูง

 ตราบใดที่ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่รอบข้างยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ปัญหาทุกปัญหาที่มีขึ้นกับไทย ย่อมไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

 แต่ทางบ้านเราจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร

 ในเมื่อรู้อยู่ว่าสภาพของ วีระ สมความคิด นั้น ถึงจิตใจจะเข้มแข็ง แต่ร่างกายนั้นอ่อนล้าด้วยเพราะโรคประจำตัวนับสิบโรคกำลังรุมเร้าอย่างหนัก

 แล้วสภาพคุกเขมรนั้นจากปากคำคนที่เคยทนทุกข์มันน่าอภิรมย์ซะที่ไหน

 ถึงแม้ว่า กระทรวงการต่างประเทศจะยืนยันว่า เอาข้าวเอาน้ำไปให้วันละ 2 มื้อ พร้อมสอบถามสารทุกข์สุกดิบเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้หมายความว่า สภาพของ วีระ สมความคิด จะดีขึ้น

 เห็นได้จากปากคำของญาติพี่น้อง วีระ สมความคิด ที่ไปเยี่ยมมาแล้วเห็นสภาพของพี่ชาย กลับมาก็เลยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือ เพราะเป็นช่องทางเดียว

 ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่น่าจะมีเพียงแค่นั้น ญาติของ วีระ สมความคิด จะต้องไปขอร้อง ไปอ้อนวอน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และพวกพ้องที่ปักหลักชุมนุมให้พักเรื่องราวอันจะไปเพิ่มความอำมหิตของฮุน เซน ในช่วงนี้ไว้ก่อน

 รอให้ วีระ สมความคิด กลับมาถึงบ้านก่อนได้ไหม ?

 ประกาศปาวๆ ให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือ วีระ สมความคิด แต่อีกด้านหนึ่งก็พยายามจะยื่นเรื่องขออุทธรณ์ต่อศาลเขมร ซึ่งมันจะทำให้ วีระ สมความคิด ต้องทนทุกข์นานมากขึ้นไปอีก

 พอมาเจอกับคำยืนยันว่า วีระ สมความคิด ป่วยหนักจริง ก็ยังเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ หากว่า วีระ สมความคิด เป็นอะไรไป

 แต่ก็เอาเถอะนะ !

 มาถึงวันนี้แล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องเร่งมือทำอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยคนของตนเองกลับบ้านให้ได้ก่อน

 ส่วน พล.ต.จำลอง กับพวกเองก็ต้องย้อนกลับมามองดูว่า สิ่งที่ทำไปนั้น ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับการนำตัว วีระ สมความคิด กลับมาบ้านได้หรือไม่

 หรือเป็นตัวถ่วงให้ วีระ สมความคิด ทุรนทุรายกับการต่อสู้กับโรคที่รุมเร้า ?

 หากยังอยากจะเคลื่อนไหวเรื่องดินแดน ให้รัฐบาลทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทย ก็พักสักครู่ได้หรือไหม

 เพราะตอนนี้การรุกล้ำก็ลดลง ทหารทั้งสองฝ่ายก็ตรึงกำลังกันอยู่ แนวโน้มที่ยูเนสโกจะพิจารณาข้อเสนอของกัมพูชา เรื่องการบริหารพื้นที่มรดกโลกตรงนั้น ตามหลักแล้วก็น่าจะยังไม่มีการพิจารณา เพราะทั้งสองประเทศต่างก็มีข้อพิพาทกันอยู่

 สถานการณ์ในตอนนี้จึงอยู่ในภาวะแหลมคมเอามากๆ

 นี่มันเป็นการเดิมพันชีวิตของ วีระ สมความคิด โดยที่เจ้าตัวก็คงไม่ต้องการให้เกิดเรื่องขนาดนี้

 ถ้าฝ่ายหนึ่งยังไม่เร่งมือ และอีกฝ่ายก็ยังไม่หยุด

 ผลที่ออกมาประชาชนคนทั่วไปย่อมคิดได้อยู่แล้วว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับ วีระ สมความคิด

 ถึงแม้บางคนจะไม่เห็นด้วยกับการไปเดินยั่วให้ทหารเขมรมาจับในวันแรกที่เกิดขึ้น แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ ขั้นที่ วีระ สมความคิด น่าจะกำลังกลายเป็นเหยื่อให้แต่ละฝ่ายเอาไปใช้มันมีความจำเป็นที่จะต้องร้องขอเพื่อให้ชีวิตคนคนหนึ่งได้กลับมาดำเนินไปได้อย่างปกติ

 อย่าลืมว่า ฮุน เซน นั้น พร้อมที่จะเล่นเกมอำมหิตนี้กับไทยโดยไม่ยี่หระในเรื่องวัน-เวลา

 อย่าว่าแต่ในวันนี้ พล.ต.จำลอง และพวกพ้องที่ชุมนุมกันอยู่นั้น นอกจากจะทำให้การจราจรถูกปิดตาย จนตำรวจต้องค่อยๆ ขอพื้นที่คืนได้มาบางส่วนในวันนี้ ถามว่าแนวร่วมเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน ถ้าเทียบกับชาวบ้านในย่านนั้นที่เดิมเคยขึ้นรถเมล์หน้าปากซอย แต่วันนี้ต้องเดินอ้อมไปอีกที่หนึ่ง เพราะรถเมล์ถูกปิดเส้นทางเดินรถ โดย พล.ต.จำลอง และพวก

 ในทางพุทธก็ควรจะมองได้ว่า การหยุดเพื่อให้ วีระ สมความคิด ได้กลับบ้าน มาพักรักษาตัวก็น่าจะเป็นกุศลอย่างหนึ่ง

 เมื่อรักษาจนแข็งแรงแล้วจะกลับไปต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตย ไล่บี้รัฐบาลให้ทำหน้าที่ ก็ว่ากันไปตามวิถีทางของแต่ละคน หากการกระทำนั้นไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

 ถึงจุดนี้ต้องเรียกว่า ไกลเกินกว่าที่จะไปต่อแล้ว สำหรับ พล.ต.จำลอง และพวกพ้อง ส่วนรัฐบาลก็หมดเวลาแล้วที่จะรอให้สถานการณ์สุกงอม เพราะวันนี้ชัดเจนแล้วว่า ชีวิตของ วีระ สมความคิด กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงกับเกมของทั้งสองฝ่าย

 ศรายุทธ สายคำมี