
เดวิสคัพไทยมั่นใจ จะสยบ"อิเหนา"ได้ ดึงภราดรนั่งกัปตัน
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกเทนนิสไทย ดึง "ซูเปอร์บอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ คืนกัปตันทีมเดวิสคัพ นัดเปิดบ้านรับมือ "อิเหนา" อินโดนีเซีย ในวันที่ 8-10 ก.ค.นี้ ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ มั่นใจหวดไทยเอาชนะอิเหนาได้แน่
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลงานของทีมเทนนิสชายไทย ที่สามารถเอาชนะทีมแปซิฟิก โอเชียเนีย 5-0 คู่ รอบแรก ในการแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย "เดวิสคัพ 2011" โซนเอเชีย/โอเชียเนีย กลุ่ม 2 ได้นั้น ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนรอบสอง หรือรอบรองชนะเลิศ จะพบทีมอินโดนีเซีย ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคมนี้
นายกลอนเทนนิสสมาคม กล่าวต่อว่า นายไทยทนุ วรรณสุข รองเลขาธิการและหัวหน้าสำนักงานลอนเทนนิสสมาคม มีโอกาสได้ต้อนรับผู้ฝึกสอนของทีมอินโดนีเซีย ที่นำนักกีฬาเยาวชนเดินทางมาแข่งขันเทนนิสรายการ ช้าง แอลทีเอที ไอทีเอฟ จูเนียร์ เกรด 1 ที่กำลังแข่งขันกันในขณะนี้ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ พร้อมกับสอบถามเรื่องความเคลื่อนไหวของนักเทนนิสทีมชาติอินโดนีเซียด้วย
"ทางอินโดนีเซียยอมรับว่านักเทนนิสของเขาเป็นรองนักเทนนิสไทย เพราะครั้งนี้ทีมไทยได้แข่งขันในบ้าน เราย่อมได้เปรียบเรื่องสภาพแวดล้อมและเสียงเชียร์ในฐานะเจ้าถิ่น"
นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า นักเทนนิสชายทีมไทยชุดนี้มีความพร้อมมาก ทั้ง "เจ้าปิ๊ก" ดนัย อุดมโชค นักหวดมือ 1 ของไทย, "เจ้าพ้ง" กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์ นักหวดดาวรุ่ง และ "แฝดต้น-ต้อง" สนฉัตร กับ สรรค์ชัย รติวัฒน์ ที่เป็นกำลังสำคัญในประเภทคู่ ดังนั้น หากไม่ติดขัดเรื่องอะไร คาดว่าจะใช้นักเทนนิสชุดนี้ลงแข่งขันกับอินโดนีเซียต่อไป
ในการแข่งขันรอบต่อไปนั้น ลอนเทนนิสสมาคมจะมอบหมายให้ "ซูเปอร์บอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของไทย และมือ 9 ของโลก กลับมาทำหน้าที่กัปตันทีมเดวิสคัพไทยอีกครั้ง หลังจากขอพักการทำหน้าที่เพราะติดภารกิจส่วนตัว ขณะเดียวกันทีมไทยก็ยังมี "เบิ้ม" ธนากร ศรีชาพันธุ์ พี่ชายของภราดร ทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนด้วย
"จากผลงานของทีมไทยในศึกเดวิสคัพ รอบสองหรือรอบรองชนะเลิศ ปีที่แล้ว ซึ่งไทยบุกไปชนะอินโดนีเซีย 4-1 ได้เข้าชิงชนะเลิศ ทีมไทยชุดนั้นมีภราดรและธนากรเป็นกัปตันทีมและผู้ฝึกสอนตามลำดับ ส่วนนักกีฬาไม่มีดนัย มีกิตติพงษ์ทำหน้าที่เดี่ยวมือหนึ่ง แต่ครั้งนี้มีทั้งดนัยและกิตติพงษ์ รวมถึงคู่แฝด จึงมั่นใจว่าทีมไทยจะเอาชนะอินโดนีเซียได้ เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ เพื่อกลับขึ้นไปอยู่กลุ่ม 1 ในปีหน้าให้ได้"



