
มาร์คหารือกกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง11มี.ค.
"นายกฯ เผย หารือ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง 11 มี.ค. ปัดตอบยุบสภาหลังสงกรานต์ โดนไล่รายวัน เจออีกหญิงบุกเข้าหา ชูข้อความด่า ไพโรจน์ชี้ปัญหารุมรัฐบาล ลดคะแนนนิยม ปชป. แย้มเรื่องควบรวม ชื่อพรรคใหม่ต้องมีคำว่า ชาติพัฒนา
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 มี.ค.ที่อิมแพคเมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า จะนัดคุยกับกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 11 มี.ค. เมื่อถามว่าจะยุบสภาหลังเทศกาลสงกรานต์ใช่หรือไม่ นายกฯ ปัดตอบคำถาม
โดนไล่รายวันเจออีกหญิงบุกชูข้อความด่า
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ประตูฮอลล์ 9 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เดินเข้าร่วมงานเป็นประธานจัดงาน ”เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพปีที่ 3“ ปรากฏว่า ได้มีผู้หญิง อายุประมาณ 40 ปี สวมชุดสีกากี ได้เข้าจู่โจมหานายกฯ พร้อมกับยกกระดาษข้อความด่า ขณะที่หน่วยรักษาความปลอดภัยหญิงได้เข้าประชิดพร้อมหิ้วปีกหญิงคนดังกล่าวออกไปทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดกระดาษจากหญิงคนดังกล่าว โดยพบว่า นอกเหนือจากข้อความข้างต้นแล้ว ยังได้เขียนข้อความอีก 2 ข้อความ
ไพโรจน์ชี้ปัญหารุมรัฐบาลลดคะแนนนิยมปชป.
ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำกลุ่มโคราช พรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยถึงการควบรวมพรรคการเมืองระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินและพรรครวมชาติพัฒนาว่า กรรมการบริหารของทั้ง 2 พรรค อยู่ระหว่างหารือทั้งในเรื่องของผู้บริหาร บุคลากรภายในพรรค การลงสมัครรับเลือกตั้ง นโยบาย ยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่ากว่าจะตกผลึกกันได้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร รวมไปถึงการตั้งชื่อพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ ส่วนตัวมองว่าต้องยึดโยงกับคำว่า“ชาติพัฒนา”
ทั้งนี้ภายหลังจากที่ควบรวมแล้วจำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนซึ่งเป็นแฟนคลับของพรรคเพื่อแผ่นดินและพรรครวมชาติฯ ในพื้นที่เข้าใจว่าเหตุใดนักการเมืองในพื้นที่ต้องควบรวมกับพรรคการเมืองอื่น เนื่องจากเป้าหมายเพื่อเติบโต หากยังแข่งขันในนามพรรคเพื่อแผ่นดินหรือพรรครวมชาติฯ นั้นอาจเป็นเพียงพรรคการเมืองขนาดเล็ก แต่หากรวมตัวกันแล้วสามารถเป็นพรรคการเมืองขนาดกลาง รองจาก 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
เมื่อถามว่าเหตุที่ต้องควบรวมกับพรรครวมชาติฯ ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติฯ นั้นเพราะต้องการกลับเข้าไปร่วมรัฐบาลตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกเคยระบุไว้ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ 4 พรรค แต่ไม่ปรากฎชื่อพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ กล่าวว่า จะพูดแบบนั้นตอนนี้คงไม่ได้ เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น เมื่อ 2 เดือนก่อนประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่เ ข้มแข็งที่สุด แต่พอผ่านไปถึงตอนนี้มีปัญหาต่าง ๆ เข้ามารุมเร้า เช่น น้ำมันปาล์ม, ของแพง, เขาพระวิหาร จนอาจกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ให้ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อถามว่ามองว่าการเมืองช่วงนี้มีความยุ่งเหยิงหรือไม่ แกนนำกลุ่มโคราช กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมืองเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตย อย่าสลาย เพราะหากสลายแล้วจะเกิดปัญหาตามมาอีก เหมือนอย่างต่างประเทศที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อแผ่นดินแจ้งว่า เหตุที่เรื่องการควบรวม 2 พรรคการเมืองยังไม่มีความชัดเจนช่วงที่ใกล้เลือกตั้งนั้น มีการวิเคราะห์กันระดับแกนนำภายในพรรคว่า มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งตามที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีระบุ อีกเหตุผลคือ มีปัญหาภายในพรรครวมชาติพัฒนา โดยนายสุวัจน์ ที่ยังไม่แสดงท่าทีใด ๆ ที่ชัดเจนต่อกรณีการควบรวม 2 พรรคการเมือง
กกต.จัดสรรหาเวลาออกอากาศให้9พรรคแถลงผลงานปี54
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เป็นประธานการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานกกต. และหัวหน้าพรรคการเมือง (ผู้แทนพรรคการเมือง) ที่มีสมาชิกพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง เป็น ส.ส. เพื่อจับสลากลำดับในการออกอากาศแถลงผลงานของพรรคการเมืองประจำปี 2554 โดยจะเป็นการจัดสรรเวลาให้ออกอากาศสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สำหรับช่วงเวลาการจัดสรรที่ 1 จะออกอากาศระหว่างวันที่ 18-28 เม.ย. 2554 และช่วงการจัดสรรที่ 2 จะออกอากาศระหว่างวันที่ 18-28 ก.ค. 2554 แต่ทั้งนี้หากมีการยุบภาเกิดขึ้นก็จะต้องงดการออกอากาศแถลงผลงานของทุกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคการเมืองที่มีสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.ที่มีสิทธิแถลงผลงานประจำปี 2554 มีจำนวน 9 พรรคการเมือง ประกอบด้วย 1.พรรคเพื่อไทย มีส.ส.189 คน 2.พรรคประชาธิปัตย์ มีส.ส.171 คน 3.พรรคเพื่อแผ่นดินมี ส.ส.33 คน 4.พรรคภูมิใจไทยมีส.ส. 31 คน 5.พรรคชาติไทยพัฒนา มีส.ส. 25 คน 6.พรรครวมชาติพัฒนา มีส.ส. 9 คน 7.พรรคประชาราช มีส.ส. 8 คน 8.พรรคกิจสังคม มีส.ส. 5 คน และ 9.พรรคมาตุภมิ มีส.ส. 3 คน
ผู้สื่อข่าวรายว่า สำหรับเนื้อหาของเทปผลงานที่แต่ละพรรคจะต้องนำมาออกอากาศนั้น พรรคจะต้องจัดทำถ้อยคำที่สุภาพและไม่กระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งเนื้อหาการแถลงผลงานไม่ควรเชื่อมโยงเหตุการณ์ในทางรุนแรง เสียดสี ความขัดแย้งในสังคม และควรเป็นการแถลงผลงานมากกว่าการแถลงนโยบายของพรรคการเมือง ทั้งนี้พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบต่อข้อความ หรือ ถ้อยคำ หรือ รูปแบบที่ปรากฏในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้น อย่างไรก็ตามขอให้พรรคการเมืองต้องประชาสัมพันธ์ในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ว่า เทปหรือวัสดุดังกล่าวเป็นการแถลงผลงานของพรรคการเมืองตามมาตรา 79 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ซึ่งถ้อยคำ ข้อความ หรือรูปแบบ ใดที่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 12 ของประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องแนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมืองให้การแถลงผลงานของพรรคการเมืองทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐ พ.ศ. 2554 นายทะเบียนอาจสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือสั่งระงับการออกอากาศของพรรคนั้นๆได้



