ข่าว

สุดารัตน์เผยเคลื่อนนามมูลนิธิไม่เกี่ยวการเมือง

สุดารัตน์เผยเคลื่อนนามมูลนิธิไม่เกี่ยวการเมือง

07 มี.ค. 2554

คุณหญิงสุดารัตน์เผยออกมาเคลื่อนไหวในนามมูลนิธิ ไม่มีการเมืองแอบแฝง กร้าวเลือกตั้งใหม่ก็เจอปัญหาเดิม หากไม่มีความปรองดอง รัฐบาลไม่พอใจคำว่ามือเปื้อนเลือด ต้องให้ความกระจ่างกรณีสลายการชุมนุม หาผู้รับผิดชอบอย่างเที่ยงธรรม

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 7 มี.ค.54  ที่อาคารผู้ป่วยนอก รพ.มหาราชนครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย ให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระแสข่าวที่คุณหญิงสุดารัตน์ ฯ จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า ยังติดอยู่ในบ้านเลขที่ 111 การเคลื่อนไหวทางการเมืองก็คงต้องรออีก 1-2 ปี ส่วนที่ออกมาช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ เป็นเพียงในนามมูลนิธิฯ มิได้มีการเมืองแอบแฝง เมื่อไม่มีตำแหน่งหรือพื้นที่ทางการเมืองก็ช่วยเหลือในนามมูลนิธิ  ดีกว่าอยู่เฉยไม่ทำสิ่งใด และถือว่าช่วยรัฐบาลในอีกหนทางหนึ่ง เช่น ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอุทกภัยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 คุณหญิงสุดารัตน์  ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ฯ ว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของการประชุมสมัยนี้ ตนต้องการให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้นำข้อมูลข้อเท็จจริงมาอภิปรายชี้แจงให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะปัญหาที่ประชาชนกำลังประสบนั้นคือปัญหาข้าวยากหมากแพง ตั้งแต่ต้นปีที่เกิดการบริหารงานผิดพลาด ทำให้เกิดปัญหากระทบต่อส่วนรวมเป็นวงกว้าง ควรใช้เวทีสภาในการตรวจสอบต้นเหตุของความผิดพลาดต่างๆ ที่นำปัญหามาสู่ประชาชน รวมทั้งปัญหาทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้น

  สำหรับทิศทางของการเมืองไทย ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในเร็ววันนี้ หากไม่ร่วมกันเริ่มสร้างความปรองดองกันอย่างจริงจังจริงใจ จะเลือกตั้งใหม่กี่ครั้งก็เหมือนเดิม ปัญหาความแตกแยกไม่จบสิ้น เนื่องจากทุกวันนี้มีแต่คนพูดไม่มีคนทำ


   การที่จะเกิดความปรองดองนั้นคือการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย การยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างเข้าใจ และมีเหตุผล กำจัดสิ่งที่เรียกว่าสองมาตรฐาน ผู้ใดทำผิดกรณีใดก็ควรมีบทลงโทษที่เที่ยงธรรม ขอยกตัวอย่างกรณี 91 ศพ และผู้บาดเจ็บอีก 2 พันกว่าคน ในการสลายการชุมนุม ก็ต้องมีผู้ที่รับผิดชอบตามกระบวนการกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ ทำให้นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนอย่างปกติสุข เพราะผู้คนก็จะมาทวงถามความเป็นธรรม ถ้ามีการใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย สร้างกระบวนการรับฟังปัญหาอย่างเข้าใจ มีคุณธรรม และแก้ไขปัญหาด้วยเหตุผล รวมทั้งการต่อรองในเรื่องต่างๆ จากต่างชาติ ประเทศไทยจะให้ความเชื่อถือมากน้อยเพียงไรหากยังไม่สามารถแก้ไขในจุดนี้ได้ หากท่านนายกรัฐมนตรีไม่พอใจกับคำที่กล่าวหาว่ามือเปื้อนเลือด ก็ควรจะนำความจริงมาชี้แจงให้กระจ่าง

  สำหรับนายสมพล  เกยุราพันธุ์ สส.เพื่อไทย จะลงสมัครอีกหรือไม่ หรือมีการโยกย้ายพรรคอย่างไรนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับคุณพ่อในเรื่องนี้ ยังไม่ทราบว่าจะลงสมัครต่ออีกสมัยหรือไม่ คุณพ่อก็มีอายุมากแล้ว คงไม่คล่องแคล้วเหมือนนักการเมืองที่อายุน้อยกว่า ที่สามารถย้ายพรรคนู้น มาพรรคนี้ได้ แต่คาดว่าหากคุณพ่อลงสมัครต่อ ก็คงอยู่ที่พรรคเดิมไม่เปลี่ยนแปลง