ข่าว

โวยโยธาถมหินแม่ปิงผุดเขื่อน
หวั่นน้ำตื้นเขิน-กระทบทั้งเมือง

โวยโยธาถมหินแม่ปิงผุดเขื่อน หวั่นน้ำตื้นเขิน-กระทบทั้งเมือง

08 มี.ค. 2554

เชียงใหม่-เจ้าท่าเตรียมแจ้งความดำเนินคดีโยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่ หลังนำหินถมแม่น้ำปิงสร้างเขื่อนกันน้ำท่วมตัวเมือง แต่ทำลำน้ำตื้นเขิน เมื่อถึงหน้าน้ำอาจทะลักท่วมชุมชนได้ ด้านโยธาฯ อ้างมีสัญญากับผู้รับเหมา ถ้าหยุดสร้างจะถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย

  นายอภิสิทธิ์ คำภิโล หัวหน้าสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 1 สาขาเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่ส่งผู้รับเหมาบุกรุกลำน้ำปิง ด้วยการนำหินก้อนใหญ่และวัสดุในการสร้างเขื่อนกั้นน้ำเข้ามาทิ้งถมกลางลำน้ำปิงรุกล้ำห่างริมฝั่ง 8-15 เมตร เป็นแนวยาวกว่า 20 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานกองพันสัตว์ต่าง อ.แม่ริม ไปถึงพื้นที่ชุมชนป่าแดด อ.เมือง ซึ่งชาวบ้านห่วงว่าจะทำให้ลำน้ำปิงตื้นเขิน เมื่อถึงหน้าน้ำอาจเกิดน้ำทะลักเข้าท่วมชุมชนบ้านเรือนประชาชน

 ทั้งนี้ ทางเจ้าท่าลงตรวจสอบ พบว่ากรมโยธาฯ บุกรุกนำหินทิ้งในแม่น้ำปิงจริง จึงประสานกรมโยธาฯ แต่กรมแจงว่าเป็นการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างมากว่า 8 เดือนและทำคืบหน้าไม่ต่ำกว่า 70% แล้ว ซึ่งโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำของโยธาฯ ถือว่าทำผิดและขัดต่อระเบียบกฎหมายของเจ้าท่า 

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นโครงการทับซ้อนสวนทางกันคือ ทางเจ้าท่ามีโครงการร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ในการเข้าดำเนินการขุดลอกลำแม่น้ำปิงให้ลึกและกว้างขึ้นตลอดแนวที่ 90 เมตร เพื่อเร่งระบายน้ำที่ไหลมาให้เป็นไปอย่างสะดวก ไม่ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เราดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 และทางเจ้าท่าได้ประสานและทำหนังสือชี้แจงตอบกลับกันมาหลายครั้ง แต่ทางโยธาฯ ไม่ระงับการก่อสร้างทิ้งหินลงลำน้ำปิง ตนจะนำเรื่องรายงานต่ออธิบดีกรมขนส่งทางน้ำ เพื่อเตรียมยื่นฟ้องร้องแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับโยธาธิการ เพื่อให้หยุดและขุดแนวเขื่อนกันน้ำท่วมออก

 ด้าน นายวิชัย ขจรปรีดานนท์ โยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางโยธาฯ เร่งก่อสร้างโครงการผนังกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมระยะที่ 1 คือบริเวณลำน้ำปิงยาว 3-4 กิโลเมตรในเขตชุมชนป่าแดด ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ ใช้งบประมาณ 200 กว่าล้านบาท ในช่วงแรก มีเป้าหมายคือ ป้องกันปัญหาน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเราคงหยุดสร้างไม่ได้ เนื่องจากโครงการนี้โยธาฯ มีสัญญากับผู้รับเหมา อาจถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย 

 ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าโครงการไม่เสร็จหรือค้างเนิ่นนานไป ประชาชนจะเดือดร้อน เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพราะที่ทำเป็นระบบป้องกันน้ำท่วมต้องทำให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันฤดูน้ำที่จะมาถึง และยังมีโครงการระยะที่ 2, 3 และ 4 ต่อเนื่องอีกหลายจุด ซึ่งเราพร้อมรับฟัง เชื่อว่าทำเสร็จชุมชนอื่นๆ ก็จะได้รับผลดี ยืนยันว่าเราทำถูกต้องตามระเบียบ