ข่าว

กลุ่มสร้าง "แม่น้ำเทียม" ช่วยกลับบ้านแล้ว ลิเบียสงบให้ช่วย "กลับไป" ด้วย

กลุ่มสร้าง "แม่น้ำเทียม" ช่วยกลับบ้านแล้ว ลิเบียสงบให้ช่วย "กลับไป" ด้วย

08 มี.ค. 2554

ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือแรงานไทยในลิเบีย เมืองดูไบ-อำนวย อ่อนสะอาด หนุ่มวัย 41 จากหนองบัวลำภู ได้กลายเป็น “เครือข่ายคนงานไทยในลิเบีย” คนสำคัญ นับแต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในลิเบีย จนส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ตามแคมป์ต่างๆ เป็นตัวกลางในการประสานงานร

 แรงงานนับหมื่นที่เป็น “สินค้ามีชีวิต” กลายเป็นอาชีพที่นำรายได้เข้าประเทศนับพันล้านๆ ต่อไป พวกเขาเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ หลากหลาย ทั้งภาคเหนือ มากสุดจากลำปาง อีสานมากสุดก็จากนครราชสีมา และภาคกลางเป็นสุพรรณบุรี ลงไปถึงราชบุรี ทั้งหมดนี้ทำงานอยู่ในแคป์กระจายกันไปทั่วลิเบีย

 โดยเฉพาะโครงการยักษ์ใหญ่ของลิเบีย ที่เรียกกันว่า แม่น้ำเทียมนั้น เป็นโครงการใหญ่นำ “น้ำ” จากกลางทะเลทรายให้กระจายไปเพื่องานด้านการเกษตรไปทั่วประเทศ ท่อน้ำขนาดใหญ่กว่า 4 เมตร ลงไปจนถึงแป๊ปท่อส่งเข้าไร่

 คนทำงานไทยจึงเป็นช่างที่มีฝีมือ เป็นที่ยอมรับ นายจ้างส่วนใหญ่เป็นเกาหลีและจีน แรงงานคู่แข่งก็คือ ฟิลิปปินส์ ที่มีค่าแรงแพงกว่าไทย 20% โดยไม่ทราบเหตุผล ทั้งๆ ที่เป็นงานเดียวกัน ยังมีแรงงานจากบังกลาเทศร่วมด้วย ทั้งหมดก็ “อพยพ” ออกจากแคมป์มาพร้อมกัน

 อำนวย อ่อนสะอาด ทำงานอยู่แคมป์ในเมืองหลวงลิเบีย ตริโปลี เป็นหัวหน้าแผนกอู่ซ่อมบำรุงเครื่องจักรหนัก ทำงานในโครงการนี้มา 15 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 1996 มีรายได้ดีกว่าทำงานที่บ้าน จบช่างเทคนิคมาก็มาทำงานที่ลิเบีย

 ช่วงสองสัปดาห์มานี้ ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะ รุนแรงมากในช่วง 14-15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต้องหยุดงาน แต่กลับต้องทำงานหนักในการประสานงานกับกลุ่มเพื่อนแรงงาน โดยเฉพาะแคมป์ที่อยู่รอบๆ กรุงตริโปลี ถูกปล้นหลายค่าย แต่ก็ดีกว่า กลุ่มผู้ปล้นไม่ทำร้ายคน เอาแต่ทรัพย์สิน แต่แรงงานหลายคนก็อยากหนีออกไปโดยเร็ว ต้องประสานกับทางสถานทูต สถานกงสุล เพื่อประเมินสถานการณ์ บอกให้ใจเย็นๆ ให้อยู่ในแคมป์จะปลอดภัยกว่า

 ในระยะแรก แรงงานจึงต้องอยู่ในแคมป์ ห้ามเคลื่อนไหว ออกมาจากแคมป์ เพราะอาจเป็นอันตราย จนสถานการณ์คลี่คลายจึงนัดจุดพบกัน และเคลื่อนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน

 นายจ้างได้นำรถกว่า 17 คัน นำแรงงานไทยทั้งหมดเดินทางไปส่งที่ชายแดนตูนิเซีย ตลอดระยะทาง มีด่านทหารตั้งอยู่เป็นระยะ ส่วนใหญ่ถูกยึดโทรศัพท์มือถือ หรือถูกยึดซิมการ์ดไป โชคร้ายก็ถูกปล้น แต่ไม่มีใครเป็นอันตราย

 จนมาถึงชายแดน กงสุลไทยได้มารับข้ามแดนไปเมืองตูนิส ประเทศตูนิเซียได้ ก่อนเดินทางมายังดูไบ และขึ้นเครื่องเที่ยวบินพิเศษกลับไทย

 เหนื่อยและหิว เจ้าหน้าที่ต้องส่งอาหาร “ฟาสต์ฟู้ด” ให้กินกันไปก่อนจะได้กลับมากินน้ำพริก แกงเขียวแกงแดงที่บ้าน

 ในกลุ่มแรงงานที่เดินทางกลับ บอกดีใจที่ปลอดภัย แต่ในใจก็กังวลมาก ได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า ยังไงก็ต้องไปทำงานต่างประเทศอีก เพราะเลิกไม่ได้แล้ว อยู่บ้านไม่มีงานให้ทำ โครงการก่อสร้างในลิเบียยังมีอีกมาก และบูมมาก แต่อนาคตก็ไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะได้กลับมาทำอีกหรือไม่

 "ถ้าได้มาก็จะกลับมาขายแรงงานอีก"
 ตอนนี้หนี้เก่าเป็นแสนก่อนมา ยังไม่ได้รับเงินเดือนเลย เงินเดือนช่วงหลังของลิเบียออกล่าช้าไปสามสี่เดือน หนี้ยังมี กลับไปก็ต้องหาเงินเดินทางไปทำงานอีก “ค่านายหน้า” รัฐบาลจะหาทางช่วยลดหย่อนได้ไหม อย่าให้มากมายจน “ไปมีแต่หนี้"

 ช่วยกลับมาแล้ว ให้ช่วยกลับไปทำงานที่ไหนก็ได้ แรงงานไทยไม่เคยกลัว แต่อยากให้ “ต้นทุน” ต่ำหน่อย นี่คือสิ่งที่แรงงานต่างแดนต้องการ