
สุเทพหวังฮุนเซนเห็นใจวีระป่วยในคุก
"รองนายกฯ"มั่นคงหวังฮุนเซนเห็นใจวีระป่วยในคุก ยันจะหารือดูช่องกฎหมายกม.เขมรเพื่อช่วยออกมารักษา ปัดตอบขออภัยโทษหวั่นโดนนำไปเป็นประเด็น กต.วอนเขมรส่งหมอดูแลวีระป่วยแล้ว "น้องวีระ"ลั่นทำทุกวิถีพี่รอดคุกเขมร
(7มี.ค.) เมื่อเวลา 13.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่น้องชายของนายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ขอให้ช่วยนำตัวพี่ชายออกมารักษาอาการป่วยนอกเรือนจำเปรย์ซอ ว่า รัฐบาลพยายามที่จะพูดจากัน ตนเชื่อว่าสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมควรที่จะได้มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนไทยที่กำลังเดือดร้อนอยู่ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นสถานทูตดูแลอยู่แล้ว ส่วนความเป็นไปได้ในการประสานทางการทูตเพื่อนำตัวออกมารักษานอกเรือนจำ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะลองหารือเขาดูว่า กฎเกณฑ์กติกาของกัมพูชาจะอนุญาตได้แค่ไหนอย่างไร ทั้งนี้ในเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ตนให้ทางฝ่ายของนายวีระพูดเองดีกว่าเพราะบางฝ่ายจะนำไปเป็นประเด็น
กต.วอนเขมรส่งหมอดูแลวีระป่วยแล้ว
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ไม่ได้ละเลยที่จะช่วยเหลือและดูแลนายวีระ สมความคิด แม้ทางเรือนจำจะไม่ให้เข้าพบ แต่ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ทูตได้นำอาหารไปส่งให้ที่เรือนจำทุกวัน ๆ ละ 2 รอบ และได้สอบถามเจ้าหน้าที่กับแพทย์ในเรือนจำตลอด ซึ่งแพทย์ในเรือนจำก็บอกเจ้าหน้าที่ทูตแค่เพียงว่า นายวีระป่วยเป็นไข้หวัดเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อญาติได้เข้าเยี่ยมแล้วพบว่านายวีระป่วยหนัก
ล่าสุดสถานทูตก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปทางเรือนจำขออนุญาตส่งแพทย์จากข้างนอกเข้าไปดูแลอาการนายวีระในเรือนจำ หรือไม่ก็จะขอนำตัวนายวีระออกมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ขณะนี้กำลังรอคำตอบจากทางการกัมพูชาอยู่ สำหรับเรื่องการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นเรื่องที่นายวีระกับนางสาวราตรีจะต้องหารือกับทนายของตัวเองว่าจะยื่นเมื่อใด เมื่อได้วันและเวลาที่แน่นอนแล้ว ทางสถานทูตก็จะอำนวยความสะดวกในการยื่นคำร้องให้เต็มที่
ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ( JBC ) ไทย - กัมพูชาที่ไทยเสนอไปครั้งแรกวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และครั้งที่ 2 วันที่ 7 - 8 มีนาคม ที่อินโดนีเซีย แต่จนถึงขณะนี้กัมพูชายังไม่ตอบกลับมานั้น นายธานี แจ้งว่า ล่าสุดกัมพูชาตอบกลับมาแล้วว่า จะรอให้บันทึกการประชุม ( JBC ) ทั้ง 3 ฉบับ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไทยก่อน แล้วค่อยมาตกลงวันกันอีกครั้ง
รอ"กห.ไทย-กัมพูชา"ตกลงส่งทหารอินโดจำชายแดน
นายธานี กล่าวถึง ความคืบหน้าการดำเนินการทีโออาร์ที่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการที่อินโดนีเซียจะส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาประจำตามแนวชายแดนทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชานั้น ว่า ขณะนี้อินโดนีเซียได้ส่งรายละเอียดและกรอบการปฏิบัติงานเข้ามาแล้ว หลังจากนี้คงต้องรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย – กัมพูชา นัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย – กัมพูชาก่อน แล้วถึงจะนำข้อเสนอของอินโดนีเซียเข้าหารือให้ได้ข้อยุติระหว่างทั้ง 2 ประเทศ จากนั้นก็จะแจ้งกลับไปให้อินโดนีเซียทราบอีกครั้ง
สัมมนาสื่ออาเซียนสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สโมสรจังหวัดทหารบกสระแก้ว อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาระหว่างสมาคมนักข่าวของกัมพูชา จำนวน 23 สมาคม ได้พาคณะสื่อมวลชนกัมพูชากว่า 100 คน เข้าร่วมสัมมนาที่อรัญประเทศ โดยมี นายประสิทธิ์ แสงรุ่งเรือง นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และ เลขาสมาพันธ์นักข่าวอาเซียน นำสมาคมนักข่าวนักสื่อสารจังหวัดสระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสระแก้ว เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้
นายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า สำหรับการจัดสัมมนาครั้งนี้ว่า สมาคมของไทยและกัมพูชา ได้เริ่มรวมตัวก่อตั้งเป็นสหพันธ์สื่อมวลชนอาเซียน ขณะนี้มี 4 ประเทศที่ได้รวมตัวกัน ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา พม่า เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน หากมีการจัดตั้งได้สำเร็จก็จะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดในภาคอาเซียน เพื่อการค้าการลงทุน และท่องเที่ยวร่วมกลุ่มกับสื่ออินโดจีน
เนื่องจากจังหวัดสระแก้วเป็นเมืองชายแดนที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อรอง รับการขยายตัวของธุรกิจการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อเพื่อนบ้าน แนวทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจในด้านธุรกิจ นักลงทุ่นผ่านสื่อต่างๆ เนื่องปัจจุบันสื่อสารมวลชน มีความสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีต่อซึ่งจะสื่อสารความร่วมมือกันไม่ว่าจะ เป็นเรื่องสุขภาพ วัฒนธรรมทั้ง 2 ประเทศ ผ่านช่องสมาพันธ์สื่ออาเซียน
นายประสิทธิ์ แสงรุ่งเรือง นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และเลขาสมาพันธ์นักข่าวอาเซียน กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชนกัมพูชากับไทย เนื่องจากสื่อมวลชนของกัมพูชา ได้ขอร้องให้สมาคมฯ ของไทยจัดอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มทักษะในการทำข่าวและเสนอข่าว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 4 ประเทศ ไม่ว่าเป็นการลงทุนในทางธุรกิจ การท่องเที่ยวเนื่องจากทุกวันนี้มีความขยายตัวทางธุรกิจการค้าขายการลง ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็วดังนั้นต้องปรับตัวเพื่อเตรียม ความพร้อมรับการแข่งขันเพิ่มขึ้นทางธุรกิจ จากการเปิดเสรีทางการค้า การบริการ เตรียมเข้าสู่ประตูสู่อินโดจีน
"น้องวีระ"ลั่นทำทุกวิถีพี่รอดคุกเขมร
นายปรีชา สมความคิด น้องชายนายวีระ สมความคิด ผู้ต้องหาในคดีรุกล้ำแดนและจารกรรมข้อมูลทางทหารของประเทศกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการ "ทันข่าว 9 โมง" ทาง ทีวีไทย" ภายหลังเดินทางไปพบกับนายวีระ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า นายวีระสุขภาพร่างกายโทรม เป็นคนที่ป่วยหนัก เพิ่งจะฟื้นไข้จากการป่วยหนัก ร่างกายโทรมาก
เมื่อถามว่า สาเหตุอาการป่วยเกิดจากอะไร นายปรีชา กล่าวว่า จากการติดเชื้อ โดยนายวีระ แจ้งให้ทราบว่า เนื่องจากครอบฟันหลุด มาเกือบเดือนแล้ว แต่ไม่ได้รับการรักษาฟัน เมื่อทานอาหารเข้าไปจึงเกิดการติดเชื้อทางอาหาร ไปติดอยู่ตามรากฟัน ทำให้ป่วยหนัก
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยอะไรกับพี่ชายบ้าง นายปรีชา กล่าวว่า คุยเรื่องสุขภาพ ส่วนใหญ่จะคุยเน้นเรื่องสุขภาพ และนายวีระเล่าให้ฟังเมื่อพบแม่เป็นครั้งแรกว่า แม่รู้หรือไม่ว่าตนเกือบตายแล้ว คือนายวีระเริ่มป่วยหนัก ตั้งแต่วันที่ 16 -18 ก.พ. ทางนายวีระได้บอกกับทางเรือนจำว่า ให้ช่วยติดต่อทางสถานทูตให้มาดูแล ตอนนี้ป่วยหนัก แต่ไม่มีใครมาดูแล นายวีระก็เกิดความคับแค้นใจ ที่ทำไมขอให้สถานทูตมาดูแลแล้วไม่มาดูแล
เมื่อถามว่า แสดงว่าตอนที่อยู่ด้านในไม่สามารถติดต่อสื่อสาร ใครได้เลยใช่หรือไม่ นายปรีชา กล่าว่า ใช่ ถ้าจะติดต่อกับสถานทูต ต้องฝากทางเจ้าหน้าที่เรือนจำแจ้งมาที่สถานทูต
เมื่อถามว่า ทางบ้านได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษไปแล้ว ใช่หรือไม่ นายปรีชา กล่าวว่า เจ้าตัวต้องเป็นคนยื่น โดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่ทางญาติเป็นคนยื่น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นคนทำเรื่อง เพื่อไปให้เจ้าตัวลงนาม ไม่ใช่ว่า ญาติจะไปลงนามได้เอง
เมื่อถามว่า ถึงจุดนี้ นายวีระได้ลงนามขอพระราชทานอภัยโทษไปหรือยัง นายปรีชา กล่าวว่า ขั้นตอนอยู่ที่ทางสถานทูตทำร่างขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ขอเรียนเพิ่มเติมที่มีข่าวว่าทางครอบครัวไม่ประสงค์จะอุทธรณ์ อันนี้ไม่ใช่ ขอเรียนว่าทางญาตินายวีระ พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยนายวีระ เราไม่ตัดแนวทางใดแนวทางหนึ่ง เรายินดีรับทุกแนวทาง ไม่ใช่ว่าเราจะไปยึดแนวทางขอพระราชทานอภัยโทษอย่างเดียวตรงนี้ไม่ใช่ และที่มีข่าวว่าทางครอบครัวนายวีระไม่ให้ทางทีมทนายความมายุ่งเกี่ยวกับคดี ตรงนี้ก็ไม่ใช่ ทางครอบครัวนายวีระจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้นายวีระได้ออกมาโดยที่สุด ส่วนทางกลุ่มทนายความเขามีแนวทางด้านกฎหมายของเขาอย่างไร ก็ยินดีให้เขาดำเนินการต่อไป เราไม่ได้ตัดออกไป
เมื่อถามว่า พอจะทราบข้อมูลหรือไม่ว่า ทีมทนายความของเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นายปรีชา กล่าวว่า ต้องไปถามทางทีมกฎหมายจะดีกว่า เราไม่อยากไปก้าวก่าย ให้ทางทีมทนายชี้แจงดีกว่า เมื่อวาน (6 มี.ค.) ได้พูดคุยกันชัดเจนแล้วว่า ทางญาตินายวีระและญาติน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ผู้ต้องหาในคดีรุกล้ำแดนและจารกรรมข้อมูลทางทหารของประเทศกัมพูชา และนายการุณ ใสงามได้ไปคุยต่อหน้าท่านโพธิรักษ์ ที่สันติอโศกถึงแนวทางการช่วยเหลือ และวัตถุประสงค์ ความประสงค์ของญาติของญาติแต่ละฝ่ายชัดเจนแล้ว และตรงนี้ขอสงวนสิทธิ์ตรงนี้เพื่อให้ทางญาติคุณราตรี เป็นผู้ชี้แจงเอง และนายการุณ เป็นผู้ชี้แจงเองในเรื่องแนวทางที่ญาติทั้ง 2 ฝ่ายแถลงความประสงค์ ซึ่งญาติของนายวีระ ยินดีรับทุกแนวทาง ไม่ตัดแนวทางใดแนวทางหนึ่ง
พธม.เตรียมใช้มาตรการทางกม.โต้"รบ."
เมื่อเวลา 10.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดความสับสนวุ่นวายที่บริเวณสะพานมัฆวาน ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร หลังจากที่เจ้าหน้าที่เทศกิจ จำนวน 10 นาย ได้พยายามเข้ามาจับกุมพ่อค้าและแม่ค้าที่ขายของอยู่ที่ริมฟุตบาธด้านหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมได้รวมตัวกับแม่ค้าในบริเวณดังกล่าวลุกฮือล้อมกรอบเจ้าหน้าที่ พร้อมตะโกนด่าท้อเจ้าหน้าที่เทศกิจด้วยความไม่พอใจเป็นเวลานาน โดยแม่ค้ายืนยันว่าได้จ่ายค้าปรับกับทางเทศกดิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่คิดว่าจะต้องมาถูกจับอีก หลังจากเหตุวุ่นวายเป็นเวลา 15 นาที เจ้าหน้าที่เทศกิจจึงได้ขึ้นรถกลับไป โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมโห่ไล่หลัง
นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า หลังจากสัปดาห์นี้กลุ่มพันธมิตรจะเริ่มต้นสัปดาห์แห่งการตอบโต้รัฐบาลทางกฎหมาย โดยในวันนี้จะไปยื่นหนังสือถึงนายกฯเรียกร้องให้ปกป้องอธิปไตย และทวงคืนดินแดนที่สูญเสียให้กัมพูชา และในวันพรุ่งนี้จะยื่นหนังสือให้ป.ป.ช.เอาผิดนายกฯ ในข้อหาละเว้นการปฎิติหน้าที่ เนื่องจากไม่ปกป้องอธิปไตย
ด้านพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกล่าวว่า การยึดคืนพื้นที่ของตำรวจเมื่อช่วงเช้าเป็นคำสั่งของรัฐบาลที่ต้องการกลั่นแกล้งให้ผู้ชุมนุมอยู่ไม่เป็นสุข และเลิกถอยไปเอง และขอยืนยันว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะกลับไปอยู่ที่จุดเดิมอีก แต่เราไม่ขอบอกว่าจะกลับเข้าไปวันไหน
มาร์คเข้าทำเนียบผ่านทางสะพานชมัยฯ
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังตรวจความเรียบร้อย บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐหน้าทำเนียบรัฐบาล ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่ เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ จากกลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ว่าการดำเนินการนั้น เนื่องจากอย่าให้การชุมนุมมาปิดกั้นการทำหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ปล่อยให้ชุมนุมมาระยะหนึ่งแล้ว และเข้าใจด้วยว่า ประชาชนทั้งโลกก็เข้าใจ ในสิ่งที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง ส่วนการขอคืนพื้นที่อื่นๆ นั้น ก็จะพยายามขอคืนต่อไป แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องดูจำนวนผู้ชุมนุมด้วย ขณะที่กระแสข่าวรัฐบาลต้องการให้ดำเนินการ ขอคืนพื้นที่ให้เสร็จก่อนวันที่ 15 มี.ค. นี้ นั้น เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะจะมีการจัดงานกาชาด ในวันที่ 15 มี.ค. นี้ จึงต้องมีการแบ่งพื้นที่ร่วมกัน และพื้นที่อื่นนั้น ก็จะต้องมีการขอคืนอย่างแน่นอน ซึ่งหากพูดคุยกันเป็นไปด้วยดีผู้ชุมนุมต้องออกจากพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแท่งปูนแผงเหล็ก และรั้วลวดหนามมาวางเป็นแนวโค้ง กั้นระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อเปิดถนนให้กับข้าราชการได้เข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งบริเวณสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ด้วย
ทั้งนี้ ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมกับขบวนรถของตนเองได้เข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล ผ่านบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ แล้ว แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดจากผู้ชุมนุม
ป.ป.ช.เผยชงถอดถอนนายกฯ-8รมต.8มี.ค.
นายอภินันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ว่า ได้รับแจ้งว่าประธานวุฒิสภาได้ส่งเรื่องการถอดถอนนายอภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีอีก 8 คน มาให้ ป.ป.ช.แล้ว ซึ่งในวันที่ 8 มีนาคมนี้ จะรายงานเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุม ป.ป.ช. จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำเรื่องไปพิจารณาว่ามีข้อมูลหลักฐานอยู่ในขอบข่ายการตรวจสอบของ ป.ป.ช.หรือไม่ หากข้อมูลมีน้ำหนักเพียงพอ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เป็นองค์คณะในการไต่สวนการถอดถอนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี 8 คนต่อไป
กกต.ชี้นายกฯจะมาหารือร่วมกำหนดวันเลือกตั้ง
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ผ่าน เอ็มบีแชนแนล ถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุ เตรียมเดินทางเข้าพบ กกต. ในสัปดาห์นี้ว่า หาก นายกฯ จะมาพบ กกต. น่าจะมีจุดประสงค์เดียวคือ มาหารือถึงการเลือกตั้ง ซึ่งหากเป็นการหารือในเรื่องนี้ นายกฯ จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งมาให้ชัดเจน ก่อนที่จะมีการประกาศยุบสภา ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในมาตรา 107 ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งไม่เกิน 60 วัน หลังจากยุบสภา โดย นายกฯ จะต้องบอกถึงวันยุบสภา ด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ กกต. มีความพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ หากมีการยุบสภา ในกลางปีตามที่ นายกฯ ได้ระบุไว้ แต่มองว่า ก่อนยุบสภา ควรมีการแก้ไขกฎหมายลูก 2 ฉบับ คือ กฎหมาบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่ต้องผ่านขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การเลือกตั้งใหม่ปราศจากข้อครหา
ทั้งนี้ กกต. คาดว่า งบประมาณที่ใช้สำหรับจัดการเลือกตั้งใหม่ในกรณียุบสภาฯ จะใช้วงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ส่วนวงเงินจำนวน 3,817 ล้าบาท ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นวงเงินเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2555



