ข่าว

"เคาท์"ทำแฮตทริกนำหงส์เชือดผี3-1

"เคาท์"ทำแฮตทริกนำหงส์เชือดผี3-1

07 มี.ค. 2554

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ระเบิดฟอร์มถล่ม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ในศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค. เดียร์ก เคาท์ ซัดแฮตทริก ขณะโรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ยอมรับลูกทีมสุดล้า แต่ยังโชคดีที่ชนะ วีแกน ได้ 1-0 ส่วน อาร์แซน เวนเก

ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงออกไปเยือน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ โดยเกมนี้ทีมเยือนไม่มีทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่เจ็บ และเนมันยา วิดิช ที่ติดโทษแบน ขณะที่เจ้าถิ่นส่งตัวหลักลงครบ พร้อมมี แอนดี คาร์โรลล์ มานั่งสำรอง

 เริ่มเกมขึ้นมา ลิเวอร์พูล ครองเกมแดนกลางเหนือกว่า จนนาทีที่ 34 ก็ได้ประตูออกนำ หลุยส์ ซัวเรซ ลากบอลหลบ 3 กองหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเส้นหลังทางซ้ายก่อนผ่านมาให้ เดียร์ก เคาท์ แปง่ายๆเป็น 1-0 ก่อนที่อีก 5 นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่ 2 จากบอลโยนของ ซัวเรซ นานีพยายามโหม่งสกัดแต่พลาดย้อนไปหน้าประตูตัวเอง เคาท์ จึงโหม่งเข้าไปง่ายๆ จบครึ่งแรกเจ้าถิ่นนำ 2-0 แถมทีมเยือนยังต้องเสีย นานี ที่ถูก เจมี คาร์ราเกอร์ เข้าเสียบอย่างน่าเกลียดจนบาดเจ็บต้องเปลี่ยนเอา ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงมาแทน

 ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ได้ประตูที่ 3 นาทีที่ 65 เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ รับลูกฟรีคิกของ ซัวเรซ ไม่อยู่ ถูก เคาท์ ซ้ำเป็น 3-0 และเป็นการทำแฮตทริก ก่อนช่วงทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ตีไข่แตกได้จากการโหม่งของ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ไป 1-3 มี 60 แต้มเท่าเดิมยังนำ อาร์เซนอล 3 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีเป็น 42 แต้มแซงกลับมาอยู่อันดับ 6

 ส่วนเกมเมื่อคืนวันเสาร์ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เปิดซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ รับการมาเยือนของ วีแกน ที่กำลังลุ้นหนีตกชั้น ซึ่ง วีแกน มาเปิดเกมสู้กับแมนฯ ซิตี้ ได้อย่างสูสี จนนาทีที่ 38 เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำแบบมีโชคเมื่อ ดาวิด ซิลบา ยิงบอลในเขตโทษ อาลี อัล ฮับซี นายทวารทีมเยือนพลาดปล่อยให้บอลลอดขาเข้าประตูให้ทีมชนะ 1-0

 หลังจบเกม โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีมเจ้าถิ่นยอมรับว่าเป็นเกมที่ทีมเล่นไม่ออกโดยเฉพาะในครึ่งหลัง เนื่องจากมีอาการล้า เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ 45 ของทีมในฤดูกาลนี้ และผู้เล่นส่วนใหญ่ก็ลงสนามติดต่อกันมาแล้ว 3 นัด

 ส่วน อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล สุดหัวเสียกับการตัดสินของผู้ตัดสินในเกมเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 เมองว่าเป็นการตัดสินที่ผิดพลาดจนชวดชัยชนะ โดยเฉพาะจังหวะล้ำหน้าของ อังเดร อาร์ชาวิน ที่เห็นได้ชัดว่าไม่ล้ำ รวมทั้งจังหวะที่ อาร์ชาวิน ถูก ไตตัส บรัมเบิล ผลักล้มในเขตโทษก็เป็นจุดโทษอย่างชัดเจน แต่โดยรวมแล้วยังพอใจกับผลงานของลูกทีมที่มีความสม่ำเสมอ เพราะ 11 นัดหลังสุดในลีก เก็บชัยชนะได้ถึง 8 นัด และเสมอแค่ 3 นัดเท่านั้น

 ผลคู่อื่นๆ โบลตัน ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2, ฟูแล่ม ชนะ แบล็คเบิร์น 3-2  และนิวคาสเซิล แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-2, เวสต์แฮม ชนะ สโต๊ค 3-0 และ เบอร์มิงแฮม แพ้ เวสต์บรอมวิช 1-3

 ขณะที่เกมมันเดย์ไนท์ คืนวันที่ 7 มีนาคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี แชมป์เก่า ที่เพิ่งเอาชนะ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด มาในนัดล่าสุด จะออกไปเยือนบลูมฟิลด์ โรด ของแบล็คพูล เวลา 03.00 น. โดยเกมนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือทีมเยือนมีข่าวดี ที่อาการบาดเจ็บของ 2 นักเตะอย่าง ดาวิด ลุยซ์ ที่ปัจจุบันเป็นกองหลังตัวหลักของทีม อาการเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าดีขึ้นแล้ว และจอห์น โอบี มิเกล กองกลางตัวรับก็หายเจ็บเข่าแล้วเช่นกัน น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงแทนที่ รามิเรส ทำให้ปัญหาของทีมเหลือเพียงแค่การบาดเจ็บหัวเข่าของ อเลกซ์ และยอสซี เบนายูน

 ฝั่งแบล็คพูล มีปัญหาหนักกับเกมรุกแน่นอน เมื่อ ดีเจ แคมป์เบลล์ กองหน้าตัวเก่งติดโทษแบนนัดแรกจาก 3 นัด จากการโดนใบแดงในนัดที่แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-4 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ชาร์ลี อดัม กองกลางกัปตันทีม ติดโทษแบนใบเหลืองเป็นนัดสุดท้ายจาก 2 นัด แต่สตีเฟน ไคร์นีย์ ที่เจ็บข้อเท้ามาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม หายเจ็บกลับมาช่วยแนวรับได้ เช่นเดียวกับ เอลเลียต กรองแดง กองกลางที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่ามา 2 นัด ก็น่าจะมีชื่อในทีม ขณะที่ แกรี เทย์เลอร์ เฟลตเชอร์ กับ แมตต์ จิลค์ส ที่เจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ยังไม่ฟิตกลับมา