
หลายประเทศเอเชียเร่งคุมค่าครองชีพ
กัวลาลัมเปอร์-หลายประเทศในเอเชียหวั่นกระแสราคาน้ำมันแพง และอาหารขาดแคลน ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น เป็นตัวจุดประกายการประท้วงขับไล่รัฐบาลเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (6 มี.ค.) ว่าหลายประเทศในเอเชียเร่งควบคุมอัตราเงินเฟ้ออันเกิดจากภาวะน้ำมันแพงเพราะผลกระทบจากวิกฤติการเมืองในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือรวมทั้งปัญหาอาหารขาดแคลนเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน เพื่อผ่อนคลายกระแสค่าครองชีพถีบตัวสูงหวั่นเกิดเหตุลุกฮือขึ้นประท้วงขับไล่รัฐบาลตามรอยตูนิเซีย อียิปต์ และลิเบีย
หน่วยงานด้านอาหารแห่งสหประชาชาติเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าราคาอาหารโลกพุ่งสูงแตะระดับสูงสุดเป็นสถิติใหม่ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก เนื่องจากราคาน้ำมันทะยานสูงขึ้นเนื่องจากวิกฤติการเมืองในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดีย รวมไปถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วเช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม กำลังใช้มาตรการหลากหลายเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นภาวะนี้ไปได้ เช่นการใช้เงินงบประมาณอุดหนุนราคาสินค้า การแจกจ่ายเงินสดให้แก่ประชาชน และ มาตรการควบคุมราคาสินค้าประกอบกัน
นายเกลน แมกไกวร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารเพื่อการลงทุน โซซิเอเต้ เจเนอราล ให้ความเห็นว่าความไม่สงบทางการเมือง สังคม และปัญหาราคาอาหารแพง ได้ระบาดไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ที่ผ่านมารัฐบาลอินเดียหลายชุดต้องหลุดจากตำแหน่งเพราะราคาหัวหอมใหญ่ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของประชาชนมีราคาแพง ดังนั้นรัฐบาลอินเดียจึงต้องเร่งจัดการกับปัญหาราคาอาหารหลักแพง
ขณะที่รัฐบาลผสมของมาเลเซียเร่งใช้มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเพื่อลดราคาจำหน่าย ป้องกันการย้อนรอยการเลือกตั้งในปี 2551 ที่ปัญหาราคาน้ำมันแพงทำให้ฝ่ายค้านได้รับเลือกตั้งเข้าสภามากขึ้น ส่วนรัฐบาลฮ่องกงได้เพิ่มเงินสนับสนุนกองทุนวัยเกษียณเพื่อใช้แจกจ่ายให้แก่สมาชิกเพื่อลดความไม่พอใจด้านช่องว่างรายได้ที่เกิดขึ้นในสังคม ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดทำงบประมาณประจำปีโดยเพิ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์อุดหนุนผู้มีรายได้น้อย และลดภาษีและเพิ่มเงินคืนภาษีให้แก่ชนชั้นกลาง เพื่อสร้างความสุขให้แก่ประชาชนก่อนการเลือกตั้ง
นายเวลเลียน วิรานโต นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า การใช้มาตรการประชานิยมในหลายประเทศในเอเชียเป็นเพียงมาตรการป้องกันเงินเฟ้อชั่วคราว ขณะที่มาตรการอุดหนุนราคาสินค้าเป็นเพียง "เขื่อน" ชั่วคราวป้องกันราคาสินค้าสูงขึ้น แต่ "เขื่อน" นี้อาจจะ "พัง" ลงได้เมื่อต้องใช้งบประมาณของรัฐเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจาก "เขื่อนพัง" ราคาสินค้าจะสูงอย่างน่าตกใจ



