
รัฐแจกสัญญาเช่าที่ราชพัสดุภาคอีสานเกษตรฯหนุนเข้าโครงการปลูกยางพารา1แสน
รัฐบาลเดินสายแจกสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้เกษตรกร สกลนคร-นครพนม หนุนปลูกพืชอาหาร-พลังงาน ด้านเกษตรฯ ขานรับเข้าโครงการปลูกยางพารา 1 แสนไร่ ขณะที่กรมธนารักษ์เร่งตรวจสอบที่ดินตั้งเป้าปี 54 มอบสัญญาเช่า 5.6 หมื่นไร่
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ตามโครงการนำที่ดินราชพัสดุสนับสนุนการปลูกพืชอาหารและพืชทดแทนพลังงานของกรมธนารักษ์ ที่ จ.สกลนครว่า หลังจากรัฐบาลเดินหน้าโครงการจัดสรรที่ดินราชพัสดุ 1 ล้านไร่ ให้แก่เกษตรกรเพื่อปลูกพืชอาหารและพลังงานทดแทน จะทำให้พืชพลังงานทดแทน ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง มีเพียงพอสามารถนำมาผลิตพลังงานทดแทน ทั้งไบโอดีเซลและเอทานอลเพื่อผลิตแก๊สโซฮอล์ ซึ่งจะทำให้ไม่ไปแย่งปริมาณน้ำตาลและน้ำมันปาล์มจากผู้บริโภคในประเทศ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเข้าไปดูแลเกษตรกรในพื้นที่ โดยมองว่าราคาสินค้าเกษตรยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีก แม้มีปริมาณพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น เพราะมีความต้องการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นในอนาคต
ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรนั้นจะเป็นการจัดสรรในภาคอีสานมากที่สุด โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมดึงเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรเช่าที่เข้าไปอยู่ในโครงการปลูกยางพารา 1 แสนไร่ เนื่องจากขณะนี้แนวโน้มราคายางพารายังปรับสูงขึ้นต่อเนื่องที่ 170-180 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่
นายวินัย วิทวัชการเวส อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์สนองนโยบายรัฐบาล เดินหน้าตรวจสอบที่ดินราชพัสดุที่ส่วนราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรไร้ที่ทำกิน รวมถึงสนับสนุนการปลูกพืชอาหารและพืชทดแทนพลังงาน โดยดำเนินการมาแล้ว 2 ปี มีประชาชนได้รับมอบสัญญาเช่ากว่า 1.2 หมื่นราย รวมเนื้อที่ 1.85 แสนไร่ และคาดว่าในปี 2554 จะมอบสัญญาเช่าเพิ่มอีกกว่า 4,000 ราย เนื้อที่ 5.6 หมื่นไร่ ส่วนที่สกลนครนี้ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของปี 2554 ซึ่งประชาชนที่ได้รับมอบสัญญาเช่าส่วนใหญ่จะปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และยูคาลิปตัส รวม 201 ราย เนื้อที่ประมาณ 800 ไร่
สำหรับเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่เพียงแค่ยื่นเอกสารและหนังสือยืนยันว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเท่านั้น ข้อสำคัญจะต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากประชาคมท้องถิ่นและเสนอให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา โดยมีเงื่อนไขจัดให้เช่าคือ 1.เนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ ต่อครอบครัว 2.สัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี และ 3.สามารถนำสิทธิการเช่าไปผูกพันเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ และโอนสิทธิได้เฉพาะผู้เป็นทายาทเท่านั้น โดยกรมจะคิดค่าเช่าขั้นต่ำ 20 บาทต่อไร่ต่อปี ขึ้นอยู่กับสภาพทำเลและราคาประเมินที่ดิน



