
ส.เครื่องปั้นดินเผาโอดไร้แผนรับมือต้นทุนหลังลอยแอลพีจี
สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางโอด รัฐไม่หามาตรการช่วยอุตสากรรมเซรามิก หลังเลิกตรึงราคาแอลพีจี ระบุหากขึ้นราคาสินค้าจะกระทบต่อการแข่งขัน
นายธนโชติ ธนาวัฒน์ นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง เปิดเผยว่า สมาคมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อเจรจากับภาครัฐหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซรามิกควบคู่กับการหาพลังงานทดแทนมาใช้ หากรัฐบาลเลิกพยุงราคาก๊าซแอลพีจี ซึ่งจนถึงขณะนี้ภาครัฐยังไม่มีมาตรการหรือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบจนต้องปิดโรงงาน เนื่องจากแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงหลัก และต้นทุนของวัตถุดิบที่สำคัญในอุตสาหกรรมเซรามิกมีสัดส่วนสูงถึง 25% ของต้นทุนทั้งหมด
"การขึ้นราคาแอลพีจีจะกระทบต้นทุนและทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งโรงงานขนาดใหญ่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงถึง 40% เพราะใช้ก๊าซแอลพีจีต่อสายทางท่อจึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 25 บาท ขณะที่โรงงานขนาดเล็กใช้ก๊าซแอลพีจีชนิดเดียวกับภาคครัวเรือนราคา กิโลกรัมละ 18 บาท ส่งผลให้กลไกต้นทุนการผลิตบิดเบือนจนโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งต้องลดการผลิตลงมา เพื่อลดต้นทุนให้เทียบเท่ากับโรงงานขนาดเล็ก" นายธนโชติกล่าว
นอกจากนี้ ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาจมีผลให้ผู้ประกอบการต้องคิดคำนวณต้นทุนใหม่เพื่อขอขึ้นราคา แม้ปีที่ผ่านมาจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการที่คู่ค้าหันมาสั่งสินค้าจากไทยแทน หลังจากจีนมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าใหม่ จนสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นในรูปของเงินดอลลาร์แต่เมื่อคำนวณออกมาเป็นเงินบาทการส่งออกถือว่าเท่าทุน



