
ฉากสำคัญ
มือสอบสวนอย่างพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็จัดอยู่ในระดับพระกาฬ
ในขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ไม่ธรรมดา เช่นกัน
ผ่านสำนวนคดีหินๆ มามากมาย ดีเอสไอ สืบสวนสอบสวนได้ไม่เป็นปัญหา เอาคนเข้าคุกมาก็มาก
หลายคดีซับซ้อนกว่าการตายของช่างภาพญี่ปุ่น สำนักข่าวรอยเตอร์ส ก็ทำมาแล้ว แต่คดีการชุมนุมโดยเฉพาะกรณีนี้กลับสร้างปัญหาให้มากมาย
พล.ต.ต.อำนวย ออกอาการฉุนเฉียวดีเอสไอ ไม่รู้ว่าทำไม ผิดจากสำนวนอีก 2 เรื่องกลับไม่มีปัญหา
เบื้องแรกคดีช่างภาพญี่ปุ่นอาจเกี่ยวเนื่องกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกองทัพ ดีเอสไอออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนในการตาย ช่วงวันกระชับพื้นที่
ผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากที่เข้ามารายงานข่าวในช่วงนั้นยืนยันว่า ข้อมูลจากดีเอสไอ ทั้งในและนอกรอบ ยืนยันว่า กระสุนมาจากเจ้าหน้าที่รัฐ จนเกิดแรงกดดันมาจากขั้วอำนาจ
มีสัญญาณบางอย่างที่เล่นเอาคนใหญ่ในดีเอสไอเสียศูนย์ ซวนเซพักใหญ่ เก้าอี้โยกไปโยกมา
คดีส่อเค้าพลิก
กระทั่งคนเสื้อแดงเริ่มเห็นรอยแยก เลยแทงเข้าแผลนี้ทำเอาสะเทือนไปทั่ว และอาจจะบานปลายด้วย
ความจริงเรื่องนี้มองได้หลายมุม ข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานที่ทำคดี ย่อมทำให้ผู้ต้องสงสัยใช้ประโยชน์
การโยกบางขั้นตอนในสำนวนคดีกลับมาให้ตำรวจทำ ทั้งๆ ที่คดีความมั่นคงถูกโอนไปให้ดีเอสไอหมดแล้ว ย่อมเกิดช่องโหว่และเบนความชัดเจนในพยานหลักฐานออกไป
หรือตำรวจทำได้เนียนกว่า
จากครั้งแรกที่ระบุว่า น่าจะเกิดจากเจ้าหน้าที่ กลายเป็นว่า รูกระสุนที่พุ่งเข้าร่างฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพน่าจะมาจากปืนอาก้า จากความเห็นของพล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา ผู้เชี่ยวชาญ
ความเห็นที่แตกต่างผู้ได้ประโยชน์คือ ผู้ต้องสงสัย
การที่พล.ต.ต.อำนวย ออกมาโต้การทำงานของดีเอสไอ กลายเป็นตัวเสริมให้เห็นว่าดีเอสไอ เดินมาผิดทาง
ความขัดแย้งของ 2 หน่วยงาน ระหว่างอธิบดีกับรองผบช.น. กลับดำเนินไปโดยไม่มีผู้ใหญ่ฝ่ายไหนออกมาห้ามปราม
น่าสนใจนะครับเพราะยิ่งขัดแย้งกันมากเท่าใด คนบงการก็เบาใจ
ส่วนลึกกว่านั้นจะมีใครวางเกมไว้หรือไม่ สักวันความจริงจะปรากฏ !!



