
ความมั่นคงพม่าแล้งนี้
ข่าวความวุ่นวายในที่ต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออกของไทยที่ไม่สู้ดีกลบข่าวสถานการณ์ด้านตะวันตกเสียสิ้น ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจว่ากองทัพพม่ากับกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธผลัดกันรุกกันรับปะทะกันบริเวณฝั่งตรงข้ามแม่สอด
กับแถวตรงข้ามอำเภอพบพระมาระยะหนึ่งแล้ว และนี่ก็เข้าฤดูแล้ง พม่าก็จะเข้าสู่โหมดการกวาดล้างชนกลุ่มน้อยอย่างเต็มตัว การปะทะรอบใหม่ระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังรัฐฉานของเจ้ายอดศึกก็คงมีขึ้น ในไม่ช้านี้ทางไทยเราก็ต้องเตรียมรับผู้อพยพระลอกใหญ่ มากกว่าจำนวนกะเหรี่ยงที่แวะมากินข้าวไม่กี่พันคน
แต่ถึงพม่าจะได้รัฐบาล "ประชาธิปไตยแบบม่าม่า” สำเร็จตามความต้องการของกองทัพอย่างราบรื่น ก็ไม่ได้หมายความว่าจากนี้ไปกองทัพจะเดินหน้าผนึกรวมกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะพวกว้า คะฉิ่น ฉาน รวมถึงกะเหรี่ยงด้วยเตรียมสู้อย่างแข็งขัน โอกาสที่พม่าจะเผด็จศึกง่ายๆ เหมือนที่ยึดโกกั้งเมื่อปี 2552 นั้นแทบไม่มี สถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือพม่าจะใช้ยุทธภูมิฉานเป็นที่ลองปืนใหญ่รุ่นใหม่จากจีนแค่นั้นก่อน การต่อรองเจรจากับอดีตกลุ่มที่เคยตกลงหยุดยิงกันยังคงมีอยู่ควบคู่กับการปะทะประปรายกับคู่ศึกในหลายๆ จุด ขั้นตอนทางการทูตนี้ต้องรวมถึงการเดินสายจัดหาอาวุธเพิ่ม พร้อมทั้งแรงสนับสนุนจากลูกพี่ ดังนั้นกว่าจะปราบชนกลุ่มน้อยลงได้คงต้องใช้เวลาอีกนาน กองทัพพม่าก็จะใช้โอกาสนี้เป็นอีกหนึ่งในข้ออ้างที่จะอยู่ปกครองเมืองม่านหลังม่านต่อไปอีกนานเช่นกัน
รัฐบาลพม่าภายใต้ทหารนั้นยังคงมีเสถียรภาพมาก เพราะฝ่ายต่อต้านไม่มีขีดความสามารถสู้ได้นั่นเอง ขนาดพระสงฆ์ที่คนนับถือกันทั้งประเทศยังเอาทหารไม่ลง แล้วใครจะเอาลง ยิ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจยั่วตาอย่างนี้ ฝรั่งก็กำลังหาช่องเหมาะๆ “เกี่ยวพันเชิงสร้างสรรค์” กับพม่าเหมือนกัน หลังจากปล่อยให้จีนกับอาเซียนเอาประโยชน์ไปเยอะ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การเกาะเกี่ยวทางเศรษฐกิจ การอดกลั้นต่อการกระทำบางอย่างที่ผิดค่านิยมโลกของกองทัพพม่า ตลอดจนการปรี่เข้าไปช่วยเหลือชาวพม่ากู้ภัยพิบัติ (ซึ่งคงเกิดขึ้นอีกแน่) นั้นเป็นช่องทางที่ชาติต่างๆ จะดึงพม่าออกมาเป็นประชาธิปไตยได้ในที่สุด เอ่อ...ไม่ถึงร้อยปีหรอกครับ
ปีนี้อินโดนีเซีย เป็นประธานอาเซียน มีแรงกระตุ้นจากมหามิตรโอบามาและการที่ตนเองกำลังอยู่ในแทร็กของการก้าวขึ้นเป็นชาติมหาอำนาจในภูมิภาคนั้นคงทำให้รัฐบาลชวามีท่าทีแข็งต่อรัฐบาลเนปิดอว์บ้าง ต่างจากเวียดนามปีก่อนที่เป็นกลุ่มซีแอลเอ็มวีเหมือนพม่า แต่สำหรับชาติอาเซียนอื่นคงไม่เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะไทยที่ได้บทเรียนจากการที่พม่าไม่ยอมพูดด้วยเป็นปี ก็คงไม่เล่นบทสิทธิมนุษชนจ๋ากับพม่าเหมือนที่เคยพลาดเมื่อปี 2551



