ข่าว

ปชป.เตรียมระดมทุนพท.แฉบังคับเอกชนบริจาค

ปชป.เตรียมระดมทุนพท.แฉบังคับเอกชนบริจาค

06 มี.ค. 2554

ปชป. เตรียมจัดงานระดมทุน 8 มี.ค .นี้ พร้อมโชว์นโยบายพรรค จวกฝ่ายค้านไม่พอใจเลื่อนอภิปรายเหตุไม่ตรงกับวันจัดม็อบ เหน็บ พท. ใครกันแน่ทรยศประเทศ ยันคนใกล้ชิดนายกฯไม่มีเอี่ยวภาษีบุหรี่ ท้าฝ่ายค้านเปิดข้อมูล หากไม่จริงเตรียมฟ้อง พท.แฉปชป.บีบคอข่มขู่เอกชนบริจ

 (6มี.ค.)  น.พ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่าในวันที่ 8 มี.ค.นี้ พรรคจะจัดงานระดมทุน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ซึ่งจะได้แจกเอกสาร “ เชื่อมั่นประเทศไทย ช่วยเรา ช่วยชาติ ช่วยประชาขน ” ที่แสดงการงานตามนโยบายของพรรคที่มีอุดมการณ์ ซึ่งไม่ต้องการให้มีนายทุนครอบงำ มุ่งมั่นทำงานให้ประชาชน และแสดงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อสื่อสารให้กับผู้สนับสนุนทั้งภาคเอกชน ประชาชน และภาคธุรกิจทั่วประเทศแล้ว โดยเชื่อว่าการระดมทุนดังกล่าว จะเป็นบรรทัดฐานที่มีผู้สนับสนุนวงกว้าง มากกว่าให้นายทุนเข้ามาครอบงำเหมือนในอดีตจนพาชาติไปสู่ทางตัน ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานพร้อมปาฐกถา โดยจะมีการจัดสื่อผสม เชิดชูคุณูปการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ พร้อมด้วยสื่อผสมหัวข้อ “ 65 ปี ประชาธิปัตย์ สร้างอนาคตไทยด้วยใจด้วยกัน ” ที่กล่าวถึงการสร้างความปรองดองนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง แม้จะมีความเห็นต่างแต่ไม่แตกแยกไม่มีความรุนแรง และการดำเนินนโยบายเพื่อแก้ปัญหาประชาชน ในการเพิ่มรายได้ เงินเดือน ค่าแรงให้กับทุกอาชีพ และการประกันรายได้เกษตรกร เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่งคงและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ

 “ทั้ง 2 ส่วนจะอยู่ในกรอบนโยบายที่จะพาประเทศชาติไปสู่ความยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า โดยพรรค จะรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน เพื่อประกอบเป็นนโยบายก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ ” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

 น.พ.บุรณัชย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยว่า การกำหนดวันอภิปรายที่จะมีขึ้นวันที่ 15 มี.ค.เป็นต้นไปนั้น ยืนยันการบรรจุญัตติ รวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อเป็นการกำหนดตามระเบียบและข้อบังคับของสภา ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ที่ฝ่ายค้านไม่พอใจ เนื่องจากวัน-เวลานั้นไม่สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวนอกสภาวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องการให้สภาเป็นเวทีในการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่การเคลื่อนไหวนอกสภากล่าวถึงกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมาใหม่ โดยไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องคดี เป็นเหมือนการซ้ำเติมที่รัฐบาลจะใช้เวลาเดินหน้าแก้ไขให้ประชชน ดังนั้นการอภิปรายจึงอยากให้ใช้เวลาเร็วที่สุด เพราะระยะเวลาอภิปรายช้าหรือนานออกไป จะทำให้เกิดการเบี่ยงเบนประเด็นในการแก้ไขปัญหาของประชาชนล่าช้าและนำไปสู่ปัญหาการเมือง และที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ใช้วิธีสกปรก เรื่องความผิดพลาดในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจนเกิดความล่าช้านั้น ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเล่นวิธีสกปรก

 “ อยากให้น.อ.อนุดิษฐ์ กลับไปพูดกับพรรคตัวเองมากกว่า เพราะที่ผ่านมาประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ใครกันแน่ที่เล่นสกปรก ทรยศประเทศ พรรคยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนปฏิบัติตามกฎเหล็ก 9 ข้อนายกฯ และพร้อมรับผิดชอบด้วยการชี้แจงต่อสภาด้วยข้อมูลที่เป็นจริง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

 น.พ.บุรณัชย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการกล่าวหาดักฟังโทรศัพท์ด้วยว่า รัฐบาลได้กำชับหน่วยงานภาครัฐห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด ยกเว้นจะตรวจสอบตามหมายศาลเท่านั้น ขณะที่การดักฟังโทรศัพท์ขององค์กรอื่นไม่ใช่ภาครัฐ ที่เกี่ยวโยงกับผู้ที่สูญเสียอำนาจทางการเมืองนั้นได้รับทราบมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่ง ส.ส.และรัฐมนตรีในส่วนของรัฐบาล ก็ได้ระมัดระวังเรื่องการสื่อสารโดยตลอด โดยยืนยันว่าพฤติกรรมการใช้วิธีนอกกฎหมายเพื่อคุกคามหรือล้วงความลับทางการเมืองของรัฐบาลนั้น จะต้องรับผิดชอบการกระทำตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลนี้ไม่มีพฤติกรรมซ้ำกับการใช้เทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศเพื่อดักฟังการทำงานของรัฐบาลอย่างแน่นอน

 ทั้งนี้ น.พ.บุรณัชย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ฝ่ายค้านระบุว่ามีบุคคลใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับภาษีสรรพสามิตบุหรี่ด้วยว่า เป็นการเปิดข้อมูลโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงขอท้าพรุ่งนี้ ให้ฝ่ายค้านนำเอกสารข้อมูลมาเปิดเผยเพื่อตรวจสอบรายชื่อ และให้ผู้ถูกกล่าวหานั้นนำข้อมูลมาชี้แจง ซึ่งพรรคยืนยันว่าเรื่องสรรพสามิตไม่เกี่ยวข้องกับนายก ฯ และไม่เคยเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่เหมือนกับนายเก่าของฝ่ายค้านที่เคยเข้าไปแทรกแซงจนทำให้เกิดวิกฤติทางตัน โดยหากเรื่องนี้ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริงขอให้รอรับหมายศาลจากผู้ถูกกล่าวหาได้เลยที่จะดำเนินการตามกฎหมาย

"พท."แฉ"ปชป."บีบคอข่มขู่เอกชนบริจาคเงิน

 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวการระดมุทุนของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลว่า วันที่ 8 มี.ค.พรรคประชาธิปัตย์จะจัดงานระดมทุน 600 ล้านบาท ตอนนี้ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์มีตัวเลขแล้ว 400 ล้านบาท ขาด 200 ล้านบาท ตนไม่ได้อิจฉา แต่เอกชนร้องเรียนมาที่พรรคว่า มีการใช้อำนาจรัฐไปขอขายโต๊ะให้เอกชนรายละสองล้านบาท เอกชนต้องหนีไปต่างประเทศและต่างจังหวัด  ปิดโทรศัพท์มือถือและส่งทีมตามถึงบ้าน  ตนเรียกร้องว่า ขอให้สงสารเถอะ อย่านำตัวเลขตั้งเป้าแล้วหากทำไม่ได้ตามนั้นจะเป็นจะตาย เศรษฐีวันนี้ยังจนเลย และทราบว่า หากใครไม่ให้นั้นก็อาจต้องโดนหมายหัว   ตนขอสอบถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตัวแทนของนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ไปขายโต๊ะแบบยัดเยียดตามที่มีการร้องเรียนมาหรือไม่ และการระดมทุนครั้งนี้ของพรรคประขาธิปัตย์ กกต.ควรไปดูว่าอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะทราบว่า เอกชนบางรายซื้อโต๊ะแลกเปลี่ยนการเอื้อประโยชน์ด้านต่างๆ เช่น ภาษี หากเป็นแบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง เพราะมันต่างตอบแทนกัน  

ซัดวิปรัฐบาลและชัยเลื่อนวันอภิปราย

 นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวกรณีความพร้อมขอพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า วิปรัฐบาลกับนายชัย ชิดชอบ   ประธานสภาผู้แทนราษฎรกำลังเล่นเกมทางการเมือง ให้เลื่อนอภิปรายฯออกไปเป็นวันที่ 15 - 18 มี.ค. แต่ข้อมูลที่ตนได้มาล่าสุดอาจมีการเลื่อนไปในสัปดาห์ต่อไป คือ เลยไปช่วงปลายเดือนมี.ค. ขอถามไปยังนายชัยว่าจะมีการบรรจุวาระเมื่อใด การที่บอกว่าส.ส.บางคนลงนามไม่เหมือนกัน จากข้อกฎหมายไม่สำคัญเลย เพราะชื่อของฝ่ายค้านที่เสนอไปเกินอยู่แล้ว ขอให้รัฐบาลเลิกเล่นเกมการเมือง หรือพยายามจะนำข้อสอบอภิปรายฯไปดูก่อน เพื่อให้ข้อสอบรั่วแต่มันไม่รั่ว ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหารือประธานสภาในเรื่องนี้ให้ชัด เพราะพรรคเพื่อไทยห่วงว่า หากเข้าสู่ปลายเดือนมี.ค. ใกล้เทศกาลสงกรานต์ประชาชนจะสนใจการอภิปรายฯน้อยลง

ซัดกระทรวงแรงงานและรัฐบาลช่วยแรงงานช้า

 นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ต้องอพยพปัญหาความวุ่นวายในลิเบียว่า แรงงานไทยที่กลับประเทศไทยนั้น   ครม.อนุมัติงบสามร้อยสี่สิบสามล้านบาทให้แรงงานเป็นค่ารถ ซึ่งจะได้รับคนละหนึ่งพันห้าร้อยบาทนั้น คนงางนบางคนไม่ได้รับเงินตัวนี้   และเเรงงานไทยที่กลับมาแล้วสามพันเจ็ดร้อยกว่าคนยังไม่ได้รับเงินตัวนี้ เพราะสำเนารับเงินที่กระทรวงแรงงานไม่มีหมายเลขหนังสือรับเงิน ตนกลัวว่าจะมีการสวมสิทธิ หากมันหายไป ใครจะรับผิดชอบ และขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้ไปดูแล หรือเป็นเพราะว่าแรงงานเหล่านี้จากภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ไปดูแล นายอภิสิทธิ์อย่าเลือกปฏิบัติและแกล้งโง่แบบนี้

 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงเสริมในเรื่องนี้ว่า แรงงานไทยในลิเบียมีสองหมื่นสามพันคนเศษ แต่รัฐบาลบอกว่ามีหนึ่งหมื่นคน  แต่ช่วยได้แค่สี่พันคน   ตัวเลขทำไมแตกต่าง  แรงงานประเทศอื่นๆเปรียบเทียบให้ฟังว่า แรงงานไทยต้องรอจับสลากขึ้นเรือ แต่แรงงานประเทศอื่นๆนั้นเรือมารอคน    ประเทศอื่นแก้ปัญหาไวกว่าไทย แต่รัฐบาลส่งนายสุธรรม นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงาน และรองอธิบดีกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงานไปดูแล แต่ทำไมนายเฉลิมชัย   ศรีอ่อน รมว.แรงงานไม่ไปจัดการเอง การอพยพแรงงานไทยครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล ส่วนใหญ่เป็นฝีมือนายจ้างและบริษัทจัดหางานที่ดำเนินการ  อีกทั้งสถานทูตไทยในลิเบียนั้นมีเจ้าหน้าที่รวมไม่ถึงสิบคน แต่ปริมาณงานที่ต้องดูแลแรงงานกว่าสองหมื่นคนนั้นมีมาก ปรากฏว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศไม่ให้ตั้งสำนักงานแรงงานไทยในลิเบีย หากมีการตั้งสำนักงานนี้ได้แล้วมันจะมีเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้   ส่วนเงินช่วยเหลือแรงงานไทยคนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาทที่รัฐบาลระบุจะจ่ายให้นั้น มันเป็นเงินของที่แรงงานฝากไว้ รวมทั้งงบประชาสัมพันธ์ห้าล้านบาทด้วยนั้นไม่ทราบว่าจะตั้งไว้ทำไม

อัดรัฐล้มเหลวดับไฟใต้ ชี้ช้ากว่าโจรหนึ่งก้าวเสมอ

 นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลว่า การดับไฟใต้ล้มเหลวสิ้นเชิง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นประธานดูแลเรื่องการแก้ไขปัญหานี้พบ ว่ารัฐบาลดำเนิการชักช้ากว่าผู้ก่อความไม่สงบหนึ่งก้าว จ.ยะลามีการวางระเบิด และจ.ปัตตานีมีการยิงพระสงฆ์  พรรคเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี , พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ไปบูรณาการงานใหม่ นำงบไปปรับปรุงการข่าว สองปีเศษแล้วที่รัฐบาลนี้ดับไฟใต้ล้มเหลว รัฐบาลอาสาว่ารู้ปัญหานี้ วันนี้ควรนำงบไปปรับปรุงการข่าว อย่าปล่อยให้ทหารดำเนินการ แต่ฝ่ายการเมืองไม่สนับสนุน เพราะประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจะรับเคราะห์

บี้นายกฯอย่าโทษภาวะโลกที่ทำให้สินค้าแพง

นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวว่า รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ในวันนี้นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เขตบางเขนกทม.เพื่อตรวจเรื่องสินค้าแพง ทำไมนายอภิสิทธิ์ความรู้สึกช้า เพราะลงพื้นที่แบบสร้างภาพนายอภิสิทธิ์บอกว่าของแพงทั้งโลกไม่ใช่เฉพาะไทย มันเป็นการแก้ตัวแบบเวทนาที่สุด หากเป็นผู้นำประเทศอื่นๆที่จะแก้ตัวในเรื่องนี้นั้น จะระบุว่าหากแก้ไม่ได้ก็ลาออกหรือยุบสภา มาตรฐานการเมืองของนายอภิสิทธิ์วันนี้ไม่มีเลย โยนบาปไปเป็นปัญหาโลก หากนายอภิสิทธิ์บริหารงานอย่าง นี้ มันไม่ต้องมีผู้นำรัฐบาลก็ได้   เพราะนายอภิสิทธิ์ทำงานแบบปลัดประเทศ   หากเป็นแบบนี้ปล่อยให้ปลัดกระทรวงทำงานดีกว่า

อัดรัฐหละหลวมปล่อยให้มีการปล้นปืน

นายพร้อมพงศ์  แถลงข่าวกรณีอาวุธปืน คือ ปืนกลเล็กยาว M16  , ปืนกล Mimini , ปืนพก   86   ขนาด 11 มม. , ปืนค 60 รวม 100 กว่ารายการ สูญหายจากคลังอาวุธของกองพันทหารรายที่ 1 ศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า อาวุธปืนหายเป็นครั้งที่สามแล้ว พรรคติดตามว่าหายจริงหรือไม่ เพราะมีการแจ้งความแล้วยกเลิก ล่าสุดพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ระบุว่าหายจริง เมื่อตรวจนสอบแล้วพบว่าหายซ้ำซาก ครั้งแรกที่จ.พัทลุง ครั้งที่สองจ.ลพบุรี และครั้งที่สามคือจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่หายไปช่วงกลางวัน เหมือนปล้นกลางวันแสกๆเพราะหายในค่ายทหาร   เรื่องนี้สะท้อนความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพของการบริหาร  

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ผบ.ทบ.บอกว่าอาจมีการนำไปขายชายแดน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีระบุตรงกัน นั้น มันเป็นการประจานตัวเอง งบประมาณที่มาจากประชาชนต้องแก้ไข กองทัพมีลักษณะแบบนี้ ประเทศเพื่อนบ้านและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น โจรคงหัวเราะตาย ตนทราบว่าคลังแสงนั้นมีกุญแจสามดอกที่มีผู้ถือรักษาไว้ คือ ผบ.หน่วย นายทหารเวร และจ่าถือหนังสือบัญชี เมื่อเป็นแบบนี้ปืนจะหายได้อย่างไร เรื่องนี้มันมีการกระทำเป็นขบวนการ   ฉะนั้น นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหมและผบ.ทบ.ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ให้ความจริงปรากฏ หากเป็นแบบนี้ ระวังรถถังและเครื่องบินจะหาย   เพราะเรื่องนี้นอกจากเกลือเป็นหนอนแล้ว ผู้บังคับบัญชาก็หละหลวมด้วยและอย่าโทษแต่เด็ก   ต้องปรับปรุง ผบ.ทบ.ต้องติดตามอาวุธกลับมาเร็วที่สุดเพราะเป็นการล้วงคองูจงอาง  

 “ผมจะตรวจสอบต่อเนื่องในเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าขายชายแดนจริงหรือไม่ และในช่วงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆอาจมีการนำเข้ามาสร้างสถานการณ์ ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

"พท."ทำโพลสำรวจสับพบรัฐสารพัดยอดแย่

 นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวว่า พรรคได้ทำโพลล์สำรวจจุดแข็ง และจุดอ่อนของรัฐบาล โดยพบว่า จุดอ่อน ด้านยอดแย่มี 7 ข้อคือ 1. ผู้นำรัฐบาลแล้งน้ำใจ เมื่อเกิดข้อพิพาทและการปะทะแนวชายแดน แต่ผู้นำรัฐบาลไม่เคยลงพื้นที่ 2. เป็นยุคข้าวยากหมากแพง 3. ออกนโยบายหลยโท่ยมากที่สุด โดยเฉพาะขายไข่แบบชั่งกิโล 4. ปกปิดกำพืดถือสองสัญชาตินานที่สุด 5. สร้างหนี้มากที่สุด 6. ประชาชนแบ่งสีแบ่งพวกมากที่สุด 7. การทุจริตมากที่สุด สำหรับจุดแข็งของรัฐบาลมีสองข้อ คือ 1. สร้างภาพได้ดีที่สุด 2. มีเส้นดี มีตัวช่วย หากเป็นรัฐบาลอื่นอยู่ไม่ได้แล้ว ทั้งหมดเป็นสิ่งสะท้อนที่ประชาชนรู้สึกต่อรัฐบาลชุดนี้ว่า เป็นรัฐบาลพูดดี มีแต่เส้น มีตัวช่วย เมื่อเป็นเช่นนี้หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นควรยุบสภาไปทันที เพราะมันเป็นวินาทีแรกที่จะสร้างความสุขให้ประชาชน 

"นพดล"ท้าปชป.ทำสัตยาบันยอมรับผลเลือกตั้ง

นายนพดล ปัทมะ ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณผิดหวังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่พยายามทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารงานไม่ได้ ว่า ฟังแล้วรู้สึกสะท้อนใจในการพูดว่าร้ายและโยนความผิดคนอื่น ตนยังจำภาพการขย่มรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์   โดยม็อบจัดตั้งเพราะมีส.สพรรคประชาธิปัตย์ไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯได้เป็นอย่างดี รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลนี้เคยไปชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเยี่ยมปลอบขวัญผู้ชุมนุมที่ยึดทำเนียบโดยผิดกฎหมาย

นายนพดล กล่าวอีกว่า ขอถามว่าพรรคใดไม่ยอมรับกติกา บอยคอตการเลือกตั้ง พรรคใดแพ้การเลือกตั้งทุกครั้งในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา และพรรคใดที่แม้จำนวนส.ส น้อยกว่าพรรคอื่น แต่ก็ทำทุกวิถีทางให้ตัวเองจัดตั้งรัฐบาลได้ สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณนั้นเคารพกติกา และเดินเข้าสู่การเลือกตั้งตามกติกาที่คนอื่นเขียนทุกครั้ง และก็ชนะพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้ง วันนี้พรรคเพื่อไทยก็เจียมเนื้อเจียมตัวว่าไม่มีเส้น ไม่มีตัวช่วย มีแต่พี่น้องประชาชนที่รักความเป็นธรรมและรักประชาธิปไตยคอยเป็นกำแพงสนับสนุน และการชุมนุมของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ก็เป็นไปอย่างสันติ มีวินัย ไม่ได้ป่วนเพื่อล้มรัฐบาลตามที่กล่าวหา อยากถามไปยังนายสุเทพว่าพรรคประชาธิปัตย์กล้าที่จะลงสัตยาบันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ว่าพรรคที่ได้ที่นั่งส.ส มากที่สุดหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน และห้ามใช้ตัวช่วยหรืออำนาจนอกระบบไปบังคับพรรคเล็ก หรือไปทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม