
"ใครทำไม่ได้...ลุยเอง"นักบู๊กรมศุลฯ "นิมิตร แสงอำไพ"
ความมืดเริ่มโรยตัวปกคลุม...เรือบรรทุกสินค้า "4 PHITAK" ลำเรือสีฟ้าอ่อนถูกคลุมด้วยผ้าใบสีดำสนิทอย่างแน่นหนา กำลังลอยลำเข้าสู่น่านน้ำไทย บริเวณเกาะโกยใหญ่ อ.เมือง จ.สตูล...เจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปราม กรมศุลกากร บุกจู่โจมเข้ายึดเรือลำดังกล่าว พบสุราต่างประเท
กลายเป็นภาพแห่งความภูมิใจที่ประดับอยู่ในห้องทำงานของ ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 ซึ่งผู้ชายชุดดำสวมหมวกแก๊ป กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่กราบเรือ หลังผ่านเหตุระทึกกลางทะเลมาเพียง 5 นาทีเท่านั้น คือ "นิมิตร แสงอำไพ" รักษาการ ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 นั่นเอง ผู้เคยต่อกรกับขบวนการ "ค้าของเถื่อน" มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
- ภาพนี้มีความประทับใจอย่างไร
รูปนี้เกือบ 2 ปีแล้ว น่าจะเป็นวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 สมัยนั้นผมเป็นหัวหน้าฝ่ายปราบปรามทางบก ได้มีการวางแผนซุ่มจับกุมมาเกือบ 3 เดือน เป็นงานอีกชิ้นที่ท้าทายและคุ้มค่ามาก จับยึดทีเดียวเจ๊งเลยเพราะมีมูลค่าสูงมาก ที่สำคัญมันท้าทายอำนาจรัฐ ซื้อหน่วยงานรัฐได้หมด มีการทำเป็นขบวนการ แถมลักลอบขนสินค้าเถื่อนในเวลากลางวัน สินค้าที่จับกุมได้ครั้งนั้น เป็นสินค้าประเภทเหล้า ยี่ห้อแบล็คเลเบิ้ลและเรดเลเบิ้ล 500 ลัง และบุหรี่ต่างประเทศอีก 300 แพ็ก โดยเดินทางมาจากเกาะลังกาวี มีเรือเล็กคอยคุ้มกันเรือสินค้า ต้องปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว เช่าสปีดโบ๊ท สัญชาติมาเลเซีย คอยติดตามปิดท้ายเรือลักลอบขนสินค้าเถื่อน เราจะไม่จับในน่านน้ำมาเลเซีย ต้องรอเวลาให้เข้ามาในน่านน้ำไทยก่อน กว่าจะยึดเรือลำนี้ได้ก็โพล้เพล้พอดี
- แล้วสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่
จังหวะที่เข้าจู่โจมลูกเรือขนสินค้าเถื่อนโดดน้ำหนี ไม่มีการปะทะกัน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อย่างที่บอกว่า มันทำเป็นขบวนการมีเรือคุ้มกัน ลูกเรือก็ว่ายน้ำหนีขึ้นเรือคุ้มกันไป หากจะตามจับกุมคนร้ายก็ได้ แต่เรือเราเล็กกว่า มีคนน้อยกว่า ที่สำคัญทุกคนต้องรักษาชีวิตตัวเองด้วย ถึงจะตามเขาไป เรายิงคนตายก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหาเหมือนคนทั่วไป เราไม่มีอำนาจนั้นตามกฎหมาย
- อาวุธที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
อาวุธที่เราใช้เป็นปืนเอ็ม 16 ส่วนของขบวนการลักลอบขนสินค้าเถื่อนใช้อาวุธปืนอาก้า เมื่อต้นปีก็เพิ่งยึดบุหรี่อินโดนีเซียได้ 300 แพ็ก ซึ่งบุหรี่อินโดฯ กำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่นภาคกลาง มีราคาแพงว่าบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโร่อีกนะ เป็นอีกผลงานที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีการปะทะ หลักการทำงานของผม จะคิดวางแผนจนรอบคอบ ป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะอยู่แล้ว เพราะถ้าหากมีการปะทะผู้ร่วมงานอาจต้องบาดเจ็บล้มตาย พวกเขาก็มีครอบครัว เป็นเรื่องที่ผมต้องคิดหนักและให้ความสำคัญมาก ทุกๆ ครั้งที่วางแผนต้องละเอียด ชาร์จโดยไม่ให้คนร้ายไหวตัวทัน แม้ว่าพวกเขามีอาวุธปืนก็จะตกใจไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องหนีเป็นหลัก แต่ถ้าคนร้ายรู้ตัวก่อน เราจะตกเป็นรองทันที
- สินค้าที่ตรวจยึดได้ มักเป็นสินค้าประเภทใด
สมัยที่ผมยังอยู่ฝ่ายสืบสวนปราบปรามทางบก ผมให้น้ำหนักกับเรื่อง "น้ำมันเหลือง" ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา จับเรือน้ำมันเถื่อนได้ 6 ลำ เฉลี่ยลำละ 1 แสนลิตร ครั้งแรกจับกุมเรือน้ำมันที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาครได้ 2 ลำ ลำละ 1 แสนลิตร,ที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช 1 ลำ 1 แสนลิตร, ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชอีก 1 ลำ 5 หมื่นลิตร และที่ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง ได้อีก 1 ลำ 1 แสนลิตร
ขณะที่น้ำมันดีเซลต้นทุน 12 บาท ภาษีอีก 8 สตางค์ รายได้การจัดเก็บภาษีของชาติในส่วนนี้ก็จะหายไป รัฐก็จะเสียหาย และเมื่อน้ำมันดีเซลเหล่านี้ขึ้นสู่ฝั่งก็จะถูกนำไปผสมกับน้ำมันไทย ทั้งที่มีค่ากำมะถันสูงกว่า เป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ เกิดเขม่าควันพิษ ซึ่งปัญหาน้ำมันเหลืองระบาดหนักมาก
- มาอยู่ฝ่ายปราบปรามทางทะเลโดยตรง คงทำเรื่องน้ำมันได้เต็มที่
ครับ...กองกำลังครบมือ พร้อมลุยเต็มที่ ผมมองว่าเรื่องน้ำมันที่เป็นปัญหาสำคัญ ทางภาคใต้น้ำมันจากต่างประเทศจะมีราคาถูกกว่าประเทศไทย ซึ่งบางทีก็มาจากโรงกลั่นไทยนี่แหละ ส่งออกน้ำมันโดยไม่ต้องเสียภาษี กลุ่มพ่อค้าคนไทยก็รวมตัวกันไปซื้อแล้วนำกลับเข้าประเทศอีกที แต่เรื่องปัญหาน้ำมันทางภาคเหนือและภาคอีสาน จะมีปัญหาลักลอบนำออกประเทศ เพราะราคาน้ำมันในประเทศลาวมีราคาสูงกว่าของไทย
- สินค้าประเภทใดสร้างความสูญเสียด้านเม็ดเงินให้ประเทศมากที่สุด
ผมมองว่า "น้ำมันเถื่อน" สร้างมูลค่าความเสียหายด้านเม็ดเงินและความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง รองมาเป็นพวก "แก๊สหุงต้ม" เพราะบ้านเราแก๊สหุงต้มมีราคาถูก เนื่องจากรัฐบาลชดเชยให้แก่บริษัทผู้ผลิตแก๊สหุงตุ้ม อย่างแก๊สถังละ 25 กิโลกรัม รัฐบาลอุดหนุนไว้กว่า 200 บาท แต่ปรากฏว่าตามแนวชายแดนกลับลักลอบเอาแก๊สหุงต้มไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน
-เรื่องที่ยากที่สุดในการทำงานด้านสืบสวนปราบปราม
แล้วแต่กรณีนะ เรื่องการลักลอบที่ยากนั้น เพราะมีการทำกันเป็นขบวนการ มีผู้อิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ยากต่อการเจาะข่าว ไม่มีใครกล้าให้ข่าว การได้ข่าวหรือเบาะแสจึงยากมาก แล้วเมื่อจับกุมได้แล้ว ปัญหาก็ตามมาอีก เพราะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล นอกจากนี้ การตรวจสินค้าตามคาร์โกก็ยากนะ เพราะมีการโกงซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนาน ต้องยอมรับว่าคนจ้องจะทำผิดกับคนที่ตามจะช้าอยู่ 1 ก้าวเสมอ
-เคยอยู่ในภาวะเสี่ยงหรือมีการปะทะกับคนร้ายไหม
เคยมี กรณีจับกุมเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนที่ปากน้ำประแสร์ ต้องเช่าเรือชาวบ้าน ซึ่งลำเล็กและไม่มีเกราะกำบัง ขณะที่ไปแท็กหรือประชิดเรือต้องสงสัย วินาทีนั้นจะเสี่ยงมาก ต้องมีการวางแผนอย่างดี แต่หลังจับกุมมีนักการเมืองระดับชาติมาขอหาผู้ใหญ่ขอเคลียร์ โชคดีผู้ใหญ่ของกรมเข้มแข็งขอรับผิดชอบเอง บอกให้พวกเราตั้งใจทำงานต่อไป ส่วนที่ อ.ท่าศาลา คนของเราได้รับบาดเจ็บกระดูกซี่โครงหัก ไม่ได้เกิดจากการปะทะ แต่ถูกเรือกระแทกตอนเข้าจับกุมเรือลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย
- หลักสำคัญในการปราบปรามขบวนการเหล่านี้
หลักการทำงานของผม จะเลือกเป้าใหญ่ ใครทำไม่ได้เราลุยเอง เพื่อให้เขาหลาบจำและควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เติบโต คนในพื้นที่ทำงานไม่ได้ต้องให้ข่าวเรา ลงไปทำเอง แต่ของพวกนี้มีเงินมีผลประโยชน์ อิทธิพลมาเกี่ยวข้องเสมอ ซึ่งความมีวินัยและจิตใจที่เข้มแข็งเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เขาหิ้วของเถื่อนมาแล้วโยนเงินให้ 5,000 บาท มันไม่ใช่ มันต้องมีจิตใจ ความคิดที่มั่นคง
- ทำยากไหม
ผมตอบในฐานะเป็นครู เป็นผู้บังคับบัญชา ต้องแสดงให้เด็กนับถือศรัทธา เป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาเห็น เราต้องฝึกความเข้มแข็งของจิตใจ ที่สำคัญ ทางกรมมีค่าล่วงเวลา มีเงินเปอร์เซ็นต์จากการจับกุมแม้ว่าจะลดลงมา 15 เปอร์เซ็นต์ก็ยังพอจะนำเงินตรงส่วนนี้ไปสานต่องานใหม่ได้ แต่ถ้ามีงบประมาณลับมาช่วยเสริมในส่วนนี้ก็จะดี ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับประเทศมาเลเซียเงินเดือนและสวัสดิการจะสูงกว่าเรา 3 เท่าตัว แต่ที่สำคัญข้าราชการซี 3 กรมศุลกากรจะมีเงินเดือนสูงกว่ากรมอื่นๆ จึงต้องทำตัวให้ดี แต่ถ้าหากยังมีการทุจริต คดโกง เราต้องหันกลับมาถามองค์กรว่ายังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ย่อมมีคนที่ทุจริต คอรัปชั่น แต่เป็นคนส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม หากมีสวัสดิการที่ดีกว่านี้ มีเครื่องมือที่พร้อม ไม่ขาดกำลังใจ เพราะงานของเราขึ้นอยู่กับจิตใจ การทำงานของเราจะช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่



