
เว็บบอร์ดมรณะ
"ฉันอยากตาย มีใครอยากไปด้วยกันมั่ง" นี่เป็นข้อความของนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 22 ปี แซ่จาง จากเมืองลี่ชุย มณฑลเจ๋อเจียง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่โพสต์ไว้บนเว็บไซต์ www.qq.com เมื่อ 21 มิถุนายน ปีที่แล้ว
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง หนุ่มนักศึกษาปี 1 แซ่ฟาง วัย 20 ปี จากเซี่ยงไฮ้ ก็เข้ามาตอบรับคำเชิญ
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เฉียนเจียง อีฟนิง นิวส์ รายงานว่า จางหมดหวังในชีวิต หลังจากพลาดการเข้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง
ฟางและจาง นัดเจอกันที่สถานีรถไฟลี่ชุย เช้าวันที่ 22 มิถุนายน และตกลงนัดแนะปลิดชีพตัวเอง
ทั้งคู่ตระเตรียมนำถ่าน เตาถ่านและเบียร์ ไปยังห้องโรงแรมแห่งหนึ่ง จัดการล็อกประตูปิดหน้าต่างมิดชิด แต่พอควันคลุ้งไปทั่วห้อง จางรู้สึกปวดหัวจนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจล้มเลิกแผนการ และพยายามจะนำฟางออกไปจากห้องด้วย แต่อีกฝ่ายยืนยันความตั้งใจเดิม จางจึงออกจากโรงแรมไปคนเดียวในเวลาประมาณ 16.30 น.
ฟางพยายามโทรวิงวอนให้จางกลับไป เพื่อให้การฆ่าตัวตายแบบมีเพื่อนลุล่วงตามที่ตั้งใจ แต่จางส่งข้อความกลับไปว่า หากยังไม่นำถ่านและแอลกอฮอล์ออกมาจากโรงแรมภายในเวลา 2 ทุ่ม จะโทรแจ้งตำรวจ
แต่จางไม่ได้กลับไปโรงแรม และเมื่อโทรไปเมื่อเวลา 4 ทุ่มครึ่ง ก็สายเกินไปแล้ว
เว็บไซต์ qq เป็นกระดานข่าวสำหรับการส่งข้อความสั้นยอดนิยมที่สุดในจีน และกลายเป็นแหล่งที่คนแปลกหน้าออนไลน์พบปะและตระเตรียมไปฆ่าตัวตายพร้อมๆ กัน
สื่อในจีน รายงานว่า มีคนตายอย่างน้อย 5 ราย จากการเข้าไปรู้จักคลุกคลีกับโลกอันหดหู่ของกลุ่มสนทนาบนเว็บไซต์แห่งนี้ ที่ตั้งชื่อตรงๆ ว่า "กลุ่มฆ่าตัวตาย" หรือ "ไปตายด้วยกัน" โดยมีวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวจำนวนมาก เข้าไปแลกเปลี่ยนแผนการลาโลก
ปัจจุบัน เทนเซต์ บริษัทแม่ของเว็บไซต์ www.qq.com กำลังพยายามบล็อก หรือลบข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มฆ่าตัวตาย หลังจากศาลประชาชนในมณฑลเจ๋อเจียง มีคำตัดสินให้บริษัทต้องรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยร้อยละ 10 จำนวน 55,612 หยวน (2.5 แสนบาท) ในคดีการตายของฟาง เมื่อธันวาคม 2553 เพราะพ่อแม่ของฟาง โทษบริษัทเทนเซนต์ ว่าไม่ได้บล็อกคำอันตรายล่อแหลม อย่างคำว่า ฆ่าตัวตาย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองสูญเสียลูก
นับเป็นครั้งแรกที่ศาลในจีน ตัดสินลงโทษผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ฐานที่ไม่ควบคุมถ้อยคำอันตราย แม้ทนายของบริษัทเทนเซนต์ พยายามแย้งว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะระวังข้อความสุ่มเสี่ยงเหล่านั้น เพราะมีสมาชิกเข้าใช้บริการมากกว่า 500 ล้านคน
นอกจากเว็บ qq แล้ว สารฆ่าตัวตายยังพบได้ไม่ยากบนเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ดังในจีนอย่าง tianya.com เช่นข้อความเมื่อวันที่ 15 มกราคม "ฉันอยากฆ่าตัวตาย จะไปกระโดดตึก 15 ชั้น ใช้เวลาแป๊บเดียว ง่ายมาก" หรือ "ฉันคอยอยู่นะ หลังเที่ยงคืน จะกินยาที่มีจนหมดบ้าน"
นอกจากสองเว็บยอดนิยมนี้ ยังมีเว็บบอร์ดของกูเกิล หนังสือพิมพ์เดลีเมล์ ในอังกฤษรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่า พบเว็บบอร์ดในเว็บไซต์กูเกิลที่เป็นพื้นที่สำหรับให้คนแปลกหน้าสองคนมาเจอกันและเตรียมไปตายด้วยกันในรถรมแก๊ส
นายเฉิน หลาง ครูสอนภาษาอังกฤษเกษียณวัย 82 ในมณฑลเจ๋อเจียง ที่มีประสบการณ์เข้าไปร่วมวงสนทนากับกลุ่มฆ่าตัวตายบนเว็บไซต์ qq หลายกลุ่ม บอกว่า รู้สึกหดหู่ และอยากช่วยชีวิตเด็กเหล่านั้น
การฆ่าตัวตายเคยผ่านเข้ามาในความคิดของเฉินเช่นกัน หลังจากเสียขาทั้งสองข้างเมื่อสามปีก่อน ยามที่ไร้คนดูแล ได้แต่นอนบนเตียงดูรายการทีวีไปวันๆ ต่อมา ได้ชมรายการแสดงความสามารถทางโทรทัศน์ เกิดความรู้สึกประทับใจเมื่อได้เห็นคนุร่นใหม่พยายามสานฝันของตัวเองให้เป็นจริง
เมื่อได้ยินว่าคนหนุ่มสาวแวะเวียนไปหาเพื่อนออนไลน์แปลกหน้าชักชวนไปตายด้วยกัน ผู้สูงวัยผ่านร้อนผ่านหนาวมามากอย่างเฉิน รู้สึกเศร้าใจปนสงสัย และได้ไปเข้ากลุ่มฆ่าตัวตายเพื่อหาข้อมูลว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
และปู่เฉินก็ต้องประหลาดใจมากที่พบว่าชาวเน็ตถกกันเกี่ยวกับวิธีฆ่าตัวตายอย่างเสรี ประหลาดใจหนักเข้าไปอีกเมื่อได้พบว่า บางคนพยายามหาเงินจากคนหนุ่มสาวที่กำลังคิดสั้น เจตนาโน้มน้าวให้อีกฝ่ายฆ่าตัวตายเพื่อขายยาพิษให้กรัมละ 300 หยวน
วันหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ชายวัย 20 ปีคนหนึ่งใช้ชื่อว่า "แกะผู้โดดเดี่ยวในคืนฝนพรำ" ได้โพสต์ข้อความในห้องสนทนาแห่งหนึ่งว่า อยากฆ่าตัวตาย ปู่เฉินทำทีว่า เป็นสาวสวย ที่อยากเจอหน้าและขอคุยด้วยก่อนตาย อีกฝ่ายตอบรับ
พอสาวสวยปรากฏตัว กลายเป็นชายแก่หนังเหี่ยวย่น หนุ่มคนนั้นโกรธมากและเดินหนี แต่ปู่เฉินไม่ยอมแพ้พยายามเกลี้ยกล่อมจนเขายอมคุยด้วย
นับจากนั้นมา ชายแก่วัยใกล้ฝั่งเที่ยวโน้มน้าวคนหนุ่มสาวในโลกออนไลน์ จนเลิกคิดฆ่าตัวตายหลายสิบคน และได้ตั้งกลุ่มต่อต้านเว็บไซต์ qq เมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว เพื่อคอยเปิดโปงว่ามีการหารือเรื่องฆ่าตัวตายที่ไหนบ้าง
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้อนรับการยื่นมือเข้าไปช่วยของปู่เฉิน มีบุคคลนิรนามโทรศัพท์ขู่ทำร้ายขู่ฆ่าหากยังไม่เลิกจุ้นจ้าน ปู่เฉินตอบไปว่า ตัวเองแก่แล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง แต่พวกเธอยังเด็ก หากฆ่าคนแก่อย่างเขา ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย
สถิติขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 60% เฉลี่ยมีคนฆ่าตัวตายวันละเกือบ 3,000 ราย ชายสูงวัยยังคงเป็นกลุ่มคนที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงสุด แต่อัตราการคิดสั้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเป็นกลุ่มที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงสุดในประเทศต่างๆ ถึงหนึ่งในสามของโลก และในส่วนของกลุ่มชาติเอเชีย ตามรายงานบอกว่า ปัจจัยสำคัญมากในการตัดสินใจฆ่าตัวตาย คืออารมณ์ชั่ววูบ
สำหรับประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีน การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรวัยระหว่าง 15-34 ปี คิดเป็น 19% ส่วนในสิงคโปร์ ชายวัย 20-29 ปี เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะฆ่าตัวตาย และมีอัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มคนหนุ่มสาววัย 10-19 ปี เพิ่มจาก 12% ในปี 2551 เป็น 19% ในปี 2552
ที่เกาหลีใต้ มีประชากรวัยเรียน 146 คน ฆ่าตัวตายเมื่อปีที่แล้ว โดยจำนวนวัยรุ่นฆ่าตัวตาย ทะลุหลักร้อยทุกปีมาตั้งแต่ปี 2546
อุไรวรรณ นอร์มา
ที่มา โกลบอลไทม์ส



