ข่าว

กต.จัด19เที่ยวบินรับคนไทยที่ลิเบียกลับ

กต.จัด19เที่ยวบินรับคนไทยที่ลิเบียกลับ

05 มี.ค. 2554

กระทรวงต่างประเทศจัดเที่ยวบินพิเศษ 19 เที่ยวบิน รับแรงงานไทยในลิเบีย 2,534 คน กลับบ้าน ตลอดสัปดาห์ ห่วง 8,000 คนไปหางานเอง เอ็นจีโอ ด้านแรงงาน เสนอรัฐตั้งกองทุนปลอดดอกเบี้ย ช่วยแรงงานไทยในลิเบีย กัดดาฟี รุกหนักถล่มยึดเมืองคืน ฝ่ายต่อต้านสู้ไม่ถอย ยอดผู้เส

รัฐบาลไทยยังคงเร่งดำเนินการนำแรงงานไทยในลิเบียกลับประเทศอย่างต่อเนื่อ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปยังกรุงโรม อิตา เมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย และเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อประสานงานการจัดส่งแรงงานไทยในลิเบีย กลับบ้าน ทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ เปิดเผยว่า ได้ช่วยแรงงานไทยออกมาจากลิเบียได้มากที่สุดที่จะทำได้ แต่ยังห่วงแรงงานไทยอีก 8,000 คน ที่เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง ไม่มีบริษัทรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยและดำเนินการในลิเบียให้ได้

 นายจักร บุญ-หลง อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า แรงงานไทย 1,971 คน ได้อพยพโดยทางเรือจากลิเบีย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เข้าพักในศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนไทยในลิเบีย และเรือได้กลับไปรับอีกครั้งในวันที่ 5 มีนาคม คาดว่าจะรับได้ 1,700 คน พร้อมกันนั้น ยังได้อพยพทางบกออกไปยังชายแดนตูนิเซีย และไปถึงกรุงตูนิส เมืองหลวงตูนิเซียอย่างปลอดภัยแล้ว 1,145 คน และยังตกค้างอยู่เมืองชายแดนอีก 696 คน ยังมีแรงงานไทยบางส่วน เดินทางไปยังมอลตา 273 คน กำลังจัดหาเที่ยวบินไปรับกลับประเทศไทย

 "กระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมเครื่องบินเช่าเหมาลำของการบินไทย นำแรงงานไทยในลิเบียกลับประเทศไทย ผ่านทางดูไบและกรุงเอเธนส์ อีกรวม 19 เที่ยว รองรับแรงงานได้อีก 2,534 คน ระหว่างวันที่ 4-13 มีนาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมีแรงงานไทย 2,000 กว่าคน เดินทางไปยังเมืองอเล็กซานเดรีย และกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เพื่อเดินทางกลับไทยต่อไป นับตั้งแต่เกิดเหตุรุนแรงในลิเบีย จนถึงปัจจุบัน ไม่มีรายงานแรงงานไทยได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกระทรวงต่างประเทศ ยังดำเนินการช่วยเหลือแรงงานไทย ตามแผนการต่อไปจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ และได้ประชุมกุงสุลใหญ่และเจ้าหน้าที่สถานทูตตะวันออกกลาง ทั้งหมด เพื่อเตรียมแผนการรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง" นายจักรกล่าว

 นางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า ตอนนี้พี่น้องแรงงานที่หนีภัยจลาจลส่วนหนึ่งกลับมาแล้ว แต่ยังคงตกใจจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน หลังจากนั้นคงต้องคิดว่าหนี้สินหลายแสนบาทจะทำอย่างไร คนกลุ่มนี้ไม่เหมือนแรงงานในไทยที่มีสหภาพดูแลหรือมีการรวมตัวกัน ส่วนใหญ่ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างอยู่ ดังนั้นการมารวมตัวกันเพื่อกดดันหรือเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐบาลคงเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะการปลดหนี้สินให้อย่างเร่งด่วน ก่อนที่ดอกเบี้ยจะสูงจนท่วมเงินต้นที่กู้มา ถ้าจะให้ดีรัฐบาลควรตั้งกองทุนปลอดดอกเบี้ย เพื่อแรงงานกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

 น.ส.สุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผอ.โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย ที่เสนอให้หน่วยงานรัฐตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่และช่วยจ่ายหนี้สินให้ทุกคนทั้งหมด โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขซับซ้อน เพราะถ้าคนงานกลุ่มนี้กลับไปทำงานเมืองนอกได้ใหม่ พวกเขาจะส่งเงินจำนวนมหาศาลกลับมาให้ประเทศไทย ส่วนเงินที่รัฐบาลมอบให้คนละ 1.5 หมื่นบาทนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเร่งคิดความช่วยเหลือขั้นต่อไปได้แล้ว ส่วนที่มีผู้เสนอให้แรงงานลิเบียไปกู้เงินในระบบเช่น ธ.ก.ส. หรือ ธอส.นั้น ตนไม่เห็นด้วยเพราะต้องใช้หลักประกันไปค้ำ แรงงานส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกันอะไรเหลืออยู่

 "ที่ควรเปลี่ยนเร่งด่วน คือ กฎหมายที่กำหนดให้บริษัทส่งคนงานไปต่างประเทศต้องมีเงินประกันจำนวน 5 ล้านบาท ควรเปลี่ยนเป็นตามรายหัวได้แล้ว ไม่ควรกำหนดตัวเลขแบบเหมาจ่าย ถ้าบริษัทไหนส่งคนไปมากก็ให้มีเงินประกันเพิ่มมากขึ้นตามสัดส่วนที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกรณีแรงงานโปแลนด์ที่มี 70 กว่าคน ฟ้องร้องชนะแต่มีเงินประกันแค่ 5 ล้าน แบ่งกันไปมาเหลือไม่กี่หมื่นบาท ไหนจะหักค่าทนายค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก น่าสงสารมาก ต้องเร่งแก้กฎหมายตัวนี้ เพื่อให้ได้ชดเชยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน" น.ส.สุธาสินี กล่าว

 ส่วนสถานการณ์ในลิเบียยังเต็มไปด้วยความรุนแรงระหว่างกองกำลังฝ่ายต่อต้าน กับกองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี รายงานข่าวที่ส่วนใหญ่มาจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า เมืองราส ลานูฟ ห่างประมาณ 140 กม. จากทางตะวันออกของเมืองซีร์เต บ้านเกิดและฐานที่มั่นสำคัญของพันเอกกัดดาฟี ได้ตกเป็นของฝ่ายต่อต้านแล้วเมื่อคืนวันศุกร์ หลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน บาดเจ็บ 20 คน

 นับเป็นชัยชนะทางทหารครั้งแรกของฝ่ายต่อต้าน ในการเคลื่อนพลจากเมืองที่ยึดได้แล้วทางตะวันออกของกรุงตริโปลี ไปทางตะวันตก แต่สถานการณ์ที่เมืองซาวิยาห์ ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ และเป็นที่ตั้งบ้านพักของบุคคลสำคัญในรัฐบาลจำนวนหนึ่ง ห่างจากทางตะวันตกของกรุงตริโปลีเพียง 60 กม. กองกำลังของพันเอกกัดดาฟีได้รุกโจมตีอย่างหนักหน่วงอีกระลอกในเช้าวันเสาร์ แต่รายงานยังสับสนว่ากองกำลังของพันเอกกัดดาฟียึดกลับคืนได้แล้วหรือไม่ บีบีซีอ้างชาวเมืองซาวิยาห์ ที่บอกว่ามีผู้เสียชีวิตราว 30 คน รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก บาดเจ็บอีก 150 คน 
     
 วันเดียวกัน ฝ่ายต่อต้านได้จัดการประชุมลับรัฐบาลเฉพาะกาลอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในเมืองเบงกาซี ฐานที่มั่นสำคัญของฝ่ายต่อต้าน นายมุสตาฟา อับเดล-จาลิล อดีตรัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย ที่แปรพักตร์จากฝ่ายพันเอกกัดดาฟี ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานของการประชุม ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วม 30 คน แต่ไม่มีการเปิดเผยเวลาและสถานที่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย  
     
 ฝ่ายต่อต้านระบุว่า พวกเขาได้จัดตั้งสภาท้องถิ่นขึ้นตามเมืองต่างๆ ทางตะวันออกที่พวกเขาควบคุมไว้ได้ และหวังจะให้รัฐบาลเฉพาะกาลชุดนี้ นำพาลิเบียสู่การเลือกตั้ง แม้ว่ากัดดาฟียังคงรักษากรุงตริโปลี ฐานที่มั่นสำคัญไว้อย่างเหนียวแน่น     
        
 ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดสองครั้งซ้อนที่คลังแสงแห่งหนึ่งชานเมืองเบงกาซี เพิ่มเป็น 27 คน โดยสาเหตุระเบิดยังไม่แน่ชัดว่า เป็นอุบัติเหตุ เป็นการก่อวินาศกรรม หรือการโจมตีทางอากาศ แต่ไม่มีใครเห็นเครื่องบินขณะเกิดเหตุ แรงระเบิดสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่กว้างรวมถึงเขตชุมชน

 พันเอกกัดดาฟี ได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตคนใหม่ประจำสหประชาชาติ แทนคนเดิมที่ออกมาต่อต้านเขา แต่ยังไม่ชัดว่า รัฐบาลวอชิงตันจะออกวีซ่าให้แก่ทูตคนใหม่ ให้เข้าไปทำหน้าที่ในยูเอ็นซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์กหรือไม่

 นายมุสซา คุสซา รัฐมนตรีต่างประเทศลิเบีย ได้ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้ระงับมาตรการแซงชั่นต่อพันเอกกัดดาฟี บุตรชายและคนใกล้ชิด จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงในลิเบีย พร้อมยืนยันว่า ลิเบียใช้กำลังเพื่อจัดการกับกลุ่มก่อการกบฏโค่นอำนาจรัฐ เผาทำลายสถานที่ราชการ ยึดอาวุธและเข่นฆ่าทหารกับพลเรือน ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐในอันที่จะต้องรักษาความมั่นคง

 กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแตะ 6,000 คนแล้ว นับจากการประท้วงต่อต้านระบอบกัดดาฟี ปะทะขึ้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ ส่วนยูเอ็นเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน      

 ขณะที่สื่ออังกฤษหลายสำนัก รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า อังกฤษจะส่งทีมข่าวกรอง "เอ็มไอซิกส์" และนักการทูต พร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ (เอสเอเอส) สนับสนุน ไปช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านพันเอกกัดดาฟี ที่เมืองเบงกาซีในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า และมีคำสั่งให้หน่วยแบล็ก วอทช์ จากกองพันที่ 3 แห่งกรมทหารราบสกอตแลนด์จำนวน 600 นาย ตั้งอยู่ในความเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งประจำการในลิเบียได้ภายใน 24 ชั่วโมง

 กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการบรรเทาทุกข์หากสถานการณ์ลิเบียเสื่อมทรามลง มิใช่เพื่อภารกิจสู้รบ แต่การเปิดเผยในเรื่องนี้มีขึ้นขณะมีแนวโน้มสูงว่าการดิ้นรนยื้ออำนาจของพันเอกกัดดาฟี อาจทำให้ลิเบียถลำสู่สงครามการเมืองยืดเยื้อ และก่อวิกฤติมนุษยธรรมครั้งใหญ่

 มีรายงานว่า นักการทูตและสายลับอังกฤษจำนวนหนึ่ง ได้ติดต่อกับกองกำลังฝ่ายต่อต้านภายใต้การนำของนายมุสตาฟา อับเดล จาลิล ประธานสภาแห่งชาติลิเบีย มาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนอนุมัติส่งทีมงานไปรวบรวมข้อมูลและช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านในพื้นที่ เช่นให้คำแนะนำเรื่องการตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย ส่วนหน่วยเอสเอเอสนอกจากจะทำหน้าที่อารักขาคณะเจ้าหน้าที่แล้ว ยังจะให้คำแนะนำทางทหารแก่กองกำลังฝ่ายต่อต้านด้วย