
"บิ๊กตู่"สั่งเด้ง"ผบ.พัน"เซ่นอาวุธหาย
"ประยุทธ์ สั่งเด้ง" ผบ.พัน-ผบ.ร้อย" พ้นหน้าที่เซ่นอาวุธหาย เผย "จ.ส.อ." สมคบคนนอกทยอยลักออกนอกค่าย ลั่นขอติดตามอาวุธคืนโดยเร็ว เชื่อไม่เกี่ยวบึ้มกรุง "มาร์ค" เชื่อนำขายตามชายแดน ข่าวสะพัด 3 จ่าเฝ้าคลังแสงค่ายธนะรัชต์ถูกหิ้วไปสอบสวนกลางดึก
ความสับสนเกี่ยวกับข่าวอาวุธสงครามหายไปจากคลังอาวุธของกองพันทหารราบที่1 ศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ได้รับการคลี่คลายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก โดยยอมรับว่า ได้มีการสูญหายไปจำนวนหนึ่งจริง ซึ่งเป็นความบกพร่องของผู้บังคับกองพันและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงให้พ้นจากหน้าที่ไปก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้ที่รับผิดชอบ คาดว่าคงจะได้ตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษในเร็ววันนี้
"โดยข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาย เว้นแต่คนในจะเกี่ยวข้องคือเจ้าหน้าที่เอง และงานนี้เจ้าหน้าที่เองเป็นคนทำ เป็น จ.ส.อ.คนหนึ่ง เบื้องต้นตรวจสอบการส่งอุปกรณ์ต่างๆ เข้าซ่อมมีการทุจริตทางบัญชี คิดว่าไม่ได้ขนในทีเดียว แต่ทยอยขนไปทีละ1-2 กระบอก จึงยากในการตรวจสอบ" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
ผบ.ทบ.กล่าวว่า ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าหากเกิดมีกรณีเช่นนี้ขึ้น ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับกองร้อย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก ที่ผ่านมาเราพยายามทำอย่างดีที่สุด และมีการกวดขันมาโดยตลอด เรามีระเบียบในการดูแลคลังอาวุธเขียนไว้ประมาณ 20 หน้าเป็นมาตรการเข้มที่ใช้ควบคุมไม่ให้ประมาทเลินเล่อ อุปกรณ์ทุกชิ้นในกองพันเป็นหน้าที่ของผู้บังคับหน่วยต้องรับผิดชอบ สมัยตนเป็น ผบ.พัน จะเป็นคนเก็บกุญแจคลังอาวุธไว้กับตัวเอง
ปลุกสำนักผบ.พันซื่อสัตย์-สุจริต
"ระดับพันโท ผบ.พัน รับราชการมา 20 ปี ต้องมีการพิสูจน์ฝีมือตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าทุกคนสามารถรอดได้จากเรื่องความซื่อตรง ซื่อสัตย์ สุจริต รักษาผลประโยชน์ของกองทัพ รักษาหน้าที่ของตนเองให้ดีก็สามารถโตเป็นผู้ใหญ่ได้ ซึ่งผมผ่านช่วงนั้นมาแล้วโดยไม่มีเรื่อง ดังนั้นต้องไล่ดูว่า ทำไมรุ่นนี้ถึงมีเรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง อาจจะเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ไม่ดีของ ผบ.หน่วยรุ่นหลังหรือเปล่าไม่รู้ แต่คนดีๆ ก็มีเยอะ แต่นี่เป็นกองพันเดียวใน 250 กองพันก็ต้องแก้กัน และต้องเปลี่ยนผู้พันกัน” พล.ประยุทธ์ย้ำหนักแน่น
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กองทัพบกมีคลังอาวุธ โดย 1 กองพันมีถึง 6-7 กองร้อย แต่นี่หายเพียง 1 กองร้อย ถึงแม้ว่าเป็นส่วนน้อยของอาวุธทั้งหมด แต่เห็นว่าแม้แต่ชิ้นเดียวก็หายไม่ได้ เพราะเป็นของทหาร และของหลวง และมีอันตราย แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะนำมาใช้กับฝ่ายไหนก็ตามในกรุงเทพฯ เขาไม่กล้านำมาใช้แน่ ทั้งนี้ขอให้เป็นเรื่องภายในของหน่วยทหาร อย่ามองเป็นประเด็นว่าอาวุธที่หายจะเอาไปทำ
"ทางกองทัพเองได้ประสานกับตำรวจ เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปติดตามอาวุธที่หายไป ซึ่งทราบว่าอาจมีบุคคลภายนอกเกี่ยวข้องด้วย โดยจะพยายามเต็มที่เพื่อติดตามนำอาวุธกลับคืนมาให้ได้ ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไหร่นั้นคงตอบไม่ได้ ต้องไปถามผู้ร้ายว่าจะรอให้ผมจับที่ไหน ขอยืนยันว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดปัญหาให้กองทัพบก ผมจะพยายามแก้ไขให้เร็วที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ฉุนสื่อจี้ถามจะตามคืนได้เมื่อไหร่
พร้อมกันนี้ ผบ.ทบ.ยังได้แสดงความเป็นห่วงที่มีการมองกันว่าปืนที่หายไปอาจจะขายให้ชนกลุ่มน้อยตามชายแดนว่า ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น และเป็นสิ่งที่เราห่วง แต่ในประเทศคงไม่มีใครกล้านำมาใช้ เพราะปัจจุบันเข้มงวดทุกที่ แต่ที่ต้องระมัดระวังมากที่สุดคือการนำไปใช้ตามแนวชายแดน ต้องเฝ้าระวัง เพราะไม่อยากให้อาวุธเหล่านั้นไปสร้างความเดือดร้อนให้ประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ยืนยันได้หรือไม่ว่า จะได้อาวุธกลับคืนมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ตนจะยืนยันยังไง เมื่อหายก็ตามเหมือนของหายหรือโจรปล้น แต่ถามว่าได้คืนหมดหรือไม่ ตนจะตอบได้หรือไม่ ถามคำถามให้ดีๆ ตนพูดไปแล้วว่ามีโอกาสจะได้ เพราะรู้ตัวว่าใครเกี่ยวข้อง รู้ว่าเจ้าหน้าที่คนไหน รู้ว่ามีพลเรือนมาเกี่ยวข้อง ซึ่งเหมือนของหายเพียงแต่เป็นอาวุธ ซึ่งมีความสำคัญ
ส่วนที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกังวลว่าจะมีการนำอาวุธมาสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมบอกแล้วว่าไม่มีใครเอาไปยิงพวกเขา เว้นแต่เขาจะเอามายิงพวกผม พอใจหรือยัง จะได้ไปพาดหัวข่าวให้พรรคเพื่อไทยมาด่าผมกลับอีกรอบ"
มาร์คเชื่ออาวุธหายโยงค้าชายแดน
สำหรับอาวุธที่หายไปในครั้งนี้ ได้แก่ ปืนเอ็ม 16 จำนวน 117 กระบอก, ปืน 11 มม. 10 กระบอก, ปืนกล เอ็ม 60 จำนวน 4 กระบอก, ปืน ค 60 จำนวน 1 กระบอก, อาร์พีจี 10 กระบอก, เอ็ม 79 จำนวน 5 กระบอก, ปืนกลเบา Minimi 4 กระบอก รวมทั้งหมด 151 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับรายงานคร่าวๆ จาก ผบ.ทบ.ที่กำลังสอบสวนอยู่ว่ามีคนในเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และกำลังติดตามอาวุธที่หายไปอยู่ แต่เบื้องต้นเชื่อว่า อาจจะมีการนำอาวุธไปขายตามแนวชายแดน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่เกิดซ้ำซากจะพัฒนาการจัดเก็บอาวุธใหม่หรือไม่และจำเป็นต้องเอกซเรย์คลังอาวุธทั้งหมดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ผบ.ทบ.กำลังดำเนินการอยู่จริงๆ ระบบการตรวจสอบมีอยู่แล้ว และขณะนี้เรื่องทั้งหมด ผบ.ทบ.รับไปดูทั้งหมด
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องอาวุธหายจากค่ายทหารเพราะเป็นวันหยุดพอดี และเท่าที่ฟังข่าวก็ยังสับสนอยู่ อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ที่ 7 มีนาคมนี้ จะสอบถามไปยังกระทรวงกลาโหมว่าเกิดอะไรขึ้น
ข่าวสะพัดคุม3จ.ส.อ.ไปสอบเครียด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความสับสนของข่าวก่อนหน้านี้ เกิดจากนายทหารจากค่ายธนะรัชต์ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปราณบุรีว่า ปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมากได้หายไปจากคลังแสง และเย็นวันเดียวกันตัวแทนทหารได้เดินทางมาขอลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติมว่าเป็นความเข้าใจผิดทางบัญชี โดยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนยังอยู่ครบถ้วน ซึ่ง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาระบุว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จ โดยอาจเป็นไปได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวสูญหายจริง หรือส่งซ่อม หรือมีการเบิกจ่ายขอยืมไปใช้ยังหน่วยงานข้างเคียง
ขณะที่ค่ายธนะรัชต์ตลอดวันที่ 5 มีนาคม เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีใครยอมปริปากให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนถึงข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเช่นไร มีแต่กระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดว่า จ่าสิบเอกคุมคลังแสง 1 นาย ได้หายตัวไปตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ส่วนที่เหลืออีก 2 นาย ถูกคุมตัวแล้วและมีการค้นบ้านพักของทหารทั้ง 2 นายแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวยังคงไร้คำยืนยันเช่นกัน ส่วนที่บริเวณสนามบินของค่ายธนะรัชต์ พบมีเฮลิคอปเตอร์ทหาร 2 ลำลงจอดที่สนามบินตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา คาดพาคณะผู้ใหญ่จากกองทัพมาประชุมด่วนเพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กรณีปืนหาย และปรากฏเป็นข่าวใหญ่โตในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ ต่างพูดถึงกันไปต่างๆ นานา พร้อมทั้งระบุด้วยว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการซื้อขายอาวุธปืนราคาถูกเพื่อส่งให้แก่ทหารในภาคใต้ ที่ต้องลงไปปฏิบัติราชการ แต่ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้ออาวุธปืนกระบอกใหม่



