
รองสว.ชนะสงครามบุกเดี่ยวจี้ชิงทอง
รองสารวัตร สน.ชนะสงคราม ควง .38 จี้ร้านทอง-ยิง ตร.เจ็บ 1 แต่หนีไม่รอด เจอลูกค้า-ชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์สะบักสะบอม เจ้าตัวสารภาพคิดสั้นอารมณ์ชั่ววูบ กู้เงินธนาคารมาใช้นับล้านไม่มีปัญญาใช้ รอง ผบช.น.สั่งออกราชการไว้ก่อน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ร.ต.อ.วิทยา วงศ์แก้ว พนักงานสอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทองรูปพรรณ หจก.ห้างทองแม่สุพร 2 ตั้งอยู่เลขที่ 421/8 ปากซอยราชวิถี 16 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ และยิงตำรวจที่เฝ้าร้านทองบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายถูกชาวบ้านช่วยกันจับไว้ได้ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.พญาไท พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.น.1)
ที่หน้าร้านทองพบเพียงกองเลือด มีไทยมุงจำนวนมาก ส่วนผู้บาดเจ็บคือ ส.ต.ต.กิตติภักดิ์ เจริญบวรภิรมย์ อายุ 28 ปี สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (กก.ตชด.) ถูกยิงที่หน้าท้องและชายโครง ขณะที่คนร้ายถูกชาวบ้านควบคุมตัวไว้ในสภาพสะบักสะบอม ทั้งสองถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ราชวิถี ตรวจสอบในร้านพบรอยกระสุนปืนที่กระจกตู้โชว์แตก 1 บาน หัวกระสุนขนาด .38 ตกอยู่ 1 หัว
เจ้าของร้านให้การว่า ขณะเตรียมปิดร้าน ลูกค้าชาวต่างชาติกำลังเลือกซื้อทองอยู่ โดยมี ส.ต.ต.กิตติภักดิ์ รักษาความปลอดภัย จังหวะนั้นมีคนร้ายสวมหมวกกันน็อก เสื้อโปโลสีน้ำเงิน สวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำ ใส่กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ เดินเข้ามาในร้าน ชักปืนยิง ส.ต.ต.กิตติภักดิ์ 2 นัด แต่ ส.ต.ต.กิตติภักดิ์กระโดดปล้ำกับคนร้าย อีกทั้งลูกค้าช่วยกันจับไว้และกดลงกับพื้นที่หน้าร้าน ก่อนที่ชาวบ้านมาช่วยกันจับกุมและรุมประชาทัณฑ์
พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาชื่อ ร.ต.อ.ชัยธัช แจ่มเมือง อายุ 40 ปี รองสารวัตรตฝ่ายอำนวยการ (รอง สว.อก.) สน.ชนะสงคราม สารภาพว่า ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากกู้เงินจากธนาคารนับล้านบาท แต่ไม่สามารถใช้หนี้ได้ จึงคิดจะจี้ร้านทอง โดยใช้อาวุธปืน .38 ของราชการมาใช้ ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเทาคาดดำ ไปจอดที่หน้าร้านและตรงเข้าไปในร้านทองดังกล่าว แต่ไม่คิดว่าจะมีตำรวจอยู่ด้วย จึงตกใจชักปืนยิงใส่ทันที
"ผู้ต้องหาสารภาพผิด และขอโทษในทุกสิ่งที่ทำไป โดยผู้ต้องหาก่อนหน้านี้เคยรับราชการอยู่ที่ สน.นางเลิ้ง แต่มีปัญหาเรื่องการทำงานในการทำสำนวนคดีล่าช้า จึงถูกย้ายไปที่ สน.ชนะสงคราม ก่อนมาก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นให้ออกจากราชการไว้ก่อน และดำเนินคดีทางอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง" พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าว



