ข่าว

รับเต็มๆดีกว่า

รับเต็มๆดีกว่า

05 มี.ค. 2554

ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระจอกข่าวอ้อนแอ้นตกอกตกใจกับการปูดข่าวของ พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ผบช.ภ.5 หลังจากจับ "เฮโรอีน" ลอตใหญ่ ได้ในพื้นที่ จ.แพร่ แถมมีข้อมูลโครงข่ายบุคคลมีสี-นักการเมือง น่าจะเข้าไปมีเอี่ยวมีส่วนพัวพัน

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ด.ต.อภินันท์ ทรงบัณฑิต ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปคบ. และ พ.ต.ต.พัสกร บุตรเทศ สว.สส.สน.ดุสิต พร้อมกับพวก เหาะเหินเดินอากาศออกฤทธิ์ทำตัวเป็นโรโบคอป แต่ถูกตำรวจเมืองนครพนมซ้อนแผนจับในข้อหาว่าเรียกค่าไถ่ชาวลาวเป็นเงินสด 5 ล้านบาท

 เรื่องราวของ "ตำรวจน้ำเสีย" มักประพฤติชั่วจนพลาดพลั้งแบบปลาตายน้ำตื้น เฉกเช่นนี้มีให้เห็นบ่อยครั้ง กระจอกข่าวอ้อนแอ้นเหลือทนในพฤติกรรมชาวสีกากีชอบเล่นบทพัวพันยาเสพติดแบบที่เรียกว่า "ตีไก่" (เรียกรับเงิน) จึงขอเม้าท์สักเรื่อง

 เรื่องของเรื่อง...มีอยู่ว่า เมื่อคืนเคานท์ดาวน์ที่ผ่านมา หนุ่มแวดวงนักธุรกิจทั้งที่มีลูกเมียแล้ว แต่ยังทำตัวเป็นเพลย์บอย (อิอิ) ชักชวนเพื่อนชาวญี่ปุ่นไปแดนซ์ข้ามปีตามสถานบันเทิงต่างๆ กับหมู่เพื่อนคนไทย พอสถานบันเทิงเลิกปุ๊บ แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังเต้นตุ๊บๆ ในกระแสเลือด สติก็เสื่อมถอย เดินโซซัดโซเซไปขึ้นรถยนต์หรูหลายล้านบาท

 บังเอิญ “ตำรวจคู่หู" ขับรถสายตรวจออกมาจ๊ะเอ๋กับก๊วนนักเที่ยวเงินหนา จึงขออนุญาตตรวจค้น พบ "ไฟว์ ไฟว์" (ยาเสพติดประเภท 5) ในกระเป๋ากางเกงของชาวญี่ปุ่น ไม่กี่เม็ด ด้วยสัญชาตญาณตำรวจสายตรวจ จึงควบคุมชาวญี่ปุ่น พร้อมเชิญทั้งก๊วนเข้าไปป้อมตำรวจที่อยู่ห่างไม่ไกลมากนัก ส่วนนักธุรกิจอีกคน กำลังจัดแจงเคลียร์บ้านไว้ต้อนรับเพื่อนนักดื่มมาฉลองกันให้เต็มคราบ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเงา แต่จู่ๆ โทรศัพท์มือถือเครื่องละหลายหมื่นบาทก็ดังขึ้น

 "เฮ้ย!! รอหลายชั่วโมงแล้วพวกเอ็งยังไม่มากัน" นักธุรกิจตั้งคำถาม

 "ไปไม่ได้วะ ไอ้ญี่ปุ่นโดนจับยา ไม่กี่เม็ด มันเรียกเงิน 1 ล้านบาท" เพื่อนร่วมก๊วนตอบ

 "อยู่ตรงไหน เดี๋ยวอั๊วไป" นักธุรกิจถามอย่างดุดัน

 เพียงไม่นาน...รถยนต์คันหรูเหยียบเบรกดังสนั่นอยู่หน้าป้อมตำรวจแห่งหนึ่ง นักธุรกิจก้าวลงจากรถพร้อมกับ "คนในเครื่องแบบสีเขียวชื่อดัง" เดินปรี่เข้าในป้อม พร้อมระเบิดเสียงดังกังวานด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

 "ควบคุมตัวไว้ในป้อมแบบนี้ ต้องการอะไร ทำไมไม่เอาไปสถานีตำรวจ จะเอาอย่างไง แต่ 1 ล้านบาทไม่ให้ เอาไปคนละหมื่น จะเอาไม่เอา งั้นก็พาไปสถานีตำรวจเดี๋ยวนี้ " นักธุรกิจยื่นข้อเสนอต่อรอง

 สายตรวจคู่หูถึงกับมีสีหน้าเลิ่กลั่ก พอตั้งสติได้จึงบอกไปว่า "ขอคุยกับ "ผู้กอง" ก่อน"

 ....เท่านั้นแหละ...

 "ไอ้โง่ ให้คนละหมื่น พวกเอ็งไปถามผู้กอง แล้วถ้าผู้กองรู้พวกเอ็งจะได้กันคนละกี่ร้อยวะ ถ้าไม่เอาก็ไปสถานีตำรวจ" นักธุรกิจสวนกลับทันควัน

 คำพูดของนักธุรกิจช่างสกิดเข้าไปในก้นบึ้งหัวใจ "คู่หูสายตรวจ" เคลิ้มประจักษ์ความจริงดังคำพูด....เพียงไม่นานนัก ธนบัตรสีเทา 20 ใบหยิบยื่นให้ตามข้อเสนอที่เป็นแต้มต่อ...แล้วก๊วนนักธุรกิจก็เดินออกจากป้อมกลับไปเสพสุขดื่มกินกันต่อ หลังจากเสียเศษเงินไปเพียงเล็กน้อย!??

 แทบไม่น่าเชื่อว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ในแวดวงสีกากี เพราะหากไม่มีมูล "หมา“ ไม่ขี้ (อิอิ)