ข่าว

ชี้ปัญหาชายแดนไทย-เขมรจบด้วยทวิภาคี

ชี้ปัญหาชายแดนไทย-เขมรจบด้วยทวิภาคี

04 มี.ค. 2554

"นายกฯ"ปัญหาชายแดน"ไทย-เขมร"ท้ายสุดต้องจบด้วยเจรจาทวิภาคี ยันผู้นำไม่จำเป็นต้องคุยกันก่อนเจรจา ย้ำการเดินหน้าทำแผนฯบริหารพื้นที่รอบพระวิหารทำให้เกิดปัญหามากขึ้น

 (4มี.ค.) เมื่อเวลา 14.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินดอนเมือง ถึงกรณีที่สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาระบุว่าจะไม่มีการเจรจาแบบทวิภาคีกับไทยจนกว่าอินโดนีเชียจะเข้ามาเป็นคนกลางว่า คงไม่ใช่ เพราะในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ทุกคนสนับสนุนให้กระบวนการทวิภาคีเดินหน้า แต่ในกลไกทวิภาคีนั้นทางอินโดนีเชียจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ซึ่งก็ต้องดูรูปแบบอีกครั้งว่าจะเป็นแบบไหน หากต้องการให้อินโดนีเชียเข้ามาอำนวยความสะดวกหรือสังเกตการณ์ก็ต้องมาคุยกันเรื่องรายละเอียด แต่แน่นอนว่าจะเป็นการพูดคุยแบบทวิภาคี ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหน แต่ในที่สุดมันก็ต้องเป็นเรื่องของ 2 ฝ่าย

 เมื่อถามว่าที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าการเจรจาแบบทวิภาคี จะเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 7-8 มีนาคมนั้นยังมั่นใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าทางกัมพูชาจะเอาอย่างไร เมื่อถามว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศควรได้พูดคุยกันก่อนที่จะมีการเจรจาแบบทวิภาคี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่จำเป็น   เพราะกลไกทวิภาคีก็เป็นกลไกตามปกติและมีความชัดเจนอยู่แล้ว   อีกทั้งนอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายกลไก ทั้งเจบีซี จีบีซีและอาร์บีซี  

 เมื่อถามว่าสมเด็จฮุน เซ็นระบุว่าผู้แทนจากยูเนสโกไปแจ้งกับกัมพูชาว่าไทยขอให้ยูเนสโกถอนเรื่องการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ไม่จริง เพียงแต่เราบอกกับยูเนสโกว่าการเดินหน้าเรื่องแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบเขาพระวิหาร มันทำให้เกิดปัญหามากขึ้น และจะเป็นปัญหาระยะยาว อีกทั้งหลักของมรดกโลกก็ระบุว่าตราบที่ยังมีปัญหากันอยู่แล้วเข้มาจัดการพื้นที่ที่เราถือว่าเป็นของเรานั้นทำไม่ได้ ซึ่งพูดในกรอบนี้ โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องการถอดจากมรดกโลก

  เมื่อถามว่าท่าทีของสมเด็จฮุน เซน จะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหายากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สมเด็จฮุน เซนคงพยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับกัมพูชา แต่ก็เชื่อว่าสุดท้ายสมเด็จฮุน เซนก็รู้ว่าการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องกลับมาที่ทวิภาคี