
FAOชี้ราคาอาหารโลกแพงสุดรอบ20ปี
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ FAO ระบุ ราคาอาหารโลกแพงสุดในรอบ 20 ปี และอาจทรงตัวไปอีกสักระยะ
(4มี.ค.) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ FAO ที่มีสำนักงานอยู่ในกรุงโรมของอิตาลีแถลงวานนี้ว่า ดัชนีราคาอาหารโลกได้พุ่งขึ้นร้อยละ 2.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ที่ FAO ได้เริ่มเก็บสถิติมาเมื่อกว่า 20 ปีก่อน พร้อมบอกว่า ราคาอาหารได้พุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 แล้ว หลังจากดัชนีเดือนมกราคมถือว่า สูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วครั้งหนึ่ง
FAO ระบุอีกว่า ราคาอาหารที่ปรับขึ้นส่วนใหญ่ประกอบด้วย ธัญพืช เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังเหตุจลาจลในลิเบียและตะวันออกกลาง ขณะที่น้ำตาล เป็นสินค้าโภคภัณฑ์เพียงประเภทเดียว ที่ราคาไม่ปรับเพิ่มขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านธัญพืชของ FAO ระบุว่า ราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อตลาดอาหารในหลายด้าน ตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงค่าขนส่ง / ความเกี่ยวโยงที่สำคัญอีกด้านคือ “พลังงานชีวมวล” เนื่องจากเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูง จะมีแรงกระตุ้นให้ผลิตพลังงานชีวมวลมากขึ้นซึ่งต้องใช้พืชต่างๆ เป็นวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลให้ราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น พร้อมบอกว่า ราคาข้าวช่วงวิกฤตราคาอาหารเมื่อปี 2550-2551 คิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของราคาตอนนี้เท่านั้น
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ออกมาเตือนว่า ราคาอาหารทั่วโลกอาจทรงตัวในระดับสูงต่อไป เพราะอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีเพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ตลาดทำให้ราคาอาหารปรับลดอีกครั้ง พร้อมว่า โลกเราต้องปรับตัวให้คุ้นเคยกับราคาอาหารแพง โดยการที่ประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อและผลิตภัณฑ์จากนมเพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานชีวมวล และภูมิอากาศที่ผันแปร ล้วนส่งผลให้ผลผลิตอาหารลดลงและราคาอาหารเพิ่มขึ้น
ด้านองค์กรการกุศลอ็อกซ์แฟม เรียกร้องให้รัฐบาลชาติต่างๆ ออกมาตรการรับมือกับปัญหานี้ทั้งการป้องกันการเก็งกำไร เพิ่มความโปร่งใสในการเก็บสต็อกอาหาร ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการประท้วงขึ้นในอียิปต์ ตูนิเซีย และอีกหลายประเทศ และสร้างความวิตกว่า อาจจะนำไปสู่วิกฤตอาหารครั้งใหญ่เหมือนเมื่อปี 2550-2551



