
"มาร์ค"รับ2ปีปราบยาเสพติดล้มเหลว
นายกฯบ่น 2 ปีปราบยาเสพติดเหลว ลั่นจากนี้เอาจริง ยัน ผบ.ตร.ก็เอาจริงท้องที่ไหนปล่อยปละต้องรับผิดชอบ "สุเทพ" ชม เชียงใหม่-ตร.ภูธรภาค 5 เจ๋ง "อภิสิทธิ์" เปรยอยากไปพบเจ้าหน้าที่ที่เชียงใหม่
(4มี.ค.) เวลา 08.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงหมาดไทย ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ครั้งที่ 4 ในประเด็น เรื่อง "การแก้ไขปัญหายาเสพติด" เพื่อติดตามการปฏิบัติงานตามมติครม.ของส่วนราชการ และรับฟังปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช สมุทรปราการ และนนทบุรี
โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ประชาชนทุกข์ใจมากในทุกสมัย เป็นปัญหาที่ใหญ่มากและเรื้อรัง และต้องบอกว่าคงไม่ใช่เฉพาะสังคมไทย สังคมไทยที่มีปัญหานี้ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนคือ ทำอย่างไรไม่ให้ปัญหานี้ทำลายทั้งครอบครัว ลูกหลาน ทำลายสังคม และสุดท้ายทำลายความมั่นคงของประเทศ เชื่อว่ารัฐบาลทุกยุค ทุกสมัย พยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่แนวทางการแก้ไขปัญหาก็จะแตกต่างกันไป รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญใน 2 ประเด็น คือ การแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร คือ เราจะสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของการปราบปราม แต่แท้จริงแล้วถ้าเราไม่สนใจเรื่องของการป้องกัน ไม่ให้ลูกหลาน ครอบครัวของเรามีความเข้มแข็ง ไม่มีทางหมดไป เราก็ทราบกันดีคนที่มาค้าขายในเรื่องนี้มีแรงจูงใจมหาศาล และตราบเท่าที่มีความต้องการในสังคม ปัญหานี้ย่อมไปหมดไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลถือว่าการแก้ไขปัญหาทุกปัญหาต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไปใช้วิธีการนอกกฎหมยอาจจะดูว่า สะใจ เด็ดขาด แต่ข้อเท็จจริงพิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่า การแก้ไขปัญหาอย่างนั้นนอกจากจะไม่เป็นธรรม บางครั้งที่บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากนโยบายประเทศนั้นแล้ว เอาเข้าจริงๆ ปัญหาแก้ไม่ได้ มันอาจจะได้ระยะเวลาสั้นๆ 1-2 เดือน แต่หลังจากนั้นมันก็กลับมา เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงได้ผลักดันนโยบาย 5 รั้วมาตั้งแต่ต้นของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เน้นในการป้องกัน และการบำบัด ควบคู่การปราบปรามอย่างจริงจัง
“2 ปีที่ผ่านมาตัวเลขของการจับกุมก็สูง และที่สำคัญที่ให้ประเมินตลอดไม่ใช่จับแต่รายเล็กรายน้อย แต่ปล่อยให้รายใหญ่จริงๆ ลอยนวลอยู่ จากสถิติ 2 เดือนที่ผ่านมา การจับกุมถ้าดูจากปริมาณที่ยึดได้ จำนวนคนที่ถูกจับ นอกจากจะดูว่า จับได้มากขึ้น ยังเป็นการจับรายที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงการเอาจริงเอาจังกับเครือข่ายที่ค้ายาเสพติด อย่างในเรือนจำเราทำอย่างจริงจัง จนบางครั้งเกิดความวุ่นวายขึ้นมา มีผู้ที่เสียผลประโยชน์ ทำมา 2 ปี คงจำได้ที่ผมแถลงผลงานในช่วง 2 ปียอมรับว่า ยังไม่พอใจในเรื่องนี้ เหตุที่ยังไม่พอใจในเรื่องนี้ เหตุเพราะประชาชนไม่พอใจ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนมาตลอดว่า ปัญหายาเสพติดยังมีระบาดอยู่ มีการพัฒนาไป เข้ามายุ่งเกี่ยวกับลูกหลานจำนวนมาก ดังนั้นในช่วงปลายปี 2553เราก็มีการเข้มงวดกวดขังมากขึ้นการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงมหาดไทยเอง ได้มีการมอบนโยบายให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย” นายกฯ กล่าว
ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำนโยบายว่า รัฐบาลเอาจริงกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ถ้ามีหน่วยงานส่วนกลางจากกระทรวงยุติธรรม ที่มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.)ร่วมเข้าไปตรวจค้นสถานที่มั่วสุมเสพยาเสพติดแล้วพบว่าในท้องที่มีการปล่อยปละละเลยในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ และตอนนี้ในหลายพื้นที่ก็มีการสอบสวนกันอยู่ และตนยืนยันผบ.ตร.เอาจริง แต่ในที่สุดไมมีทางที่เอาชนะปัญหาได้หากปล่อยมือ จึงขอความกรุณาทุกท่านและประชาชนช่วยตื่นตัวเรื่องนี้ตลอดเวลา เพราะหากเราทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็จะแก้ไขปัญหานี้ได้
ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งนายสุเทพได้กล่าวย้ำถึงนโยบายรัฐบาลพร้อมกับชื่นชมจังหวัดเชียงใหม และกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ถ้าตนมีโอกาสเหมาะๆอยากไปเยี่ยมท่านทั้งหลายที่เชียงใหม่
ด้านข้อเสนอของผู้ว่าราชการนั้น ในส่วนของจังหวัดนนทบุรี ระบุว่านนทบุรีเป็นพื้นที่พักยาและส่งยา แต่ทั้งนี้มีการประชุมส่วนราชการทุกเดือนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ นอกจากนั้นระดับอำเภอก็มีการประชุมด้านการข่าวเพื่อให้ได้ข้อมูลการเคลื่อนไหวในพื้นที่ และให้ชาวบ้านแจ้งเบาะแส ส่วนการดูแลเรือนจำในจังหวัดนนทบุรีและบางขวาง โดยป้องกันไม่ให้ค้ายาผ่านผู้ต้องหา โดยมีการบูรณาการกับเรือนจำและมีการปิดล้อมตรวจค้นทุกเดือนโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า รวมทั้งไม่ให้มีโทรศัพท์และขว้างยาข้ามรั้วด้วย ส่วนผู้ว่าฯนครราชสีมาขอให้คำนึงถึงขวัญกำลังใจ เพราะโคราชเป็นเมืองใหญ่และมีช่องวางสูงมาก ชนบทเดินทางไกล ฉะนั้นโครงสร้างการทำงานอัตรากำลังและงบประมาณต้องสอดรับกัน



