ข่าว

สั่งสอบเส้นทางกระจายน้ำตาลพาณิชย์ข้องใจสินค้าไม่ขาดแคลนแต่หาซื้อยาก

สั่งสอบเส้นทางกระจายน้ำตาลพาณิชย์ข้องใจสินค้าไม่ขาดแคลนแต่หาซื้อยาก

04 มี.ค. 2554

พาณิชย์สอบเส้นทางน้ำตาลทราย หลังชาวบ้านบ่นหาซื้อยาก แถมห้างจำกัดการซื้อ กระทรวงอุตสาหกรรมชี้มีปัญหาแค่ในห้าง เพราะมีต้นทุนการบรรจุถุง กอน.พร้อมให้ใช้เงินกองทุนมาจ่ายค่าบรรจุขึ้นห้าง "ชัยวุฒิ" สั่งเตรียมพร้อมเพิ่มน้ำตาลบริโภคในประเทศ

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเข้าไปตรวจสอบข้อมูลน้ำตาลทรายเชิงลึก จากต้นทางจนถึงปลายทาง ตั้งแต่ผลิตออกจากโรงงานและกระจายไปสู่กลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำตาลขาดแคลน แต่ผู้บริโภคกลับระบุว่าน้ำตาลทรายหาซื้อได้ยาก

 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การจำหน่ายน้ำตาลทรายในห้างค้าปลีก พบว่า มีวางขายเพียง 1-2 ยี่ห้อเท่านั้น และชั้นวางขายปล่อยโล่งอยู่ พร้อมทั้งจำกัดปริมาณซื้อให้คนละ 1-3 ถุง และบางแห่งยังมีการนำหมึกมาปั๊มมือ เพื่อป้องกันการเวียนเทียนซื้อด้วย ในตลาดสดและร้านค้าปลีกยังคงจำหน่ายน้ำตาลสูงเกินราคาควบคุมอยู่กิโลกรัมละ 27-30 บาท

 นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ขาดแคลนน้ำตาลทรายในปัจจุบัน เกิดขึ้นเฉพาะในโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์สโตร์บางแห่งเท่านั้น แต่ในร้านค้าทั่วไปไม่ขาดแคลน โดยการบรรจุน้ำตาลใส่ถุงขายในโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์สโตร์ จะมีต้นทุนถุงละ 75-80 สตางค์ และมีเพียง 4 โรงงานเท่านั้นที่ส่งน้ำตาลบรรจุถุงให้แก่โมเดิร์นเทรดและยังจัดส่งในปริมาณเท่าเดิม ประกอบกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้เกิดการตึงตัว และขณะนี้ทั้ง 4 โรงงานอยู่ระหว่างตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการบรรจุถุง

 "หากน้ำตาลบรรจุถุงแบ่งขายในโมเดิร์นเทรดขาดแคลน และมีความจำเป็นต้องใช้เงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลมาจ่ายค่าบรรจุถุงน้ำตาล กองทุนก็พร้อมจะดำเนินการทันที เพราะกองทุนมีหน้าที่ดูแลไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลขาดแคลนและสร้างเสถียรภาพราคาน้ำตาล รวมทั้งจะกระจายน้ำตาลทรายบรรจุถุงไปสู่ร้านค้าย่อยและโมเดิร์นเทรด เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลน โดยยืนยันว่ามีสต็อกสำรองเพียงพอ" นายวิฑูรย์กล่าว

 ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางไปตรวจสต็อกน้ำตาลของโรงงานน้ำตาลไทยกาญจนบุรี และโรงงานน้ำตาลท่ามะกา พบว่ายังมีปริมาณการผลิตน้ำตาลและสต็อกน้ำตาลเพียงพอได้มาตรฐาน โดยการตรวจสอบดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายดูแลปริมาณน้ำตาลโควตา ก.ให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ

 นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายให้ กอน.เพิ่มน้ำตาลโควตา ก.เพื่อบริโภคในประเทศอีก 3 ล้านกระสอบ ส่งผลให้น้ำตาลโควตา ก.ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 28 ล้านกระสอบ จากเดิม 25 ล้านกระสอบ ซึ่งจะรองรับการเพิ่มขึ้นของการใช้น้ำตาลของภาคอุตสาหกรรมอาหาร โดยมั่นใจว่าน้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศจะเพียงพอต่อความต้องการ เพราะการผลิตในภาพรวมเพิ่มขึ้น จากผลผลิตอ้อยและค่าความหวานอ้อยเพิ่มขึ้น