
ศรีสะเกษสร้างบ้านคืนเหยื่อปะทะไทย-เขมร
ตร.ศรีสะเกษ ลงแขก สร้างบ้านคืนเหยื่อปะทะไทย - เขมร ด้าน เจ้าของบ้าน ครวญ ดีใจได้บ้านใหม่แทนหลังเก่า แต่แทนคุณค่าทางใจได้ไม่ถึงครึ่ง
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 3 มี.ค. ที่บริเวณหมู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ต.เสริมสุข วีรวงษ์ ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.อ. สมพจน์ ขอมปรางค์ ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ จำนวน 80 นาย ไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารฝ่ายไทย กับทหารกัมพูชา จากเหตุข้อพิพาทชายแดนไทย - กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร เมื่อต้นเดือน ก.พ.54 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ทางจังหวัดศรีสะเกษโดยนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยผู้ที่บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง จะให้ความช่วยเหลือเป็นเงิน 5 แสนบาท ส่วนที่เสียหายบางส่วนก็จะชดเชยให้ตามรายจ่ายจริงที่ซ่อมแซมใหม่ทั้งหมด ส่วนแรงงานในการก่อสร้างและซ่อมบ้านได้รับความอนุเคราะห์จาก คณะครูอาจารย์ และ นศ.สังกัดกรมอาชีวะศึกษาในจังหวัดศรีสะเกษ มาช่วยเหลือด้านแรงงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้นวันนี้ พล.ต.ต.เสริมสุข จึงได้มีคำสั่งให้ตำรวจศรีสะเกษ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร มาช่วยเหลือประชาชนที่ประสบทุกข์จากเหตุปะทะในครั้งนี้อีกแรงหนึ่งด้วย
ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้นำตำรวจในสังกัดตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษจำนวน 80 นายมาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านตามแนวชายแดนที่ประสบภัยสงคราม เนื่องจากเห็นว่าเมื่อชาวบ้านประสบความเดือดร้อน ตำรวจก็รู้สึกทุกข์ร้อนไปด้วย จึงได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ความช่วยชาวบ้านในวันนี้
น.ส. สมถวิล วงษ์ฟัก อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 403 ม. 13 บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ จ.ศรีสะเกษ เจ้าของบ้าน 1 ใน 7 หลังที่บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลังจากเหตุปะทะ กล่าวถึงความรู้สึกต่อบ้านหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้างว่า ความรู้สึกภายนอก เห็นว่าเจ้าหน้าที่ต่าง ๆให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ก็รู้สึกดีใจ และภูมิใจ แต่ข้างในมันยังไม่ได้ครึ่ง ไม่อยากคิดถึงภาพที่บ้านถูกไหม้ เพราะวันนั้นตนไม่ได้เอาอะไรออกมาเลย บ้านทั้งหลังไม่มีอะไรเหลือเลย ความรู้สึกข้างในมันยังทำใจไม่ได้ทั้งหมดได้แค่ 50 % เท่านั้น
“ ต่อให้เขาต่อเติมข้างนอกให้เป็นร้อยเป็นพันความรู้สึกมันก็ไม่ได้คืนมาทั้งหมด อยากให้รัฐบาลทั้งสองประเทศคุยกันให้เข้าใจ เราอยากอยู่อย่างสงบ ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกจะได้ทำมาหากินได้ตามปกติ ถึงบ้านนี้สร้างเสร็จแล้ว แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะไปนับหนึ่งที่ตรงไหน มันลำบากใจที่จะคิดถึงตรงนั้น” น.ส.สมถวิลกล่าว
เมื่อถามว่า มีอะไรที่ถูกไฟไหม้หายไปพร้อมบ้านแล้วรู้สึกเสียดายมากที่สุด นางสมถวิล กล่าวว่า มันตอบไม่ได้ว่าเป็นอะไร เพราะทุกอย่างกว่าจะหามาได้แต่ละชิ้นมันสำคัญต่อจิตใจ ที่สำคัญคือตัวบ้านที่ กว่าพ่อจะหาเงินสร้างขึ้นมาได้และอยู่กันมากว่า 20 ปี จึงผูกพันกับบ้านหลังนั้นมาก เพราะมันเป็นบ้านที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรง และสร้างจากไม้ทั้งหลังไม่ใช่เป็นเหล็กอย่างนี้ แต่สุดท้ายต้องมาพังทลายไปอย่างไม่คาดคิดมาก่อน



