ข่าว

เล็งย้ายวาเด็ง ปูเต๊ะรักษารพ.บ้านเกิด

เล็งย้ายวาเด็ง ปูเต๊ะรักษารพ.บ้านเกิด

03 มี.ค. 2554

ผวจ.ปัตตานีห่วงอาการป่วย "วาเด็ง ปูเต๊ะ" พระสหายแห่งสายบุรี หารือญาติเร่งประสานทีมแพทย์นำตัวกลับบ้านเกิดเพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี

(3 มี.ค.) นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับครอบครัวและญาติๆของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ  อายุ  95 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 บ้านทุ่งเค็จ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ที่ได้รับการขนามนามให้เป็น "พระสหายแห่งสายบุรี" หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มอ.ปัตตานี ด้วยอาการของโรคเส้นเลือดโป่งพองและและล่าสุดแพทย์ได้ตรวจพบว่ามีอาการของโรคไตวายระยะสุดท้ายร่วมด้วย แต่เนื่องจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอเนื่องจากอายุมากแล้ว ทำให้แพทย์ทำการรักษาได้เพียงแค่การประคองอาการเท่านั้นและแจ้งให้ทางครอบครัวเข้าใจและทำใจรับสถานการณ์

 ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับครอบครัวเพื่อนำปู่วาเด็ง กลับไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อให้ญาติพี่น้องและประชาชนในพื้นที่ได้เข้าเยี่ยมอาการป่วยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องยอมรับว่าปู่วาเด็งเป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญคนหนึ่งของชาวปัตตานี โดยหลังจากที่ชาวบ้านทราบข่าวอาการป่วยได้แสดงความเป็นห่วงและเดินทางมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่องแต่เนื่องจากระยะทางที่ไกลทำให้ญาติๆแสดงเจตนารมย์ที่จะนำปู่วาเด็งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี โดยเบื้องต้นปู่วาเด็งยังสามารถคุยสื่อสารกับผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมได้ระดับหนึ่งแต่เนื่องจากอาการเหนื่อยทำให้พูดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่สติสัมปชัญญะทุกอย่างยังปกติ

 "ขณะนี้รอการตัดสินใจจากแพทย์และครอบครัวในการขอย้ายปู่วาเด็งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานีเพื่อให้ญาติสะดวกในการเดินทางเข้าเยี่ยมอาการ ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมการประสานทีมแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มอ.หาดใหญ่และทีมแพทย์โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ระดับหนึ่งแล้ว ทั้งนี้อาจต้องรอประเมินจากอาการของปู่วาเด็งอีกครั้งว่าจะสามารถเคลื่อนย้ายได้หรือไม่" นายนิพนะ กล่าว

 สำหรับ "วาเด็ง ปูเต๊ะ" วัย 95 ปี เป็นชาวบ้านหมู่ 5 บ้านทุ่งเค็จ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นับเป็นพระสหายในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมโครงการพัฒนาพรุแฆแฆ อ.สายบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2535  พร้อมทรงมีพระราชดำรัสให้ศึกษาหาวิธีระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มในช่วงน้ำหลากและเก็บกักไว้ใช้ยามหน้าแล้ง ชาวบ้านจะได้มีน้ำใช้เพื่อการเพาะปลูก ซึ่งครั้งนั้นเอง ทำให้ "วาเด็ง" ได้ร่วมขุดคลองในโครงการพระราชดำริพร้อมถวายที่ดินเพื่อดำเนินโครงการพระราชดำริ และนับจากนั้นเป็นต้นมาทุกครั้งที่ "ในหลวง" เสด็จมาทรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ "วาเด็ง" ก็ขอเข้าเฝ้าเกือบทุกครั้งเพื่อนำผลไม้ต่างๆมาถวาย