
'มาร์ค'ส่งสัญญาณยุบสภาอ้างม็อบไม่รุนแรง
นายกฯส่งสัญญาณกลางสภาฯ สถานการณ์ม็อบไม่แรง พร้อมยุบสภาเลือกตั้งได้ แจงเร่งรัดช่วย วีระ - ราตรีทั้งแบบเปิดเผย - ลับ
(3มี.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ได้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมชาติพัฒนาถามนายกฯเรื่อง การแก้ไขวิกฤตของชาติที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน โดยถามนายกฯว่า ขณะนี้มีสิ่งที่ประชาชนค้างคาใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะความล่าช้าในการเข้าไปช่วยเหลือ 2 คนไทย คือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ซึ่งยังถูกขังอยู่ที่เรือนจำที่ประเทศกัมพูชา หลายคนมองว่าเป็นคนสะใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยากทราบว่ารัฐบาลดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร รวมถึงปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มทางการเมืองต่าง ๆ ที่รัฐบาลบอกว่าจะเน้นความปรองดองด้วยการตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างทราบถึงความคืบหน้าว่ามีมากน้อยเพียงใด รวมถึงที่นายกฯระบุว่าจะมีการยุบสภาอยากทราบว่าสถานการณ์ ณ วันนี้เหมาะสมแล้วหรือยังเพื่อให้ประชาชนหมดความคลางแคลงใจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความสะใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่มีคนกล่าวอ้าง รัฐบาบลได้เข้าไปช่วยเหลือ 7 คนไทย โดย 5 คนไทยมีข้อหาเดียวกันคือเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเข้าไปในสถานที่ราชการจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา แต่นายวีระกับน.ส.ราตรี มีข้อหาที่เพิ่มขึ้นมาคือการใช้กล้องถ่ายภาพในสถานที่ที่หวงห้ามโทษเลยต่างกัน ส่วนการช่วยเหลือ 5 คนไทยตัดสินใจลงนาม ขณะที่ 2 คนไม่ได้ลงนาม ดังนั้นขณะนี้มี 2 แนวทางที่จะช่วยเหลืออุทรณ์ และขออภัยโทษ ปัญหาคือมีการตั้งทีมกฎหมายซ้อนกันอยู่เพราะมีสองทีมและไปคนละแนวทาง ซึ่งต้องให้เจ้าตัวหรือครอบครัวตัดสินใจว่าจะดำเนินตามแนวทางใด แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม จะทำอะไรต้องรอบคอบเพราะถ้าเราก้าวพลาดโอกาสจะไม่กลับมา ดังนั้นเราต้องดูทุกรูปแบบว่าจะทำอย่างไรให้ทั้ง 2 คนได้รับอิสระภาพกลับมา และยืนยันว่ารัฐบาลใช้ทุกช่องทาง แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนสิทธิและประชาธิปไตยของประเทศไทยด้วย ซึ่งนายวีระก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย ซึ่งยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
นายกฯกล่าวว่า ในเรื่องความปรองดองเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลทำ โดยต้องการลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ก็ไปดูและเรื่องการประกันตัว ส่วนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ของกระทรวงยุติธรรมก็ดูแลจึงได้มีการประกันตัวออกมา ส่วนเรื่องคดีอยู่ที่ดุลพินิจของศาล แต่เราไม่สามารถห้ามกลุ่มบุคคลต่างๆที่คิดแตกต่างออกมาชุมนุมได้ ส่วนจะออกมาชุมนุมก็ถือว่าว่าเป็ฯสิทธิตามรัฐธรรมนูญเราก็เคารพ แต่ต้องไม่กระทบต่อประชาชน ต่อความเดือดร้อนของประชาชน ในทุกกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหว
“ ผมยืนยันว่าในการแสดงจุดยืนในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลผมยืนยันตามนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีพระวิหาร การปฏิบัตตนต่อผู้ชุมนุม เพียงแต่วิธีการขับเคลื่อนอาจไม่พอใจคนบางกลุ่มก็เท่านั้นเอง ซึ่งก็ต้องดูตามข้อเท็จจริง ผมเข้าใจดีว่าการเคลื่อนไหวต้องมีการปลุกเร้าการชุมนุม หากรัฐบาลไปปิดกั้นก็จะมีปัญหาอีก ส่วนเรื่องการยุบสภาผมยืนยันว่ายุบแน่ ตอนนี้แม้มีการชุมนุมเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้อยู่ระดับความรุนแรง ก็ยุบสภาไปเลือกตั้งได้ ” นายกฯกล่าว



