ข่าว

ศพ'แม่ถ้วน'ถึงบ้านเกิดจังหวัดตรังแล้ว

ศพ'แม่ถ้วน'ถึงบ้านเกิดจังหวัดตรังแล้ว

03 มี.ค. 2554

ศพ"แม่ถ้วน หลีกภัย" ถึงบ้านเกิดจังหวัดตรังแล้ว หน.ส่วนราชการ ปชช.แต่งดำรอรับศพแน่นบ้าน ด้านลูกชายคนโตและลูกคนที่ 7 ถือตะเกียงน้ำมัน-กระถางธูป เชิญแม่เข้าบ้าน ก่อนเปิดให้ ปชช.กราบไหว้เคารพศพ

(3มี.ค.) เวลา 02.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 183 ถ.วิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง พร้อมด้วยนางนงลักษณ์ หลีกภัย ภรรยา นายระลึก หลีกภัย น้องชายและภรรยา หัวหน้าส่วนราชการทั้งในและต่างจังหวัด บุคคลใกล้ชิด นักการเมือง นักธุรกิจ พ่อค้าและประชาชน กว่า 300 คน ร่วมกันมารอรับศพนางถ้วน หลีกภัย ที่เสียชีวิตด้วยโรคชราในวัย 96 ปี ที่บ้านพัก กทม.เมื่อสายวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา

 โดยทันทีที่รถยนต์ตำรวจทางหลวง ซึ่งมีพล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สบพ.(191) เป็นผู้ควบคุมนำขบวนรถตู้ที่บรรทุกโลงศพของนางถ้วน จาก กทม.เข้ามาถึงภายในบ้านพัก นางจงจิตต์ หลีกภัย บุตรสาวคนที่ 6 ก็ลงจากรถมาทักทายพี่ชายทั้ง 2 คน และบอกว่านายชวน ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดภาระกิจต้องเข้าประชุมสภาในวันนี้ จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้เปิดท้ายรถ เพื่อให้นายกิจและระลึกจุดธูปเคารพศพมารดา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำโลงศพของนางถ้วนออกมา เพื่อนำไปวางไว้ในศาลาซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดงานศพของนางถ้วนโดยเฉพาะ โดยมีนายกิจ พี่ชายคนโต ถือตะเกียงน้ำมันก๊าดนำทาง ส่วนภรรยาถือพานรองพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง ที่สูญหายไปก่อนหน้านี้ ส่วนนายระลึกน้องชายถือกระถางธูป เดินนำหน้าโลงศพของมารดา ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด

 ทั้งนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ยกโลงศพตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายกิจ พร้อมด้วยนายระลึก และภรรยา ได้ก้มลงมองดูร่างอันไร้วิญญาณของมารดา ซึ่งนอนสงบนิ่งแต่ใบหน้าตะแคงหันซ้ายอยู่ในโลงแอร์ผ่านทางช่องกระจกข้างบน และบอกกับทุกคนว่า “ เหมือนแม่ยังนอนหลับปกติอยู่ ” โดยผู้ที่มารอรับศพเมื่อได้ยินดังนั้นต่างก็ทยอยกันเข้ามามุงดูร่างอันไร้วิญญาณของนางถ้วนและยกมือไหว้ขอขมาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกันนั้นนายระลึกและนายกิจได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มารอรับศพจุดธูปกราบไหว้เคารพศพของมารดา

 ด้านนายระลึก หลีกภัย ลูกชายคนที่ 7 ของนางถ้วน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับกำหนดการจัดงานศพของมารดานั้น ก่อนหน้านี้มีผู้เสนอวันฌาปนกินวันที่ 7 มี.ค.แต่ปรากฏว่ามีหลายฝ่ายคัดค้านและไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่า หากกำหนดวันฌาปนกิจศพเป็นวันที่ 7 ก็จะเร็วเกินไป ทำให้ประชาชนที่ตั้งใจจะเดินทางมาเคารพศพจากทั่วสารทิศ อาจจะเดินทางมาไม่ทัน

 ดังนั้นทางญาติจึงเห็นว่า ควรจะให้พระดูฤกษ์ยามกำหนดวันฌาปนกิจที่เหมาะสมอีกครั้ง รวมทั้งต้องรอหารือกันในหมู่ญาติอีกครั้งครั้ง ซึ่งคาดว่าวันนี้น่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการ ส่วนนายชวน ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าติดภารกิจประชุมสภา ไม่สามารถเดินทางมาพร้อมกับศพของมารดาได้ โดยจะเดินทางเครื่องบินมาถึงที่สนามบิน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวลา 20.30 น.จากนั้นจะเดินทางกลับบ้านเพื่อมาหารือการจัดงานศพของมารดา