
ปินส์รับพ่ายสงครามสินค้าปลอม
มะนิลา-รัฐบาลฟิลิปปินส์ยอมรับพ่ายแพ้สงครามปราบปรามสินค้าปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะไม่สามารถเอาผิดผู้ต้องหา องค์การอนามัยโลกชี้ธุรกิจยาปลอมขยายตัวแซงหน้าธุรกิจผลิตยาคุณภาพ กระทบคุณภาพชีวิตในปท.โลกที่สาม
เมื่อวันพุธ (2 มี.ค.) นายริกกี้ การันดัง รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารแห่งประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ร่วมมือกับผู้แทนการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา และกลุ่มต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และได้จับกุม และส่งฟ้องผู้กระทำผิดขึ้นศาลในประเทศ "แต่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลกินเวลานานมาก"
สอดคล้องกับความเห็นจากนางอบิเกล วัลเต โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นใช้กฎหมายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์และการผลิตสินค้าปลอม แต่ที่ผ่านไม่มีผู้กระทำผิดในคดีดังกล่าวถูกลงโทษจำคุก ทั้งยังมีการพักการพิจารณาคดี อีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตและค้าสินค้าปลอมต่างไม่มีความเกรงกลัวกฎหมาย
ขณะที่องค์การอนามัยโลก (ฮู) ประเมินว่า 8-10% ของปริมาณยาในโลกเป็นยาปลอม ส่วนธุรกิจการผลิตยาปลอมมีอัตราการขยายตัวปีละ 13% ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวของธุรกิจผลิตยาที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกหลายเท่า
ปัญหายาปลอมระบาดในประเทศแอฟริกาอย่างรุนแรง สำนักงานบริหารและควบคุมอาหารและยาแห่งไนจีเรีย ประเมินว่าการผลิตยาปลอมในประเทศมีอัตราสูงถึง 16% ขณะที่ผลการศึกษาหลายฉบับชี้ว่าในช่วงทศวรรษ 2543-2553 อัตราการระบาดของยาปลอมในทวีปแอฟริกาสูงถึง 36-48%
การขยายตัวของธุรกิจยาปลอม ส่งผลต่อธุรกิจผลิตยาถูกต้องตามกฎหมายและทำให้รายได้ของประเทศผู้ผลิตยาลดลงอย่างที่ไม่สมควร



