
อุตฯยันน้ำตาลพอ-ปีนี้ไม่ขึ้นราคาระบุหากจำเป็นพร้อมใช้เงินกองทุนบรรจุถุงขายเอง
"ชัยวุฒิ" ยันไม่ปล่อยน้ำตาลขาดแคลน กล่อมโรงงานบรรจุป้อนห้างต่อเนื่อง ระบุหากจำเป็นพร้อมดึงเงินกองทุนอ้อยฯมาบรรจุถุงขายเอง ชี้สาเหตุสินค้าในห้างตึงตัวเพราะตกลงค่าใช้จ่ายดำเนินการกันไม่ได้ กรมศุลฯตั้งทีมเฉพาะกิจสกัดลักลอบขนน้ำตาลขายเพื่อนบ้าน
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการตรวจสต็อกน้ำตาลงวดค้างกระดานรอการจำหน่าย เมื่อคืนวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนมากถึง 1.6 ล้านกระสอบ ซึ่งในปีนี้ได้มีการเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. จากปีที่แล้วอีก 6 ล้านกระสอบ เป็น 28 ล้านกระสอบ หรือเพิ่มขึ้น 25% จึงไม่ต้องกังวลว่าปริมาณน้ำตาลทรายสำหรับบริโภคในประเทศจะไม่เพียงพอ และยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2554 เนื่องจากต้องรอผลการศึกษาการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบก่อน
"หากปริมาณน้ำตาลค้างกระดานรอการจำหน่ายแต่ละสัปดาห์มีปริมาณน้อยกว่า 1 ล้านกระสอบ ผมจะออกตรวจตลาดด้วยตัวเองเพื่อแก้ปัญหาต่อไป แต่ตอนนี้มั่นใจได้ว่าน้ำตาลบริโภคในประเทศมีปริมาณเพียงพอแน่นอน ไม่ต้องกังวล" นายชัยวุฒิกล่าว
นายชัยวุฒิกล่าวถึงปัญหาปริมาณน้ำตาลทรายบรรจุถุงตึงตัวในห้างค้าปลีก หรือโมเดิร์นเทรด ว่าเป็นปัญหาจากการที่โรงงานไม่อยากส่งน้ำตาลเข้าห้าง เพราะมีค่าดำเนินการและค่าบรรจุ ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ได้ โดยปัจจุบันมีโรงงานน้ำตาลบรรจุถุงป้อนโมเดิร์นเทรดเพียง 3 ราย ซึ่งก็ได้ขอมีการจัดส่งน้ำตาลเข้าห้างอย่างต่อเนื่อง แม้จะส่งครบตามสัญญาแล้วก็ตาม และหากกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่ามีความจำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาน้ำตาลบรรจุถุงก็จะพิจารณานำเงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลมาใช้ดำเนินการบรรจุถุงขายให้ประชาชน
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อตรวจหาขบวนการลักลอบการส่งออกน้ำตาลทรายออกประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากได้รับการร้องเรียนว่าอาจจะเกิดปัญหาน้ำตาลทรายในประเทศขาดแคลน โดยที่ผ่านมาพบว่ายอดจับกุมการลักลอบน้ำตาลทรายตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2554 คือ ตุลาคม 2553 ถึงปัจจุบัน มีการลอบส่งออกน้ำตาลแล้วจำนวน 3 หมื่นกิโลกรัม ซึ่งถือว่าปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับยอดการจับกุมทั้งปีของปีงบประมาณ 2553 ที่อยู่ที่ 1.4 หมื่นกิโลกรัม
ทั้งนี้ จากการติดตามขบวนการลักลอบส่งออกน้ำตาลทรายพบว่า สาเหตุที่มีความจูงใจในการดำเนินการยังมาจากปัญหาราคาน้ำตาลในตลาดโลก และราคาในประเทศที่มีความแตกต่างกันถึงกิโลกรัมละ 10 บาท จึงได้มีการลักลอบออกไปตามด่านชายแดนฝั่งตะวันออก เช่น ตราด และจันทบุรี เพื่อไปขายยังกัมพูชา ซึ่งมีความต้องการบริโภคสูง
นอกจากนี้ บริเวณด่านดังกล่าวมีคนเข้าออกจำนวนมาก จึงมีการขนย้ายน้ำตาลในลักษณะของกองทัพมด ซึ่งต่อไปนี้จะมีการเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ เพี่อไม่ให้กระทบกับความต้องการในประเทศ และต้องมีการขยายผลเพิ่มเติมว่าขบวนการกองทัพมดดังกล่าวมีขาใหญ่ที่คอยสนับสนุนหรือไม่ รวมทั้งยังพบการลักลอบน้ำเข้าน้ำตาลทรายจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาในไทย เนื่องจากราคาน้ำตาลทรายของมาเลเชียถูกกว่าไทยประมาณ 6 บาทต่อกิโลกรัมด้วย



