
ชี้ม.ค.เกษตรกรรายได้เพิ่มขึ้น30%รับอานิสงส์ราคายาง-ปาล์ม-มะพร้าว-น้ำตาลพุ่ง
ธปท.เผยเดือนมกราคมรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 30.6% รับอานิสงส์ราคายาง ฝ้าย ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และน้ำตาลพุ่งทำสถิติใหม่ หลังปัญหาสภาพอากาศฉุดผลผลิตลดลงทั้งต่างประเทศและในประเทศ ทำให้มีสินค้าไม่พอความต้องการ
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจและการเงินของ ธปท. เดือนมกราคม 2554 พบว่า ในเดือนดังกล่าวเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากราคาที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคายางพารา ฝ้าย ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และน้ำตาล ซึ่งมีราคาสูงขึ้นทำสถิติใหม่ เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศรุนแรงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตพืชสำคัญหลายชนิดในตลาดโลกเกิดภาวะตึงตัว ขณะที่ความต้องการในตลาดโลกอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารและพลังงานทดแทนจากพืชเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ราคายางแผ่นดิบชั้น 3 เร่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ มาอยู่ที่กิโลกรัมละ 148.61 บาทในเดือนมกราคม 2554 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนถึง 66.6% และเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 126.11 บาทในเดือนธันวาคม 2553 เป็นผลจากปริมาณสินค้าในตลาดโลกและในประเทศอยู่ในภาวะตึงตัว เพราะเกิดภาวะน้ำท่วมในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2553 และฝนตกชุกในเดือนมกราคม ทำให้ไม่เอื้อต่อการกรีดยาง ขณะที่ความต้องการสินค้ามีอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชีย
ส่วนราคาปาล์มน้ำมันเป็นสินค้าอีกตัวหนึ่งที่ราคาเร่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง จากกิโลกรัมละ 6.92 บาทในเดือนก่อน มาอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.63 บาท ในเดือนมกราคม ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาปาล์มทลายนั้นเป็นผลจากการขาดแคลนผลผลิตในตลาดโลกและตลาดในประเทศ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนตลาดปี 2553 ทั้งภัยแล้งในช่วงครึ่งปีแรกและอุทกภัยในไตรมาสสุดท้าย ส่งผลให้ผลผลิตในประเทศหดตัวติดต่อกันนานเป็นเดือนที่ 6
“ผลจากมาตรการควบคุมการนำเข้า ขณะที่ความต้องการเพื่อการผลิตไบโอดีเซลเร่งตัวขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ราคาปาล์มในประเทศเดือนมกราคมเร่งสูงกว่าราคาในตลาดโลก” รายงานเศรษฐกิจและการเงินของ ธปท.ระบุ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคาข้าว พบว่าราคาข้าวเปลือกเจ้าชั้น 1 แม้ว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน 8.4% แต่ราคาได้ปรับขึ้นจากตันละ 8,415 บาทในเดือนก่อน มาอยู่ที่ตันละ 8,543 บาทในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นผลจากความต้องการข้าวไทยในตลาดโลกที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปริมาณข้าวของประเทศผู้ส่งออกสำคัญของโลก เช่น เวียดนาม และปากีสถาน ยังประสบภาวะตึงตัว ขณะที่ปริมาณข้าวในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเลื่อนการเพาะปลูกและการทยอยระบายข้าวเปลือกในสต็อกของทางการไทยกับผู้ส่งออกตามสัญญาค้างส่งมอบ



