ข่าว

"แดงเดือด"อำมาตย์เขี่ยหลุดโผผู้แทน

"แดงเดือด"อำมาตย์เขี่ยหลุดโผผู้แทน

03 มี.ค. 2554

ในการเปิดตัว "ผู้สมัครหน้าใหม่" พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง หลังจากมีการ "รื้อโผ" ผู้สมัครใหม่เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนของ "คนเสื้อแดง" มีโอกาสลงสมัครส.ส.ด้วย

 การเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ระบบเขตครั้งนี้ ทำให้ผู้ที่พรรคเคยถูกวางตัวเป็น "ว่าที่ผู้สมัคร" หลายคนถูก "เขี่ยออก" โดยเจ้าตัวรู้ตัวก่อนวันมารายงานตัวในงานสัมมนาเพียง 2-3 วันเท่านั้น

 เพราะวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ก่อนวันศาลตัดสินคดีการขอประกันตัวชั่วคราว 7 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) "ว่าที่ผู้สมัคร" เหล่านี้ยังอยู่ในโผ

 โดย "ผู้สมัคร" ที่ถูกเขี่ยออกจากการตรวจสอบพบว่า ส่วนใหญ่เป็น "แกนนำคนเสื้อแดง" ในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจแทบทั้งสิ้น เช่น ที่ "สุรินทร์" เดิมวางตัว "เทพพนม ศิริวิทยารักษ์" หรือ เทพพนม นามดี เป็น "รองประธาน นปช.สุรินทร์" ซึ่งการชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯ "เทพพนม" ถือเป็นแกนหลักในการนำชาวบ้านมาร่วมชุมนุม

 ว่ากันว่า แนวร่วมที่มาพร้อมเทพพนม เสียชีวิตไป 2 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

 "เทพพนม" หลังรู้ว่าพรรคได้วางตัวเป็นผู้สมัครใน จ.สุรินทร์ ก็เริ่มทำป้ายไปติดตั้งหลายพื้นที่ ประเมินด้วยสายตาค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ไม่นับรวมงานบุญงานกุศลที่ว่าที่ผู้สมัครทั้งหลายต่างรู้ดีว่า "ต้องมี"

 นอกจากนี้ยังมี "ประดับ สืบสันต์" เลขานุการ นปช.สุรินทร์ ที่ถูกวางตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ ขึ้นป้าย จัดทำเอกสารแนะนำตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนในพื้นที่ต่างรู้ดีว่า เหตุการณ์คนเสื้อแดงไปต้อนรับ "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" รมว.มหาดไทย เมื่อครั้งไปเป็นประธานเปิดโครงการของกระทรวงที่สุรินทร์ มี "ประดับ" อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย
 ประดับก็เป็นโรคเดียวกับ เทพพนม !

 ถูก "ชูศักดิ์ แอกทอง" อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตยเบียดตกโผ

 ส่วนที่ "ยโสธร" ก่อนหน้านี้ได้วางตัว "ส.จ.ตึ๋ง" นภดล คัมภ์ทวี อดีต ส.อบจ.ยโสธร ชื่อก็หายไปจากโผเอาดื้อๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ "ส.จ.ตึ๋ง" เป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงชูป้ายขับไล่ ระหว่างที่ "วิทยา แก้วภราดัย" รมว.สาธารณสุข ในขณะนั้นเดินทางไปที่ จ.ยโสธร

 ที่สำคัญ "ส.จ.ตึ๋ง" ยังเป็นทำคดีให้ประชาชนที่ถูกหาข้อ "เผาศาลากลางจังหวัด" อีกด้วย

 ไม่ใช่แค่เพียง 2-3 คนที่ว่ามา ยังมี "แกนนำคนเสื้อแดง" ที่ได้ฟังคำหวานๆ ในยามที่ฝ่ายการเมืองต้องการคน แต่แล้วคำพูดนั้นก็เป็นเพียงแค่ลมผ่านหู อย่างที่ มุกดาหาร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ อุดรธานี แม้กระทั่งสิงห์บุรี เด็กของ "พายัพ ปั้นเกตุ" แกนนำ นปช. ซึ่งขณะนี้หลบหนีคดีอยู่ ก็ผิดหวังเพราะหลุดโผ

 "ผู้สมัครหน้าใหม่" ที่เข้ามาเบียดโผได้อย่างเหลือเชื่อ ราวกับว่า ในพรรคเพื่อไทยนั้นมี "มือที่มองไม่เห็น" หรือว่า มี "อำมาตย์ใหญ่" แอบสั่งการ

 ข้อมูลของแกนนำเสื้อแดงที่เปรยออกมาอย่างเหลืออดนั้น เพียงนิดเดียวคือ "เฮีย" เป็นคนสั่ง...ถามว่าเฮียไหน คำตอบที่ได้มาก็คือ "เฮีย" คนที่ใกล้ชิดนายใหญ่

 ไม่ต้องถามว่า ความผิดหวังของแกนนำเสื้อแดงระดับท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร

 แต่ชัดเจนว่า สำหรับแกนนำเสื้อแดงในท้องถิ่นแล้ว มอง "หน้าใหม่" เหล่านั้นด้วยสายตาหมิ่นแคลนว่า มือยังไม่ถึง !

 ใจจริงอยากจะให้พรรคเปิดโพลล์ดูกันจะจะด้วยซ้ำไป

 ยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นเคือง ครั้งหนึ่งเคยจิกหัวคนที่ตีจากไปว่า "เนรคุณ" มาในวันนี้ ไม่รู้ว่าแกนนำแดงท้องถิ่นจะรู้สึกเช่นนั้นเช่นกันหรือไม่

 "ผมพวกไม่เข้าใจว่า ทำไมทางพรรคถึงไม่เลือกบุคคลที่คอยให้ความช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างพรรคมาโดยตลอดอย่างกลุ่มคนเสื้อแดง แต่กลับไปสนับสนุนบุคคลภายนอก ซึ่งอาจจะให้ผลประโยชน์แก่พรรคในรูปแบบอื่น ซึ่งเป็นการทำให้คนเสื้อแดงถูกลอยแพเสียความรู้สึกต่อเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก" หนึ่งในคนเสื้อแดงที่ถูกตัดชื่อออกจากผู้สมัครส.ส.เขต

 เรื่องนี้ใช่ว่าระดับผู้ใหญ่ในพรรคจะไม่รู้ความ แต่เมื่อแกนนำแดงท้องถิ่นยกพลไปถาม "สุพล ฟองงาม" เลขาธิการพรรค แต่กลับได้รับคำตอบว่า เป็นการตัดสินใจของ "คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค" ซึ่งมี "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นประธาน

 เรื่องราวยิ่งลึกลับซับซ้อนเข้าไปอีก เมื่อรุกถาม "กรรมการยุทธศาสตร์" ส่วนใหญ่จะตอบว่า ไม่รู้เรื่อง โบ้ยไปที่ สิทธิขาดอยู่ที่ "เฮีย" คนนั้นผู้เดียว

 ชะรอยพรรคจะเห็นความเคลื่อนไหวนี้ จึงส่งระดับแกนนำที่อยู่เชียงใหม่ มาเจรจาลูบหลังลูบไหล่

 ไม่ได้ลงเขต ก็จะจัดให้ลงปาร์ตี้ลิสต์ !

 แต่เมื่อถูกเสนอข้อต่อรองว่า ถ้าปาร์ตี้ลิสต์ก็ขอไม่เกินอันดับที่ 80 การต่อรองจึงเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง นั่นก็คือ จะจัดโผผู้สมัครรอบสองในวันที่ 15 มีนาคม และรอบสามวันที่ 2 เมษายน

 ต้องจับตาดูว่า พรรคเพื่อไทยจะจัดการปัญหานี้อย่างไร เพราะแรงกระเพื่อมของ "แกนนำแดงท้องถิ่น" ที่รุกไล่เพื่อให้ตามที่ได้รับปากกันไว้นั้น กำลังจะกระทบต่อฐานเสียงโดยตรง

 แน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยตรงด้วยเช่นกัน

 เพราะล่าสุด เพิ่งจะบอกกับแกนนำพรรคแล้วว่า "คิดถึงบ้านเหลือเกิน"

 ลำพังคดีความต่างๆ ที่ติดตัวก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ถ้าหากฐานเสื้อแดงแตกคอกับพรรค ความหวังของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงจะยิ่งริบหรี่มากยิ่งกว่าเดิม