ข่าว

พิสูจน์เอกลักษณ์ยันศพหฤทยาพบอีก4ศพ

พิสูจน์เอกลักษณ์ยันศพหฤทยาพบอีก4ศพ

02 มี.ค. 2554

บอร์ดพิสูจน์เอกลักษณ์นิวซีแลนด์ยืนยันศพ “หฤทยา” เตรียมส่งศพกลับไทย ด้านการตรวจศพที่พบกำไล จนท.ได้ภาพกำไลจากแม่ชี้คล้ายคลึงกัน แต่ยังระบุไม่ได้ รอตรวจฟัน-ดีเอ็นเอยืนยันอีกครั้ง พบศพเอเชียเพิ่มอีก 1 ยังไม่ระบุใช่คนไทยหรือไม่ ขณะที่การตรวจสอบคนเจ็บทุกรพ.ในไค

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. หัวหน้าชุดตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 6 คนที่เดินทางไปยังเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ประชุมผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์มาจากเมืองไครสต์เชิร์ชเพื่อรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา(สบ10) ด้านความมั่นคง ทราบความคืบหน้าในการปฏิบัติหน้าที่

 พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า ในการปฏิบัติหน้าที่วันที่สี่ เรื่องที่ต้องทำคือ กรณีที่พบศพมีกำไลที่สงสัยว่าจะเป็นคนไทยแต่ไม่สามารถตรวจลายนิ้วมือได้เนื่องจากเพลิงไหม้ถึงข้อศอก จึงต้องพยายามติดตามหากำไลที่มีแบบเดียวกัน เมื่อวาน (1 มี.ค.) แม่ของผู้ที่สงสัยว่าจะใช่บุคคลในศพ ได้มาตรวจดีเอ็นเอ แม่เขาเล่าให้ฟังว่ามีกำไลอันหนึ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกันซึ่งลูกได้ให้ไว้ จึงได้ประสานให้ส่งภาพมาดู ซึ่งภาพที่ส่งมาก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่สงสัยหรือไม่ ต้องรอตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งกำลังรอโปรไฟล์และกราฟดีเอ็นเอจากศพมาเปรียบเทียบ ถ้าตรงกันก็สามารถยืนยันศพได้ว่าเป็นใคร

 พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ดำเนินการประสานเรื่องประวัติการทำฟันเพื่อนำไปเปรียบเทียบโครงสร้างฟันของศพ ทราบว่าผู้ต้องสงสัยเคยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี แต่รายละเอียดที่ส่งมายังไม่ปรากฏรายละเอียดการทำฟัน จึงได้ประสานกับ นพ.ชาตรี บานชื่น อดีตอธิบดีกรมการแพย์ เพื่อขอประวัติการทำฟันของผู้ต้องสงสัย คาดว่าภายในคืนนี้จะได้ประวัติการทำฟันซึ่งส่งให้ทางอีเมล เมื่อประวัติฟันมาถึงก็สามารถตรวจพิสูจน์ได้ทันที ทั้งนี้ การเปรียบเทียบโครงสร้างฟันเป็นที่ยอมรับตามหลักวิทยาศาสตร์

 พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนศพของ น.ส.หฤทยา เหลืองสุรภีสกุล ที่ตรวจลายนิ้วมือตรงกันทั้ง 10 นิ้วนั้น วันนี้ได้นำข้อมูลเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการพิสูจน์เอกลักษณ์ของนิวซีแลนด์ (Identification board)ซึ่งมีผู้พิพากษาอยู่ด้วย เพื่อยืนยันและปล่อยศพ ในเวลา 14.00 น. วันนี้คณะกรรมการได้พิจารณาทั้งหมด 7 ศพ 6 ศพเป็นชาวนิวซีแลนด์ อีก 1 ศพเป็นคนไทย โดยบอร์ดดังกล่าวมีกระบวนการที่จริงจัง รัดกุม ขั้นตอน โดยให้ตนเองและเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าไปชี้แจงข้อมูล ก่อนเริ่มชี้แจงต้องสาบานต่อคัมภีร์ไบเบิลว่าจะพูดความจริงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของบอร์ดให้นำเสนอข้อมูลคนไทยที่นำมาเปรียบเทียบ ตั้งแต่เสื้อผ้า บัตรประชาชนที่พบในเสื้อแจ็กเก็ตของศพ และการตรวจลายนิ้วมือศพ ซึ่งคณะกรรมการต้องเห็นตรงกันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นคณะกรรมการก็ถามว่าใครมีอะไรจะค้านหรือสนับสนุนหรือไม่ ตนเองในฐานะหัวหน้าทีมก็บอกว่าสนับสนุนข้อมูลที่ได้จากประเทศไทย จากนั้นคณะกรรมการก็ได้ซักถามและไม่มีใครค้าน ก่อนลงมติว่า ศพดังกล่าวเป็นศพของ น.ส.หฤทยา พลเมืองไทยจริง

 “จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการส่งศพกลับ ผมได้ประสานทางยังสถานทูต เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ญาติ ทางสถานทูตบอกว่าจะให้คณะกรรมการพิสูจน์เอกลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์ออกใบมรณบัตร จากนั้นจะมาแปลเป็นภาษาไทย โดยญาติอาจจะมอบหมายให้ทางสถานทูตเป็นตัวแทนในการดำเนินการรับส่งมอบศพก็ได้ หรือญาติจะดำเนินการอย่างไรก็ประสานได้ ในเรื่องค่าใช้จ่ายการส่งศพกลับกรณีเกิดภัยพิบัติดังกล่าว รัฐบาลจะช่วยเหลือบางส่วน และญาติสามารถทำเรื่องยืมเงินราชการเพื่อนำศพกลับมาประเทศไทยได้ โดยจะใช้เวลาในการดำเนินการ 1-2 วัน ซึ่งจะได้ประสานญาติต่อไป” พล.ต.ท.จรัมพร กล่าว

 พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวต่อว่า วันนี้ได้มีการตรวจศพเพิ่ม จำนวน 12 ราย รวมการทำงาน 4 วันตรวจไปแล้ว 89 ศพ ศพวันนี้ 3 ศพมาเป็นชิ้นส่วนและถูกไฟไหม้ 1 ใน 3 รายคาดว่าจะเป็นชาวเอเชีย แต่ระบุไม่ได้ว่าเป็นคนไทยหรือไม่ เราไม่อยากพูดหากข้อมูลไม่แน่ชัดเกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจญาติ ตอนนี้มีข่าวลือออกมาเยอะว่าเจอศพคนนั้นคนนี้ญาติอาจจะเกิดความสับสนได้ จึงต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน จึงจะยืนยันได้ ส่วนการไปตรวจสอบผู้บาดเจ็บจากเหตการณ์แผ่นดินไหวทุกโรงพยาบาลไม่พบรายชื่อคนไทย 5 คนที่สูญหายไป

 ด้าน พ.ต.อ.ชำนาญ ชำนาญเวช ผกก.กลุ่มงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กล่าวว่า วันนี้สามารถส่งผลการตรวจดีเอ็นเอญาติ น.ส.หฤทยา เหลืองสุรภีสกุล น.ส.วันเพ็ญ ปรีกลาง น.ส.จิตรา ไวทยธาดาพงศ์ ทางอีเมลไปให้พล.ต.ท.จรัมพรได้แล้ว ส่วนอีกสองคน คือ น.ส.พิมพร เลี้ยงเชื้อ น.ส.ธนิดา อินทรางกูร ในวันนี้พ่อแม่ของทั้งสองคนได้เข้ามาให้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอแล้ว คาดว่าช่วงเย็นวันที่ 3 มีนาคมจะสามารถส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ที่นิวซีแลนด์ได้ และตอนนี้พยายามเก็บประวัติการทำฟันของทั้ง 5 คนให้ได้ให้หมด เพื่อจะตรวจพิสูจน์ได้ง่ายขึ้นกว่าการตรวจดีเอ็นเอ

 ขณะที่รายงานจากต่างประเทศแจ้งว่า พบศพใต้ซากปรักหักพังในเมืองไครสต์เชิร์ชอีก 4 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 160 ศพ ทางการกีวีวอนครอบครัวผู้สูญหายอดทนรอผลพิสูจน์อัตลักษณ์ เผยศพชาวเอเชียมีข้อมูลน้อยยากต่อการระบุตัว คาดยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มเป็น 240 ศพ

 ผู้กำกับการตำรวจนิวซีแลนด์เผยเมื่อวันพุธ (2 มีค.) ว่าในช่วงคืนวานนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบศพที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังในเมืองไครสต์เชิร์ชอีก 4 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจนถึงปัจจุบันเพิ่มเป็น 160 ศพ ขณะเดียวกันยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก และการค้นหาเป็นไปด้วยความลำบาก เชื่อกันว่าหลังผ่านพ้น 26 ชั่วโมงแรกของการค้นหาหลังจากเหตุแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แต่ไม่พบผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นนั้น ก็ทำให้ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตหมดไปอย่างมาก มีการประมาณว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้จะสูงถึง 240 ราย

 ด้านรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ขอให้ครอบครัวของผู้สูญหายในเหตุการณ์อดทนรอผลการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เพราะเจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำการตรวจสอบเอกลักษณ์ของศพที่พบอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องเผชิญกับปัญหาที่บางศพไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานได้ ทำให้การระบุตัวตนต้องอาศัยการตรวจสอบดีเอ็นเอ หรือประวัติการทำฟันเท่านั้น

 ทั้งนี้กลุ่มผู้สูญหายในเหตุการณ์ดังกล่าวรวมทั้งนักเรียนและเจ้าหน้าที่ชาวเอเชียที่ทำงานและเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสอนภาษาในตึกซีทีวี ที่พังถล่มลงมา เชื่อว่ามีผู้ติดอยู่ใต้ซากตึกแห่งนี้ 120 คน

 ส่วนภารกิจกู้ศพจากใต้ซากคอนกรีตยังคงทำได้อย่างล่าช้าเนื่องจากเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงที่อาคารที่พังเสียหายจะพังถล่มลงมา นอกจากนี้ลมกระโชกที่มีความเร็วลมถึง 70 กม.ต่อชม.ก็ยังเป็นอุปสรรคทำให้ฝุ่นจากเศษซากปรักหักพังฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่ว ท่ามกลางความวิตกว่าอาคารที่พังเสียหายจะพังถล่มลงมาและต้นไม้หักโค่น ทำให้ทีมค้นหาและกู้ภัยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจขณะปฏิบัติงาน และชาวบ้านก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นเวลาออกนอกบ้านด้วยเช่นกัน

 มีรายงานว่าชาวเมืองไครสต์เชิร์ช 1 ใน 3 ไม่มีน้ำประปาใช้เพราะท่อประปาถูกตัดขาดเพราะเหตุแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ทางการต้องนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายน้ำอุปโภคให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกเขตที่มีน้ำประปาใช้ และแนะนำให้ต้มน้ำเพื่อกำจัดเชื้อโรคก่อนบริโภค หรือในกรณีที่ไม่สามารถต้มน้ำได้ ทางการแนะนำให้เติมน้ำยาฟอกขาว 1 ช้อนชาในน้ำ 10 ลิตรทิ้งไว้เป็นเวลา 30 นาทีก่อนที่จะดื่มได้

 นอกจากนั้น คณะกรรมการสุขภาพแห่งเขตแคนเทอเบอรี ยังได้ออกคำเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงชายหาดในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำไวมาคารรีรี และท่าเรือลิตเทลตัน ที่มีน้ำเสียรั่วไหลลงปนเปื้อนในทะเลบริเวณดังกล่าว ซึ่งหากมีการสัมผัสน้ำทะเลที่ปนเปื้อนอาจทำให้มีอาการป่วยได้