
เสน่ห์ชายปลายจวักเมียรักตาย...?
ครอบครัวไทยในเมืองใหญ่ทุกวันนี้ ทำอาหารกินกันเองในบ้านน้อยมาก ด้วยข้ออ้างที่ว่าไม่มีเวลาและไม่คุ้ม และส่วนใหญ่มักจะทิ้งภาระให้แก่ผู้หญิงหรือแม่บ้าน เพราะยังหลงกับคำโบราณที่ว่า เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักจนวันตาย ทำให้แม้ผู้หญิงทุกวันนี้จะไม่ทำอาหารด้วยตนเอง
พอจะย้อนกลับมาปรุงอาหารกินกันเองในบ้าน แม่บ้านก็ไม่อยากลงมือเพราะเหนื่อยมาจากการทำงานนอกบ้านทั้งวัน บวกกับความที่อาหารไทยมักจะมีกลิ่นฉุนรุนแรง จึงกลัวกลิ่นเครื่องเทศเครื่องแกงจะลอยไปติดอยู่กับมวยผม ครั้นพ่อบ้านจะลงมือทำอาหารเองบ้าง
ก็คิดแต่ว่าเป็นเรื่องยากทำไม่เป็น หรือไม่ก็กลัวจะอายหากมีคนรู้ว่า ต้องทำกับข้าวให้ลูกให้เมียกิน ทั้งที่การทำอาหารกินเองนั้นง่ายและประหยัดทั้งเงินและเวลา แถมคลายเครียดดีอีกต่างหาก
เริ่มต้นโดยต้มน้ำที่ใส่รากผักชีและพริกไทยเม็ดทั้งเม็ดลงไปเพื่อให้ได้กลิ่นหอม อย่าทุบหรือบุบพริกไทย เพราะเดี๋ยวจะเผ็ดร้อนจนเด็กไม่อยากตักกิน แล้วจึงเอาข้อกระดูกหมูหรือโครงไก่ใส่ลงไป ต้มจนน้ำเดือดแล้วก็ราไฟอ่อนปล่อยให้เคี่ยวไปอีกสักครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นคอยช้อนฟองทิ้งไปเรื่อยๆ
เคี่ยวได้ที่แล้วปิดไฟปล่อยทิ้งไว้จนเย็น จึงค่อยแยกใส่ถุงหรือใส่กล่องพลาสติกสำหรับถนอมอาหาร เอาถุงหรือกล่องละพอที่จะนำไปปรุงครั้งละหนึ่งมื้อ แยกเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง จากนั้นก็เอาชิ้นหมูที่หั่นพอดีคำหรือเครื่องในตามแต่ใจชอบมาลวกพอสุก แล้วแยกเก็บไว้ในกล่องถนอมอาหารใต้ช่องแช่แข็ง ส่วนข้าวสวยก็หุงไว้ให้สุกเม็ดบานพองาม แบ่งใส่ภาชนะเอาไว้พอกินในแต่ละครั้งแล้วเก็บในตู้เย็นช่องใส่ผัก ทั้งหมดนี้กะเก็งเอาว่าทำครั้งเดียวพอกินพอใช้ไปหนึ่งสัปดาห์
ถึงเวลาเช้าตื่นขึ้นมาก็จัดการเอาน้ำสต็อกที่เตรียมไว้มาละลายในหม้อขนาดเล็ก ระหว่างนั้นจัดการเอาข้าวสวยในตู้เย็นมาพรมน้ำเล็กน้อย แล้วใส่เข้าไปอุ่นในไมโครเวฟด้วยไฟร้อนจัดเพียงหนึ่งนาที เมื่อน้ำสต็อกในหม้อเดือดก็เอาหมูเอาเครื่องในตามความต้องการใส่ไป
พอน้ำเดือดอีกครั้งหนึ่งก็เอาผักสดตามที่มีและเตรียมไว้ใส่ลงไปพร้อมกับปิดไฟ เท่านี้ก็มีมื้อเช้าหนักๆ เป็นข้าวสวยกับต้มจืดให้กินหนักท้องสบายไปทั้งบ้าน วันไหนอยากเปลี่ยนเมนูก็เอาเกี๊ยมฉ่ายกระป๋องมาเปิด ต้มน้ำสต็อกกับหมูจนเดือดได้ที่แล้วจึงฉีกเกี๊ยมฉ่ายใส่ลงไปพร้อมกับเทน้ำดองเกี๊ยมฉ่ายในกระป๋องลงไปเล็กน้อย ก็กลายเป็นต้มจืดเกี๊ยมฉ่ายกับหมูรสชาติตามแต่เราจะปรุงตามใจ หรือจะแปลงเป็นข้าวต้มหมูข้าวต้มไก่ก็แสนง่ายดาย
มื้อเย็นหรือวันหยุดที่อยากประหยัดเงินกินข้าวกันตามลำพังในบ้าน ก็เอาน้ำพริกแกงเผ็ดสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ทั่วไปออกมา หากอยากให้มีกลิ่นและรสราวกับน้ำพริกใหม่สด ก็จัดการฝานผิวเปลือกมะกรูดเล็กน้อย หาข่าหรือกระชายมาซอยละเอียดอีกหน่อย เอารวมกับน้ำพริกสำเร็จรูปปั่นในเครื่องปั่นจนเข้ากัน หรือจะปรุงรสที่ชอบเพิ่มเติมเข้าไปก็ได้
ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย เอาน้ำพริกมาใส่ลงไปรวนพอหอม แล้วจึงเอาหมูเอาเครื่องในที่ลวกแช่เย็นไว้มาผัดรวนให้เข้ากัน เอาน้ำสต็อกใส่ลงไปสักสองช้อนโต๊ะกันแห้งและกันน้ำพริกไหม้ ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาลตามใจชอบ แล้วก็ตักใส่จานพร้อมกับเอาใบมะกรูดหั่นฝอยมาซอยใส่ลงไป กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว
เสร็จแล้วก็ไปช่วยกันล้างจาน แม่บ้านกลัวเล็บที่ทาสีมาจะเสีย ก็ให้พ่อบ้านเป็นคนล้าง ตัวเองคอยยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ และทำหน้าที่เป็นคนเช็ดจานให้แห้ง ช่วยกันกับลูกเอาจานที่ล้างแล้วไปคว่ำไปเก็บ เพียงแค่สลับหน้าที่กันทำเสียหน่อยเท่านั้นเองไม่เห็นจะต้องอายใคร แล้วเราก็มาเปลี่ยนทัศนคติกันเสียใหม่ว่า “เสน่ห์ปลายจวัก เมียรักจะตายห่า” เท่ดีและประหยัดเงิน แถมครอบครัวอบอุ่นมีความสุข ตามประสาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วยนะครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



