
เซอร์ด่าเปายับทำผีเจ๊งเชลซี1-2
"เฟอร์กี้" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ตบะแตก ออกมาจวกกรรมการ มาร์ติน แอตกินสัน เป็นตัวการทำให้ทีมปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด ต้องออกไปพ่าย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก ขณะที่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน พลิกแพ้คาบ้านต่อ เรดดิ้ง 0-1 กระเด็นตกรอบ 5 ศึ
หลังจากที่ "ผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด ต้องออกไปพ่ายต่อ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 1-2 ในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา "เฟอร์กี้" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือใหญ่ของทีมปีศาจแดง ได้ออกมากล่าวโจมตีการตัดสินของกรรมการ มาร์ติน แอตกินสัน ว่าเป็นจุดพลิกผันของผลการแข่งขันนัดนี้ โดยเฉพาะ 2 ประเด็นใหญ่ คือ การไม่ไล่ เดวิด ลุยส์ ปราการหลังของเจ้าบ้าน ที่ได้ใบเหลืองมาก่อนหน้านี้ออกจากสนาม ในจังหวะไปทำฟาวล์ทั้ง เวย์น รูนีย์ และ ฮาเบียร์ "ชิชาริโต้" เฮอร์นานเดซ ทั้งยังให้ลูกจุดโทษแก่เจ้าถิ่น ในช่วง 11 นาทีสุดท้าย ซึ่งได้กลายเป็นประตูตัดสินชัยชนะในเกมนี้
เฟอร์กี้ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ การตัดสินของแอตกินสันสร้างความเสียหายให้กับทีมของเขา แต่เป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันที่การตัดสินใจของกรรมการผู้นี้สร้างประโยชน์ให้กับเชลซี หลังจากเมื่อปีก่อน ก็เป่าให้ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ เสียฟาวล์แบบไม่น่าเสีย จนกลายเป็นประตูชัยของเชลซี ที่นำไปสู่การคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ สมควรกลับไปทบทวนถึงการเลือกผู้ตัดสินในเกมนัดสำคัญแบบนี้
"ในเกมที่มีความสำคัญกับทั้ง 2 สโมสร คุณต้องการผู้ตัดสินที่เข้มแข็ง และยุติธรรม แต่ในเกมนี้เรากลับไม่ได้รับสิ่งนั้น ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้มาตัดสินเกมนี้ แต่เมื่อผมเห็นรายชื่อกรรมการ ก็ได้กลัวว่าเรื่องแย่ที่สุดแบบนี้จะเกิดขึ้น"
เกมนี้แมนฯยูไนเต็ดเริ่มต้นได้ค่อนข้างดี ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากการซัดไกลนอกกรอบเขตโทษของ เวย์น รูนีย์ นาที 29 บอลพุ่งเรียดเสียบเสาเข้าไปอย่างงดงาม แต่หลังจากนั้นกลับเป็นเจ้าถิ่นที่ครองเกมได้เหนือกว่า บุกเข้าใส่เป็นระลอก และมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่กองหลังแมนฯยูไนเต็ดโหม่งสกัดบอลไม่ขาด มาเข้าทาง เดวิด ลุยซ์ วอลเลย์เข้าไปสวยงามไม่แพ้ประตูแรก
จากนั้นเกมยังคงตกเป็นของเจ้าถิ่น ที่มาได้ประตูชัยในนาที 79 จากจังหวะที่ คริส สมอลลิ่ง ไปขวางทาง ยูริ เชียร์คอฟ ในเขตโทษ มาร์ติน แอตกินสัน ไม่ลังเลที่จะเป่าเป็นจุดโทษ ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นผีแดงแต่ไม่เป็นผล แฟรงค์ แลมพาร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาด แถมท้ายเกม แมนฯยูไนเต็ดยังเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ เนมันยา วิดิช ถูกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงต้องออกจากสนาม ทำให้ชวดลงเตะกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค.นี้ จบเกมเชลซีเป็นฝ่ายชนะ 2-1 เพิ่มสถิติการตัดสินของแอตกินสันในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แห่งนี้ 12 นัดสุด เชลซีชนะไปถึง 11 นัด และเสมอ 1 นัด
จากผลของเกมนี้ ทำให้แมนฯยูไนเต็ด ยังมี 60 แต้ม จาก 28 นัด นำหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่ลงเตะน้อยกว่า 1 นัดอยู่ 4 แต้มเท่าเดิม ขณะที่เชลซี ขยับแซง "ตราไก่" สเปอร์ส ขึ้นเป็นอันดับ 4 ของตาราง โดยมี 48 แต้ม ขณะที่ทีมตราไก่มี 47 แต้ม จาก 27 นัดเท่ากัน ซึ่งทาง คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือของทีมก็ยังคงยืนยันว่าเป็นแต้มที่น้อยไปเกินกว่าจะคิดถึงตำแหน่งแชมป์ โดยเป้าหมายตอนนี้คือการติดอันดับ 1 ใน 4 รักษาพื้นที่ไปเตะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้าเหมือนเดิม
ส่วนศึกลูกหนังเอฟเอคัพ รอบ 5 "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน พลิกพ่ายคาบ้านต่อ "รอยัล" เรดดิ้ง จากประตูชัยของ แมทท์ มิลล์ส นาที 26 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ไปพบกับผู้ชนะระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ กับ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ต่อไป



