
สภาตีกลับกม.การเลือกตั้งท้องถิ่น"
สภาตีกลับกม. 2 ฉบับรวด ตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภค - การเลือกตั้งท้องถิ่น หลังกมธ.วิสามัญแก้ไขขัดข้อบังคับการประชุม เอแบคโพลล์ เผย 64.9 % หนุนยกเครื่องกม.ยกระดับองค์กรท้องถิ่น แต่ยังหวั่นทุจริต ให้มี องค์กรอิสระ สอบโกงอีกชั้น
(2มี.ค.) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมได้มีการถอนร่างพ.ร.บ. ซึ่งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วถึง 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และ ร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หลังจากที่ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขถ้อยคำบางมาตราของกมธ.เพราะขัดกับหลักการที่สภาฯได้รับมีมติรับหลักการเอาไว้ในวาระที่ 1
สำหรับเหตุผลในการมีมติเสียงข้างมากให้ถอนร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระฯ ออกไปเพื่อให้กมธ.กลับไปแก้ไข เนื่องจากส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน อภิปรายติติงว่า มาตรา 8 ที่กำหนดให้รัฐบาลจัดสรรทุนประเดิมไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทถือว่าเป็นการเขียนกฎหมายที่มีสภาพบังคับรัฐบาลมากเกินไป เพราะตามหลักการเขียนกฎหมายแล้วไม่ควรเขียนถ้อยคำที่มีลักษณะของการระบุจำนวนตัวเลขลงไป
เช่นเดียวกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก็อภิปรายสอดคล้องว่า การกำหนดถ้อยลักษณะนี้เป็นการผูกมัดรัฐบาลมากเกินไป เพราะหากจะกำหนดให้รัฐบาลจัดสรรเงินทุนประเดิมควรมีถ้อยคำเพียงแค่การระบุว่า รัฐบาลควรอุดหนุนเงินทุนประเดิมเป็นจำนวนเพียงพอสำหรับการดำเนินการ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ขณะที่ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ ก็มีส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลอภิปรายแสดงความเห็นตำหนิการแก้ไขของกมธ.เช่นกัน โดยนายประยุทธ์ ศิริพานิช ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขของ กมธ.ถือว่าขัดกับหลักการที่สภาฯได้มีมติรับหลักการในวาระแรก ซึ่งในวาระแรกหลักการระบุเอาไว้แค่การเปลี่ยนระบบการนับคะแนนใหม่เป็นการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งและให้ส่งผลการนับคะแนนไปรวมที่เขตเลือกตั้งเพื่อนับคะแนนรวมเพื่อให้เกิดความรวดเร็วเท่านั้น
“แต่ปรากฏว่ากมธ.ได้แก้ไขและเสนอเข้ามาให้สภาฯพิจารณาวาระ 2 มีหลายมาตราที่ขัดกับหลักการเป็นอย่างมาก เช่น การกำหนดคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นต้น การแก้ไขแบบนี้ถือว่าขัดกับข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่ 117 ที่กำหนดให้กมธ.อาจเพิ่มหรือตัดมาตราในร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ได้แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างพ.ร.บ.นั้น ” นายประยุทธ์ กล่าว
เอแบคโพลล์เผย64.9%หนุนยกเครื่องกม.ท้องถิ่น
นายเทวินทร์ อินทร์จำนง ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ร่วมกับสมัชชาองค์กรท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และ สสส. เผยผลสำรวจประชาชนเรื่อง "ความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น" ในพื้นที่ 13 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 1,565 ตัวอย่าง สำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 พบ ประชาชน 45.8% ให้ความสนใจติดตามข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)รองลงมาคือกรุงเทพมหานคร 40% องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 37% เทศบาล 34.8% และเมืองพัทยา 16.4% โดยให้คะแนนด้านการทำงาน อบต.ดีที่สุดเชื่อมั่นในความรู้ ความสามารถของบุคลากร และมีผลงานก้าวหน้ารองลงมาคืออบจ. เทศบาล และกรุงเทพฯ
นายเทวินทร์ กล่าวต่อว่า กลุ่มตัวอย่าง 41.7% ระบุชุมชนมีความเข้มแข็งในการตรวจสอบการทำงานของ อปท. และ 39.2% เห็นด้วยกับแนวคิดการกระจายอำนาจให้กับ อปท. มากขึ้นเพราะประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการปกครองและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ขณะที่ 11.6% ไม่เห็นด้วยเพราะอาจจะทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นมากขึ้นและเห็นว่ารูปแบบที่เป็นอยู่ดีอยู่แล้ว
ส่วนร้อยละ 49.2 ไม่มีความเห็น โดย 85.9% เห็นด้วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการทำงานของอปท.มากขึ้น และ 83.8% เห็นว่าควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น ที่ดินป่าไม้ แร่ธาตุ มีเพียง 5.6% เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย
"กลุ่มตัวอย่าง 64.9% เห็นด้วยให้มีการปฏิรูปยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่เพื่อพัฒนา อปท.ให้มีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 หรือ 30.5% อยากให้มี " องค์กรอิสระ" มากำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะเห็นว่าจะช่วยให้เกิดความโปร่งใส และตรวจสอบการทำงานได้มากขึ้นขณะที่ 12.1% ไม่เห็นด้วยเพราะไม่มั่นใจในองค์กรอิสระเกรงว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้นโดยกลุ่มตัวอย่างเกินครึ่งสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมัชชาการปกครองท้องถิ่นในทุกระดับเพื่อผลักดันการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บรรลุผลอย่างจริงจัง"นายเทวินทร์ กล่าว และว่า กลุ่มตัวอย่างมีข้อเสนอแนะควรมีการสนับสนุนส่งเสริมให้การทำงานของอปท.เป็นไปอย่างซื่อสัตย์สุจริตไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น ส่งเสริมการทำงานที่ทุ่มเทจริงจัง มีการสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบดูแลมากขึ้น



