
"มาร์ค"โวท่องเที่ยวรายได้5.85แสนล้าน
นายกฯอวด ตัวเลขท่องเที่ยวสร้างรายได้ 5.85 แสนล้านแม้บ้านเมืองมีวิกฤต เน้นเชิงรุกปรับปรุงท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม รับแม้ตัวเลขเติบโตแต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวยังไม่เพิ่ม
(2มี.ค.) ที่รร.โฟร์วิงส์ ถนนศรีนครินทร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมพูดคุยถึงทิศทางการท่องเที่ยวประเทศไทยในอนาคต รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมกับ 30 ผู้ประกอบการ จากนั้นเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรี กได้ล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ อนาคตการท่องเที่ยวในทศวรรษหน้า ” ตอนหนึ่งว่า การท่องเที่ยวถือเป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจได้ ซึ่งบทบาทการท่องเที่ยวจะส่งเสริมโอกาส อาชีพ และรายได้ ให้กับประชาชน ซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวจะเป็นธุรกิจที่ต่อเนื่องสร้างรายได้ให้กับชุมชน ฉะนั้นจึงถือว่าการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และสะทอ้นให้เห็นความเข้มแข็ง การพัฒนาพื้นฐานที่ดีของสังคม ซึ่งประเทศไทยมีทั้งเรื่องความงดงามทางธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาน และมีอัธยาศัยไมตรีซึ่งสร้างความประทับใจให้ชาวโลก แม้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจะประสบภาวะวิกฤตทั้งด้านเศรษฐกิจ วิกฤตการเมือง ความขัดแย้งภายในประเทศ แต่การท่องเที่ยวก็ยังสามารถฝั่นฟ่าอุปสรรคต่างๆมาได้
“ปัจจุบันเงินตราต่างประเทศที่เราได้จากการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ มีมูลค่าสัดส่วนร้อยละ 7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของประเทศ และปีที่ผ่านแม้จะประสบปัญหาอุปสรรคต่างมากมาย แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสูงถึง 15.8 ล้านคน ทำรายได้สูง 5.85 แสนล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่เป็นสถิติสูงสุด และจะเห็นว่าการเติบโตของการท่องเที่ยวจะมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละร้อยละ 7.5 ส่วนการทำรายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 11 หรือสูงกว่าเล็กน้อย ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อในอีก 10 ปีข้างหน้า การขยายตัวจำนวนนักท่องเที่ยวถ้ายังเติบโตในอัตราเฉลี่ยเช่นนี้ จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว และรายได้จะเพิ่มสูงขึ้น ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราต้องยอมรับว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งใน 5 ปีข้างหน้าไทยจะเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นในการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากอาเซียนทั้งหมดในการจัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม ที่สำคัญเราจะต้องไม่ประมาทหรือชะล่าใจ จะต้องพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวจะต้องไม่เป็นภาระกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือต้องพูดว่าต้องไม่กระทบต่อต้นทุนที่ประเทศมีอยู่ หรือที่บรรพบุรุษได้สะสมมา และแม้ไทยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา แต่แนวโน้มที่ยังน่าเป็นห่วงคือการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแต่ละคน ยังไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายจำเป็นทบทวนเรื่องการส่งเสริมในเชิงคุณภาพให้มากขึ้น เป้าหมายไม่ควรที่อยู่ที่จำนวนคนที่เข้ามาท่องเที่ยว แต่ควรเป็นรายได้ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่จะสร้างโอกาส สร้างความเจริญให้ประชาชนและเศรษฐกิจของไทย ดังนั้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ต้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ มีทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ทบทวนจุดแข็งที่มีอยู่ให้ดำรงไว้ เพราะถ้าไม่ระวังเราอาจจะสูญเสียสิ่งที่เคยมีอยู่ และต้องยอมรับว่า 2 ปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวเป็นเชิงรับ เนื่องจากต้องเผชิญปัญหาและวิกฤตมากมาย แม้จะผ่านอุปสรรคมาได้ แต่จากนี้ต่อไปต้องคิดในเชิงรุก เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าเพิ่มให้การท่องเที่ยว ทำให้แหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ทั้งเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาสินค้า การสร้างความเชื่อมั่น และการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ประชาชน และองค์กรปกครองท้องถิ่น ซึ่งตนเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศ เพราะนอกเหนือจากตัวเลขที่มีทิศทางที่ดีแล้ว ขณะนี้ทั้งกรุงเทพฯและเชียงใหม่ ผลสำรวจก็ยังเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดของโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เราจะต่อยอดทั้งในการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สุขภาพ



