ข่าว

ผบ.ทบ.โต้ข้อครหา"เรือเหาะ""อย่ามาวิจารณ์กันเรื่อยเปื่อย"

ผบ.ทบ.โต้ข้อครหา"เรือเหาะ""อย่ามาวิจารณ์กันเรื่อยเปื่อย"

02 มี.ค. 2554

ในรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา น่าสนใจว่า "เรือเหาะตรวจการณ์" มูลค่า 350 ล้านบาทของกองทัพบก (ทบ.) ได้เพิ่มความถี่ในการขึ้นบินทดสอบรอบค่ายกรมทหารราบที่ 15 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านร้านตลาดในย่านนั้นอยู่บ่อยครั้ง

 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเรือเหาะลำเดิมได้ร้างราจากการขึ้นบินมานาน เนื่องจากปัญหาการ "รั่วซึม" ที่แก้ไม่ตก กระทั่งบริษัทผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกาต้องนำเอาเรือเหาะลำใหม่มาเปลี่ยนให้ และการันตีว่า จะขึ้นบินได้อย่างแน่นอน

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จึงชี้แจงให้ชาวบ้านอุ่นใจว่า เรือเหาะลำดังกล่าวถ้าจะใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ 100% ก็จะมีการปรับเปลี่ยนด้วยการนำเรือเหาะไปใช้ในภารกิจอื่นๆ ด้วย

 ยกตัวอย่างเช่น การบรรเทาสาธารณภัย หรือการถ่ายภาพต่างๆ เพราะงานกิจการพลเรือนของกอ.รมน. ไม่ได้ใช้ในภาคใต้อย่างเดียว แต่เราดูถึงภัยคุกคามด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งภารกิจเดิมที่ทางคณะทำงานได้คิดความต้องการขึ้นมาเพื่อต้องการให้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

 พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกระแสโจมตีความไร้ประสิทธิภาพของเรือเหาะว่า "การจะพูดโจมตีกันจะต้องพูดในข้อเท็จจริง และการพูดเรื่องเรือเหาะจะต้องพูดกันทั้งระบบ ไม่ใช่จะมาพูดแค่เรื่องเรือเหาะเพียงอย่างเดียว

 ผมอยากจะบอกว่าคนที่ไม่เรียนเรื่องยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีทางการทหารก็จะไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่เคยก็อย่ามาวิจารณ์กัน ดังนั้น อย่ามาเล่นเกมกัน

 ทหารพยายามแก้ปัญหาในพื้นที่อยู่แล้ว คิดกันอยู่ทุกวันเพื่อทำอย่างไรให้สถานการณ์ในพื้นที่สงบผมขอร้องอย่ามาวิจารณ์กันเรื่อยเปื่อย”

 พล.อ.ประยุทธ์ อธิบายถึงความสำคัญของเรือเหาะในทางยุทธการว่า "เรือเหาะมีความสำคัญมาก เพราะหากใช้เฮลิคอปเตอร์อย่างเดียว การดูแลหรือการจับภาพในพื้นที่จะไม่ละเอียด แต่เรือเหาะสามารถตรวจจับพื้นที่กลางอากาศได้ และสามารถควบคุมพื้นที่ได้กว้างขวางกว่า พื้นที่ไหนมีเหตุการณ์อะไร ก็สามารถนำเรือเหาะตรวจจับภาพได้ จะใช้ฮ.บินอยู่กับที่คงไม่ได้"

 ผบ.ทบ. ยืนยันด้วยว่า ขณะนี้เรือเหาะยังขึ้นบินปฏิบัติภารกิจอยู่ โดยออกปฏิบัติภารกิจวันละ 8 ชั่วโมง โดยขึ้นไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็ต้องนำเครื่องลงมาพัก หลังจากนั้นก็จะขึ้นไปปฏิบัติภารกิจต่อ

 พล.ท.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายส่งกำลังบำรุง (ผช.เสธ.ทบ.ฝกบ.) ช่วยยืนยันถึงความคุ้มค่าของเรือเหาะ โดยระบุว่า ทบ.ได้จัดซื้อเรือเหาะตั้งแต่กลางปี 2552 พร้อมกับมีการฝึกการใช้งานเรือเหาะ เนื่องจากเป็นยุทโธปกรณ์ใหม่

 โดยเริ่มต้นการฝึกตั้งแต่ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เมื่อมีความชำนาญพอที่จะปฏิบัติงานได้ก็นำไปปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อปี 2553 แต่หลังจากปฏิบัติงานไปได้ระยะหนึ่ง บริษัทผู้ผลิตเรือเหาะก็มา "บริการหลังการขาย" โดยการตรวจสอบสภาพของเรือเหาะ

 "ผลการตรวจสอบพบว่าลำตัวของเรือเหาะมีรอยถลอกเยอะ จึงได้ทำหนังสือมายังกองทัพบกเพื่อขอให้กองทัพหยุดการใช้งานเพื่อขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน โดยได้นำเรือเหาะลำเดิมไปตรวจสอบที่บริษัทในสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นได้แจ้งกลับมาว่าทางบริษัทขอเปลี่ยนเรือเหาะตัวใหม่ให้กองทัพบก เพราะเกรงว่าหากใช้ไปแล้วจะทำให้เกิดปัญหา"

 ทั้งนี้ เมื่อบริษัทดังกล่าวได้เปลี่ยนเรือเหาะให้แล้วจึงมีการนำเรือเหาะขึ้นปฏิบัติการตามปกติเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ

 พล.ท.ฉัตรชัย ชี้ถึงประโยชน์ของเรือเหาะว่า เรือเหาะก็เหมือนกับบอลลูนทั่วไป แต่จะมีการนำ "กล้องตรวจการณ์" ไปติดบนเรือเหาะเพื่อบันทึกภาพหรือเฝ้าตรวจทางอากาศ

 "เมื่อกล้องถ่ายภาพลงมายังภาคพื้น ระบบที่ภาคพื้นก็จะยิงภาพไปตามสถานีรับตามจุดต่างๆ และยิงภาพผ่านดาวเทียมมายังกองทัพบก ซึ่งภาพที่ถูกยิงมาจะมีความชัดเจนมาก ขณะนี้การใช้งานเรือเหาะถือว่ามีความสมบูรณ์แล้ว"

 ส่วนมูลค่า 350 ล้านบาทของเรือเหาะ ซึ่งถูกมองว่าแพงเกินจริงนั้น พล.ท.ฉัตรชัย ชี้แจงว่า กองทัพบกจัดซื้อเรือเหาะพร้อมระบบอีก 16 รายการ ไม่ได้จัดซื้อแค่ตัวเรือเหาะอย่างเดียว

 ขณะที่ประเด็นเพดานบินของเรือเหาะที่เดิมตั้งไว้ 1 หมื่นฟุต แต่ภายหลังกลับลดเพดานบินลงจนมีข้อห่วงใยเรื่องความปลอดภัยจากการถูกยิงนั้น เขาอธิบายว่า ความจริงเรือเหาะบินได้สูงมาก แต่เราไม่ได้มุ่งหวังแบบนั้น

 "ถ้าเรือเหาะสูงมากเท่าใด กล้องที่ติดกับตัวเรือเหาะก็จะมีราคาสูงมากเท่านั้น เราจึงเอาแค่ให้เป็นระยะที่สามารถปฏิบัติการได้ ซึ่งถ้าขึ้นไปสูงถึง 1 หมื่นฟุต คงไม่สามารถปฏิบัติการได้ เนื่องจากจะไม่มีอากาศหายใจ เราต้องการให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานกับกล้องได้ เราจึงกำหนดเพดานบินไว้ประมาณ 3,000 ฟุต โดยมีนักบิน 2 คน และเจ้าหน้าที่กล้องอีก 1 คน"

 พล.ท.ฉัตรชัย ให้ข้อมูลอีกว่า เรือเหาะเป็น "ยุทโธปกรณ์เสริม" ในการ "เฝ้าตรวจ" เพื่อให้การทำงานครอบคลุมมากขึ้น โดยการทำงานของเรือเหาะจะทำตามตารางเวลา ไม่ได้ทำตามเหตุการณ์ โดยเรือเหาะต้องการทำหน้าที่ "เฝ้าตรวจการณ์" เท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้เพิ่มภารกิจให้เรือเหาะด้วย โดยเฉพาะการ "พิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้" เพื่อป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า และยังสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น หากมีภัยพิบัติเรือเหาะก็จะมีประโยชน์มากในการบันทึกภาพความเสียหาย
 
 พล.ท.ฉัตรชัย ยังกล่าวเกี่ยวกับข้อครหาต่างๆ ของเรือเหาะในห้วงที่ผ่านมาว่า เรือเหาะที่กองทัพบกจัดซื้อมาถือว่ามีประโยชน์มาก แต่คนกลับไปมองว่าเป็นการทุจริต หรือมีคนได้ประโยชน์มากกว่า

 "คนที่วิจารณ์ไม่เข้าใจกองทัพ เราไม่ได้ซื้อมาเพื่อเมื่อมีเหตุระเบิดแล้วถึงนำเรือเหาะออกปฏิบัติการ แต่เรือเหาะจะออกปฏิบัติการตามกำหนดเวลา ซึ่งเป็นภารกิจเสริมเท่านั้น อย่ามองว่ามีเรือเหาะแล้วจะทำให้เหตุระเบิดในพื้นที่น้อยลง"

 จากคำชี้แจงแบบ "สองแรงแข็งขัน" ของ ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเสธ.ทบ. คงต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวของเรือเหาะลำใหม่นี้ว่า จะถูกนำมาใช้เป็นยามเฝ้าตรวจการณ์ในพื้นที่ และคอยถ่ายภาพสนับสนุนภารกิจอื่นๆ ได้คุ้มค่าสมกับการรอคอยของคนในพื้นที่แค่ไหน


ทีมข่าวความมั่นคง