
เรายังไม่มีแผนฉุกเฉินสำหรับคนไทยต่างแดน
ผมได้รับจดหมายผ่านอีเมลจากตัวแทนของคนงานไทยที่ลิเบีย เมื่อสองวันก่อนด้วยน้ำเสียงของคนที่หงุดหงิด และต้องการเห็นการทำงาน
ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของกระทรวงแรงงาน ในการช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ที่ลิเบีย อีเมลฉบับนี้เขียนว่าอย่างนี้
ผมมีเรื่องให้ถาม คุณเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน ว่าคำพูดข้างล่างหมายความว่าอย่างไร?
“สถานทูตไทยมีไว้ทำไม? ทำไมไม่ทำเรื่องขออนุญาต ในเมื่อรายชื่อคนงานส่งไปให้หมดแล้ว คุณเฉลิมชัย พูดเหมือนว่าถ้าทางการลิเบียไม่อนุญาต ก็ไม่ต้องไปไหนใช่ไหม?"
จากข้อความข้างล่าง ผมว่ารัฐมนตรีคนนี้ “มั่ว” แล้ว...
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า “ขณะนี้มีแรงงานไทยรอขึ้นเครื่องบิน 1,936 คน แบ่งเป็นที่ตูนิเซีย 513 คน อียิปต์ 158 คน มอลตา 1,265 คนและต้องพิจารณาเรื่องการอพยพให้เหมาะ คือมีปัญหาสองเมืองคือตริโปลีและเบงกาซีซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องอพยพ และการเดินทางออกจากลิเบียต้องได้รับใบอนุญาตให้ออกนอกประเทศหากไม่ได้รับการอนุญาตก็ไม่สามารถออกมาได้…”
ความจริงก่อนที่ผมจะได้รับทราบความเห็นของคนไทยบางคนที่มีปัญหาความล่าช้าของการอพยพ และการเข้าไปช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนเมื่อประสบเหตุการณ์ไม่ปกติ (ล่าสุดที่ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือว่าความไม่ปกติทางการเมือง และที่นิวซีแลนด์ เพราะเหตุแผ่นดินไหวร้ายแรง) ผมก็ได้รับทราบจากหลายทางถึงปัญหาการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างประเทศ กับกระทรวงแรงงานและหน่วยราชการอื่นๆ ในความพยายามที่จะช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนเมื่อมีเหตุเภทภัยที่คาดไม่ถึง
คนข่าวที่ได้รับการติดต่อให้ร่วมไปทำข่าวที่ลิเบีย จากหน่วยราชการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พอเข้าไปประสานงานก็เจอปัญหาต่างฝ่ายต่างโยนกันระหว่างสองกระทรวงนี้ เสมือนหนึ่งไม่มี “เจ้าภาพ” และไม่รู้จักความสำคัญของการทำงานร่วมมือเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
แทนที่จะยังติดกับดักกับปัญหาเรื้อรังเก่าๆ ว่า “ฉันรู้แต่เรื่องของกระทรวงฉัน เธออย่ามายุ่งกับฉัน เพราะเรามีเจ้านายคนละคน และต่างคนต่างก็ต้องการอ้างผลงาน”
เหตุการณ์ในช่วงเดือนที่ผ่านมาในต่างประเทศ ที่กระทบคนไทยในต่างแดน ควรจะเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับการที่หน่วยราชการของไทยจะต้องมี “แผนสำรองฉุกเฉิน” สำหรับคนไทยในต่างประเทศเมื่อมีเหตุผิดปกติ และต้องการความช่วยเหลือด่วนเหมือนที่หลายประเทศกำหนดเอาไว้
แต่ของประเทศไทยดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับ “แผนฉุกเฉินคนไทยในต่างแดน” น้อยมาตลอด และมักจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นทุกครั้งไป ทั้งๆ ที่ในหลายๆ ครั้งนั้น เหตุเลวร้ายที่มีผลกระทบต่อคนไทยในต่างประเทศสามารถจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้า
เช่นกรณีวิกฤติการเมืองในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ที่ได้เริ่มที่ตูนิเซียมาหลายเดือนก่อน และลามมาถึงลิเบียกับอีกหลายประเทศในวันนี้
เป็นเรื่องที่สามารถจะวิเคราะห์ และคาดการณ์ได้ล่วงหน้าหากกระทรวงทบวงกรมต่างๆ จะตั้งหน่วยกลางที่มีตัวแทนจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ ประสาน เตรียมพร้อม ซ้อมรับภัยเป็นระยะๆ อย่างที่หลายๆ ประเทศที่ทำเรื่องนี้สำเร็จมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นตัวอย่างให้เห็น
ประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นที่จะเห็นชีวิตของคนของตัวเองมีค่า และมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ ที่อาจจะคุกคามชีวิตของคนของตน ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม
สุทธิชัย หยุ่น



