
อียูหนุนไทยพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า
อียูหนุนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงในไทย ควักกระเป๋ารวม 2.55 แสนยูโร ร่วมกันดำเนินโครงการ 30 เดือน หวังมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงาน
นายซามูเอล แคนเทล รองหัวหน้าฝ่ายความร่วมมือ สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวม 2.55 แสนยูโร เพื่อศึกษาการพัฒนาการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของประเทศไทยผ่านระบบโครงข่ายอัจฉริยะ หรือที่เรียกว่า “Smart” หรือ “Intelligent” Grid Systems ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีแบบดิจิทัลมาช่วยในการตรวจสอบให้แน่ใจว่า การส่งกระแสไฟฟ้าจากผู้จำหน่ายไปสู่ผู้บริโภคนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความเชื่อมั่น และดำเนินการอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ โครงการ Smart/Intelligent Grid Development and Deployment in Thai (Smart Thai)” มีระยะเวลาโครงการทั้งสิ้น 30 เดือน ดำเนินการโดยสมาคมพันธมิตรไทยเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ หรือ WADE THAI โดยความร่วมมือของ World Alliance for Decentralised Energy ประเทศอังกฤษ และบริษัท ฟุล แอดแวนเทจ จำกัด
สำหรับ Smart Thai มีจุดมุ่งหมายในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิต เครือข่ายระบบส่งจ่ายและกระจายไฟฟ้า โดยพัฒนาขีดความสามารถทั้งของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมระบบ Smart/Intelligent Grid ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ ในนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงาน
นายแคนเทล กล่าวด้วยว่า โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายใหญ่หลวงในการขยายและปรับปรุงโครงข่ายพลังงานให้ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในทศวรรษข้างหน้า ขณะนี้มีการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกเพื่อพัฒนาและขยายระบบ Smart/Intelligent Grid โดยคาดกันว่าการลงทุนมหาศาลในด้านนี้จะยังคงมีต่อไป
"คาดว่าการจัดทำระบบ Smart/Intelligent Grid จะช่วยลดรายจ่ายด้านพลังงานของผู้ใช้ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและตามบ้านเรือน บริษัทที่ผลิตไฟฟ้าจะสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินระบบได้อย่างดีที่สุด ระบบโครงข่ายอัจฉริยะนี้จะนำไปสู่การใช้เชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น และนำไปสู่การใช้ไฟฟ้าจากแหล่งที่ผลิตได้มากขึ้น" นายแคนเทล กล่าว



