
แกะดำ-แกะขาวของกัดดาฟี (2-3)
ซาดี กัดดาฟี ลูกชายคนที่ 3 ของกัดดาฟี แม้จะเป็นทหารใหญ่และแต่งงานกับลูกสาวผู้บัญชาการทหาร แต่กลับเป็นลูกชายคนเดียวที่ไม่ยอมยุ่งกับการเมืองหรือการทหาร มุ่งเป็นนักฟุต
บอลอาชีพด้วยใจรักเท่านั้น เคยสังกัดสโมสรดังในยุโรปหลายแห่ง รวมถึงสโมสรเปรูเกียในอิตาลี แต่ทั้งๆ ที่เท้าแทบจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับลูกบอลเลย ซาดีกลับถูกพักงานเป็นเวลา 8 เดือน เมื่อตรวจพบว่าโด๊ปยา
ในฐานะที่เป็นผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลลิเบียและยังเป็นประธานบริษัทการลงทุนในต่างชาติของลิเบีย ซึ่งถือหุ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ในสโมสรยูเวนตุส ซาดีจึงแขวนสตั้ดขณะมีอายุ 34 ปี ก่อนจะหันไปทุ่มเวลาส่วนใหญ่ให้แก่กองทัพในฐานะผู้บังคับบัญชาการหน่วย
หลังจากบุรุษเหล็กกัดดาฟีเสร็จสิ้นการปราศรัยครั้งแรกนาน 75 นาทีเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์เพื่อสยบกลุ่มผู้ประท้วง ซาดีซึ่งสวมเครื่องแบบทหารก็ตรงเข้าไปสวมกอดพ่อ ประกาศจะบดขยี้ผู้ประท้วงให้สิ้นซาก จากนั้นก็แบกปืนหายไปพร้อมกับทหารกลุ่มหนึ่ง
พันโทโมเตสซาม บัลลัล กัดดาฟี ลูกชายคนที่ 4 ซึ่งเป็นทั้งนายแพทย์และทหารอาชีพที่จบการศึกษาจากอียิปต์ ได้รับแต่งตั้งจากพันเอกกัดดาฟีผู้พ่อให้เป็นประธานคณะที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเท่ากับดูแลงานด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ เคยถูกระแวงว่าคิดการใหญ่ต้องการก่อกบฏล้มระบอบพ่อของตัวเอง โมเตสซามก็หนีไปลี้ภัยที่อียิปต์ แต่ภายหลังได้รับการอภัยโทษจึงเดินทางกลับลิเบียอีกครั้ง ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของเซอิฟ อัล อิสลาม พี่ชายคนที่ 2 ในศึกชิงความเป็นทายาทการเมืองของกัดดาฟีอย่างเอาเป็นเอาตาย
พันโทโมเตสซามเองก็พยายามสร้างการยอมรับจากต่างประเทศ ได้เคยเดินทางไปพบปะหารือกับนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตันมาแล้ว
ฮานนิบาล กัดดาฟี ลูกชายคนที่ 5 ผู้มีภาพลักษณ์ตรงข้ามกับพี่น้องทุกคนโดยเฉพาะเซอิฟ อัล อิสลาม ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นแกะขาวที่แสนดี ผิดกับฮานนิบาล แกะดำของครอบครัว ผู้มีแต่สร้างปัญหาไม่รู้จบ จนกระทบกระทั่งความสัมพันธ์ทางการทูตกับหลายประเทศ แต่ก็ไม่เคยเข็ดหลาบเสียทีตามประสาคนที่ถือตัว ว่าพ่อเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว
ประกอบกับเป็นคนอารมณ์ร้อน นิยมใช้กำลังและความรุนแรงในการตัดสินปัญหาต่างๆ จนก่อคดีทำร้ายร่างกายหลายคดีในหลายประเทศแถบยุโรป อาทิ เคยยิงตำรวจอิตาลี 3 นาย แต่ก็ไม่เข็ด ยังคงท้าทายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายในยุโรปอยู่เนืองนิตย์ จนกระทั่งถูกทางการฝรั่งเศสจับกุมฐานขับรถพอร์ชเร็วเกินกำหนด นอกเหนือจากขับรถฝ่าไฟแดงและทำผิดกฎจราจรอีกหลายข้อ
แม้จะถูกทางการฝรั่งเศสจับกุมโทษฐานขับรถผิดกฎจราจร แต่ ฮานนิบาล กัดดาฟี แกะดำของครอบครัวกัดดาฟีก็ไม่เข็ดหลาบ ยังคงสร้างปัญหาไม่รู้จบจนกลายเป็นข่าวใหญ่และทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตกับสวิตเซอร์แลนด์เกิดตึงเครียดขึ้นมา เมื่อตำรวจในเจนีวาได้จับกุมฮานนิบาลและภรรยากลางโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในข้อหาทำร้ายร่างกายอดีตคนรับใช้ 2 คนซึ่งเป็นชาวตูนิเซียและชาวโมร็อกโก
เรื่องทำท่าจะบานปลายออกไปจนทางการตริโปลีต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือฮานนิบาล ทั้งกดดันและต่อรองไม่ให้มีการตั้งข้อหาใดๆ มีทั้งการบอยคอตสินค้าสวิส การลดเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งสองลง การเรียกนักการทูตกลับประเทศ การกดดันให้บริษัทและธนาคารของสวิสต้องปิดสำนักงาน รวมไปถึงการลักพาตัวผู้บริหารของสวิส เป็นต้น
สุดท้ายศาลสวิสได้ยกฟ้องคดีนี้ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวด้วยเงินประกัน 5 แสนฟรังก์สวิส
แต่แกะดำฮานนิบาลก็ยังไม่เข็ดหลาบ หลังจากนั้นไม่นานก็ไปก่อเหตุที่แดนปารีเซียงฝรั่งเศส เมื่อลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อนสาวคู่นอนที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งศาลฝรั่งเศสได้ลงโทษด้วยการก็ให้รอลงอาญา 4 เดือนและสั่งปรับอีก 500 ยูโร
เจ้าของสมญา "กัปตัน" เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ประจำการในกองทัพและได้ดูแลบริษัทการเดินเรือแห่งชาติ ซึ่งดูแลด้านการส่งออกน้ำมันลิเบีย
สำหรับลูกชาย 2 คนสุดท้ายของกัดดาฟี ได้แก่ ซาอีฟ อัล อาหรับ หรือ "ดาบแห่งอาหรับ" และคามิสซึ่งเป็นนายตำรวจ สองคนหลังนี้ยังไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดมากนัก
ไอชา กัดดาฟี ลูกสาวคนเดียวของกัดดาฟี เจ้าของสมญา "คลอเดีย ชิฟเฟอร์" แห่งลิเบีย เนื่องจากผมบลอนด์ยาวพลิ้วและบุคลิกภาพที่งามสง่าเหมือนกับซูเปอร์โมเดลชาวเยอรมัน ขณะนี้มีอายุ 34 ปีแล้ว เป็นทั้งทนายความ ซึ่งเคยว่าความให้อดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนแห่งอิรักตอนที่ถูกสหรัฐกรีธาทัพจับกุมและประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ
นอกจากนี้ เธอยังเป็นประธานสมาคมเพื่อการกุศลวาตาเซมา เคยพบกับนางเซซิเลีย ซาร์โกซี อดีตภรรยาของประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซีแห่งฝรั่งเศส ระหว่างที่เยือนกรุงตริโปลี
เธอยังเคยเดินทางพร้อมกัดดาฟี ผู้เป็นพ่อไปอิรักเมื่อต้นศตวรรษที่ 21 และยังเดินทางไปฟิลิปปินส์เพื่อเจจากับกลุ่มอาบู เซย์ยาฟ กลุ่มหัวรุนแรงของอิสลามที่ต้องการแยกภาคใต้ของฟิลิปปินส์ออกไปเป็นรัฐอิสลาม เพื่อต่อรองให้ปล่อยตัวประกันตะวันตก
ส่วนลูกบุญธรรม 2 คนของกัดดาฟี ประกอบด้วย ฮันนา ลูกเลี้ยงสาวที่เสียชีวิตขณะสหรัฐทิ้งระเบิดถล่มลิเบียเมื่อปี 2529 และ มิลาด ลูกบุตรธรรมที่เป็นชายเชื่อว่าเป็นผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองทหาร
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



