
วันตอกย้ำวิชาชีพและจรรยาบรรณสื่อ
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า อาชีพสื่อมวลชนนอกจากจะเป็นอาชีพที่ท้าทายความคิดและการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ของคนยุคใหม่แล้ว ยังเป็นอาชีพที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลมากกว่าในสมัยก่อน
จะเห็นได้จากเวลาที่ไปร่วมงานแถลงข่าว หรืองานอีเวนท์ต่างๆ สื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งนักข่าวอินเทอร์เน็ต ต่างก็ได้รับการต้อนรับและให้เกียรติจากผู้จัดงาน เพราะสื่อมวลชนถือเป็นผู้ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารไปยังสาธารณชนให้รับทราบทั่วกัน
อาชีพของสื่อมวลชนนอกเหนือจากเวลาทำงานปกติก็ยังสามารถรับงานเป็นพิธีกร ถ่ายละคร ถ่ายโฆษณา โชว์ตัวตามงานอีเวนท์ต่างๆ ฯลฯ ทำให้มีรายได้เพิ่มและมีชื่อเสียงมากขึ้นจนป็นที่รู้จักของคนทั่วไปไม่ต่างกับการเป็นดารา
หากย้อนเวลากลับไปร่วม 2 ศตวรรษที่แล้ว จะพบว่า นักข่าว หรือนักสื่อสารมวลชน เริ่มต้นจากหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ มีการรวมตัวกันขึ้นมาเป็นสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2498 เกิดเป็นประเพณีว่า วันที่ 6 มีนาคมของทุกปี จะไม่มีหนังสือพิมพ์วางจำหน่าย เนื่องจากเป็นวันหยุดงานประจำปีของบรรดาเหยี่ยวข่าว แต่เนื่องจากผู้อ่านเกิดการตื่นตัวในการรับข่าวสารมากขึ้น ประกอบกับการไม่ออกวางแผงเพื่อขายของหนังสือพิมพ์ค่ายต่างๆ ก็อาจจะทำให้ประชาชนสับสนได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับสื่อฉบับนั้นๆ ทำให้ปัจจุบันประเพณีดังกล่าวสูญหายไป
ต่อมาอีก 10 ปี คนในวิชาชีพต้องการแก้ไขความเสื่อมโทรมในวงการวิชาชีพที่เกิดขึ้นในยุคนั้น จึงได้มีการจัดตั้งสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.2508 เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในองค์กรวิชาชีพและจริยธรรมของสื่อมวลชนไทย ประกอบกับยังมีอีก 1 สมาคม คือสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ในที่สุดบรรดาพี่ๆ สื่อมวลชนอาวุโสก็เห็นพ้องกันว่าควรจะรวมตัวเข้าด้วยกันและใช้ชื่อใหม่ว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2542 แต่ยังคงให้วันที่ 5 มีนาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมฯ และวันนักข่าว หรือ “วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ” จนถึงปัจจุบัน
ทุกๆ ปี ก็จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทางด้านสิทธิเสรีภาพ การฝึกอบรม การจัดประกวดข่าว ฯลฯ และที่สำคัญคือการส่งเสริมจริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชน ด้วยการส่งเสริมให้มีการตรวจสอบและควบคุมจริยธรรมระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเอง โดยที่ประชุมใหญ่สมาชิกของสมาคมจะเลือกตั้งคณะกรรมการควบคุมจริยธรรมจำนวน 5 คน เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลจรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์
ผมเชื่อว่าอาจยังมีบางท่านที่ไม่ทราบ หรืออาจหลงลืมไปบางข้อว่า จริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชนมีอะไรบ้าง ในโอกาสจะครบรอบวันนักข่าวอีกครั้งในสองสามวันข้างหน้า จึงขอหยิบยกจริยธรรมของวิชาชีพของสื่อมวลชนของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยมาเล่าสู่กันฟัง
ประการแรก ต้องส่งเสริมและรักษาไว้ ซึ่งเสรีภาพของการเสนอข่าวและความคิดเห็น
ประการที่สอง ให้ประชาชนได้ทราบข่าวเฉพาะที่เป็นจริง การเสนอข่าวสารใดๆ ออกพิมพ์โฆษณาเผยแพร่ ถ้าปรากฏว่าไม่ตรงตามความเป็นจริง ต้องรีบจัดการแก้ไขให้ถูกต้องโดยไว
ประการที่สาม ในการได้มาซึ่งข่าว ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดมาเป็นของตน ต้องใช้วิธีการที่สุภาพและซื่อสัตย์เท่านั้น
ประการที่สี่ เคารพในความวางใจของผู้ให้ข่าว และรักษาไว้ซึ่งความลับของแหล่งข่าว
ประการที่ห้า ปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมุ่งหวังต่อสาธารณประโยชน์ ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือหมู่คณะใดๆ โดยไม่ชอบธรรม
ประการสุดท้าย ไม่กระทำการอันเป็นการบั่นทอนเกียรติหรือความสามัคคีของเพื่อนร่วมวิชาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคม นักข่าวจึงมีบทบาทอย่างมากในฐานะคนกลางที่ทำหน้าที่รายงาน ส่งข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วนไปยังผู้อ่าน นักข่าวที่มีอุดมการณ์และจรรยาบรรณในวิชาชีพของการเป็นสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่เฉกเช่นกระจกสะท้อนเรื่องราวความเป็นไปในสังคมให้ประชาชนได้รับรู้ นับเป็นการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติอย่างมีคุณค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



